ข่าว

เสื้อเหลืองเก็บแต้ม"การเมืองใหม่"

เสื้อเหลืองเก็บแต้ม"การเมืองใหม่"

12 พ.ย. 2552

ท่าทีที่แข็งกร้าวของ “ฮุน เซน" ที่ยังคงยืนกรานปกป้องเพื่อนรัก "นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร" กลายเป็นยิ่งขมวด “ปม" ความขัดแย้งของ 2 ประเทศให้รัดตึง เขม็งเกลียว ยิ่งขึ้นไปอีก

 ภาพถ่ายการสวมกอดกันกลมระหว่าง “ทักษิณ” กับ “ฮุน เซน" บวกกับภาพสองครอบครัว รวมถึงข่าวการจัดบ้านพักให้ "นักโทษชายทักษิณ" อยู่ห่างจากสถานทูตไทยในกัมพูชาแค่เดินถึง ถูกปล่อยให้เผยแพร่ไปทั่วโลกอย่างจงใจ

 เป็นสัญญาณให้เห็น “ยุทธศาสตร์” การสู้รบหลังจากนี้ของอดีตนายกฯ ผู้พลัดถิ่น

 “ทักษิณ" และ “กุนซือ" คนเดือนตุลา ใช้จุดอ่อนของ “ฮุน เซน" และรัฐบาลกัมพูชา ที่กำลังน้ำลายไหลกับเม็ดเงินมหาศาลจากแหล่งพลังงานใต้แผ่นดินของตัวเองและบางส่วนที่ทับซ้อนกับไทย

 บวกกับความอ่อนด้อยในเรื่องการบริหารเค้กก้อนโต เปิดประตูให้ตัวเองเข้าไปนั่งอยู่ใจกลางอำนาจรัฐเขมร ในฐานะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ

 แล้วอาศัยอำนาจ อิทธิพล “ฮุน เซน" ห่อหุ้มร่าง ตั้งฐานเคลื่อนไหวถล่มรัฐบาลไทย

 ว่ากันว่า “ฮุน เซน" สั่งหน่วยทหารเฉพาะกิจที่มีฝีไม้ลายมือที่สุดในประเทศคุ้มกันทักษิณ ปกป้องกันราวกับไข่ในหิน

 คู่หู “ทักษิณ-ฮุน เซน" เกาะเกี่ยวกันด้วยผลประโยชน์มหาศาล

 “น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ” อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สรุปความสัมพันธ์ของคนสองคนนี้ว่า

 “ผมรู้จักเด็กจากกัมปงจาม (เมืองที่ฮุน เซนเกิด) คนนี้ดี ตั้งแต่สมัยผมทำงานอยู่ สมช. เขาเป็นคนคิดถึงแต่ผล
ประโยชน์เฉพาะหน้าเท่านั้น วันนี้เขากับทักษิณกำลังจัดการเค้กก้อนใหญ่คือพลังงานในอ่าวไทยมูลค่ามหาศาล 5.5 ล้านล้านบาท"

 การเลือก “กัมพูชา” เป็นฐานในการตั้งป้อมค่ายเปิดฉากรบเที่ยวนี้ จึงย่อมสร้างแรงกดดันอันมหึมาต่อรัฐบาลไทย

 ด้วยความที่มีชายแดนติดกัน อยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน การจะ “ขยับ" ขับเคลื่อน จะฟาดฟันอะไรมันก็ไม่ถนัดมือ

 เพราะกลัวว่าแรงเหวี่ยงจะไปถูกเอาชาวบ้านร้านตลาดที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ มีแต่ชีวิตริมตะเข็บชายแดนจะเดือดร้อน กลายเป็นหญ้าแพรกที่ต้องสังเวย ถ้าช้างสารไสเข้าชนกัน

 ขณะที่ถ้าใช้ “ยาแรง” ถึงขั้นตัดความสัมพันธ์ทางการค้าโดยสิ้นเชิง ดีไม่ดีเราจะเสียหายกว่าเขมร เพราะไทยส่งสินค้าไปขายมากกว่าสินค้าที่นำเข้ามาจากกัมพูชา

 ดังนั้น ในเชิงระหว่างประเทศ รัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากใช้ต้นทุนคุณงามความดีที่เคยสั่งสมมา ตระเวนหา “แนวร่วม" โดยเฉพาะเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน ร่วมด้วยช่วยกันกดดันเขมร รอบทิศทาง

 ใช้ยุทธวิธี “โลกล้อมเขมร" ย้อนเกล็ด “โลกล้อมประเทศ" ของ "พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ" และ "นักโทษชายทักษิณ"

 ขณะที่เกมการเมืองในประเทศก็เริ่มเร้าใจ เพราะ “ขบวนการทักษิณ" ถูกกระแส “ชาตินิยม" ไล่ต้อนจนใกล้อยู่ในสภาพ “แพแตก”

 ยิ่ง “ไทม์ส ออนไลน์" เผยแพร่คำสัมภาษณ์ที่พาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างมิบังควรด้วยแล้ว ทำให้ “ขบวนการทักษิณ” โซซัดโซเซ แตกคอกันเองหนักขึ้น

 ข้อหา “ชักศึกเข้าบ้าน-ขายชาติ-ทรยศชาติ” ถูกตอกย้ำจากทั่วสารทิศจนพลพรรคสีแดงเปิดตำรารับแทบไม่ทัน

 จังหวะก้าวที่เพลี่ยงพล้ำของ “นักโทษชายทักษิณ” ทำให้เขาตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เพราะกำลังถูกกากบาทไว้ที่หน้าผากว่า ทำตัวเป็นศัตรูกับชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์

 ในสังคมการเมืองไทย การถูกกล่าวหาว่ายืนตรงข้ามกับ “ชาติ” และ “พระมหากษัตริย์” เป็นมลทินที่ร้ายแรงที่สุด

 เพราะมีสิทธิจะถูกกระแส “ชาตินิยม" ถาโถม โหมพัด “นักโทษชายทักษิณ” จนหายนะได้ในพริบตา

 สถานการณ์เพลี่ยงพล้ำเช่นนี้ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” จับสัญญาณได้อยู่หมัด สอดรับกับวาระช่วงชิงเรตติ้งเก็บแต้มการเมืองของ "พรรคการเมืองใหม่" ในสนามเลือกตั้งรอบหน้า

 จึงรีบชิงปฏิบัติการขย้ำ “นักโทษชายทักษิณ” ช่วงตกต่ำ นัดชุมนุมใหญ่อาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน

 ด้านหนึ่งเพื่อตีกระหน่ำขยายผลข้อกล่าวหา 2 ข้อนี้ ปลุกกระแส “ชาตินิยม” ให้ลุกไหม้ เผาผลาญ “ทักษิณ" จนวอดวาย

 อีกด้านก็กวาดต้อนผู้คนที่อึดอัดกับบทบาทของ "นักโทษชายทักษิณ" ที่ไปซูฮกกับผู้นำเขมรอย่างออกหน้าออกตา ขยาย “แนวร่วม" จากคนไทยเสื้อทุกสี ไม่จำกัดวงเฉพาะ “สีเหลือง” เหมือนที่เคย

 “ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์” โฆษกพันธมิตร บอกว่า การชุมนุมในวันนั้น พี่น้องจะใส่เสื้อสีแดง มีโลโก้ “Truth Today” มาเราก็ยินดีต้อนรับ เพราะต้องการให้เห็นว่า ไม่ว่าจะสวมเสื้อสีอะไรก็ไม่ต้องการเห็นใครมาย่ำยีเกียรติภูมิของชาติ

 ปฏิบัติการของ “พันธมิตร" เท่ากับ “บีบ” คนที่ยังอยู่กลางๆ หรือแม้แต่ “เสื้อแดง” ให้เลือกระหว่าง “นักโทษชายทักษิณ” กับ “ประเทศไทย" ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์เดียวกับ “รัฐบาล”

 งานนี้เท่ากับปลุกกระแสเสื้อเหลือง เดินเครื่องพรรคการเมืองใหม่แบบเต็มสูบ !!!

 เสถียร วิริยพรรณพงศา