ข่าว

แผนแม้วเสี้ยมทหารลั่นกลองรบยั่วให้ยิงแล้วโร่ประจานเวทีโลก

แผนแม้วเสี้ยมทหารลั่นกลองรบยั่วให้ยิงแล้วโร่ประจานเวทีโลก

12 พ.ย. 2552

การเดินทางเยือนแผ่นดินกัมพูชาครั้งประวัติศาสตร์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ถูกฉายจับด้วยสปอตไลท์ และถูกระดมยิงด้วยแฟลชจากกล้องบันทึกภาพของสำนักข่าวทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับข่าวนี้เป็นพิเศษ

 แม้สถานะของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในวันนี้จะเป็นเพียงอดีตผู้นำ ไร้ซึ่งอำนาจ แต่เพื่อนรักอย่าง สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กลับต้อนรับขับสู้ยิ่งกว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย ที่แม้แต่หางตาก็คงไม่อยากชำเลืองมองกันแล้วในเวลานี้

 การเชิญ พ.ต.ท.ทักษิณ มาในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการต้อนรับอย่างเป็นทางการในฐานะ "ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ" ของผู้นำเขมร และรัฐบาลพนมเปญแล้ว

 ห้วงเวลาในการเหยียบแผ่นดินพนมเปญของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังตรงกับ "วันชาติ" ของกัมพูชา หลังจากได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ.2496 เป็นต้นมา ซึ่งแสดงว่า ฮุน เซน ให้เกียรติเพื่อนทักษิณในระดับเดียวกับ "ผู้นำประเทศ" เลยทีเดียว

 ที่สำคัญ งานวันชาติของกัมพูชาในปีนี้ถือเป็นโอกาสครบรอบ 56 ปีหลังได้รับเอกราช โดยงานฉลองจะมีขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 10-12 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งน่าสังเกตว่า ตรงกับช่วงเวลาที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเยือนกัมพูชาพอดี !!

 โดยนายกฯ กัมพูชายังขอร้องให้เพื่อนทักษิณอยู่ร่วมงานฉลองวันชาติกัมพูชาจนเสร็จสิ้นแล้วค่อยเดินทางกลับดูไบ โดยไฮไลต์อยู่ที่วันที่ 12 พฤศจิกายน ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ จะบรรยายเรื่องเศรษฐกิจให้แก่ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจของกัมพูชาประมาณ 100 คน

 การให้ความสำคัญต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ถึงเพียงนี้ของผู้นำเขมร จึงไม่มีอะไรอื่น นอกจากจะจงใจ "ยั่วโมโห" ให้รัฐบาลไทยสติแตก และดำเนินมาตรการตอบโต้อย่างรุนแรงที่สุด ยิ่งแรงเท่าไหร่ก็ยิ่งบรรลุเป้าหมายของเพื่อนรักคู่นี้มากขึ้นเท่านั้น

 ทว่า รัฐบาลไทยก็อ่านเกมตรงนี้ออกเช่นกัน จึงพยายามคงระดับมาตรการตอบโต้เท่าที่จำเป็นตามแต่กรณีไว้ก่อน และสั่งการให้กองทัพจับตาความเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯ อย่างใกล้ชิด

 โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวที่อาจเป็นการส่งสัญญาณยั่วยุให้เกิดการใช้กำลังทหารระหว่างทั้งสองฝ่ายขึ้น !!

 แหล่งข่าวด้านความมั่นคงประเมินว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พยายามเดินเกมยกระดับความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา อย่างต่อเนื่อง โดยจุดที่น่าเป็นห่วง คือ การเคลื่อนไหวผ่านเพื่อนรักฮุน เซน ที่อาจจะทำให้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ปะทุเดือดขึ้นมาโดยฉับพลัน

 แม้ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมของไทย กับ พล.อ.เตีย บัน รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมกัมพูชา และ ผบ.เหล่าทัพของทั้งสองฝ่ายจะมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างดี แต่ภาวะเช่นนี้ย่อมไม่มีอะไรที่วางใจได้ 100 เปอร์เซ็นต์

 โดยเฉพาะในภาวะที่การสั่งการเบ็ดเสร็จเด็ดขาดไม่ได้อยู่ในมือของ ผบ.เหล่าทัพกัมพูชา แต่เป็นอำนาจสูงสุดของผู้นำเขมรเอง ที่จะสั่งซ้ายหัน-ขวาหันไปในทางใดก็ได้

 รัฐบาลและกองทัพไทยจึงต้องหาทางตั้งรับอย่าง "มั่นคง" ที่สุด ไม่วูบวาบหวั่นไหวไปตามแรงปั่นของเพื่อนเกลอคู่นั้น

 แหล่งข่าวความมั่นคงประเมินว่า ฝ่ายนั้นอาจเปิดเกมเพื่อยั่วยุให้เกิดการปะทะเพื่อให้ฝ่ายไทยใช้มาตรการตอบโต้ทางทหารอย่างรุนแรง

 หากเกิดการสูญเสียต่อฝ่ายกัมพูชามากเท่าไหร่ ฝ่ายที่ถูกตราหน้าก็น่าจะเป็นฝ่ายไทยมากกว่า เพราะกัมพูชาถนัดอยู่แล้วในการเล่นเกมทางการทูต และเล่นกับสื่อต่างประเทศว่า ไทยใช้อำนาจทางการทหารที่เหนือกว่า "รังแก" กัมพูชา !!

 ยิ่งไปกว่านั้น กัมพูชาจะพยายามตีประเด็นไปว่า ไทยพยายามใช้มาตรการกดดันทุกอย่างเพียงเพื่อต้องการแก้แค้น พ.ต.ท.ทักษิณ เท่านั้น ทั้งที่เรื่องดังกล่าวเป็นกิจการภายในของกัมพูชา

 เมื่อเล่ห์เขมรเป็นเช่นนี้ จึงไม่แปลกที่ยามนี้ที่ปรึกษารัฐบาลกัมพูชาที่เคยเป็นอดีตนายกฯ ของไทยจึงถูกอารักขาอย่างแน่นหนาสุดๆ โดย "หน่วยรบพิเศษ" ฝีมือเยี่ยมที่สุดของกัมพูชาภายใต้การอภินันทนาการของเพื่อนฮุน เซน

 นาทีนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่ทั้งเพื่อนทักษิณ และเพื่อนฮุน เซน จะต้องตักตวง "ผลประโยชน์" ซึ่งกันและกันให้ได้มากที่สุด โดยมีเดิมพันคือ ความสัมพันธ์ และการทำมาค้าขายของประชาชนสองประเทศที่เสี่ยงจะพังพินาศเอามากๆ ถ้าระเบิดลูกนี้ยังไม่ถูกถอดชนวนโดยเร็ว


ทีมข่าวความมั่นคง