
เมื่อชาติเป็นเรื่องสำคัญเราก็ต้องให้ความสำคัญอย่างมีสติ
ในช่วงนี้เรื่องของชาติและผลประโยชน์แห่งชาติเป็นเรื่องที่มีการพูดถึงกันอย่างมากมาย แต่ผมคิดว่าเราควรจะตั้งสติกับการพูดเรื่องนี้ โดยเฉพาะกับคำสามคำที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน แต่ไม่ใช่คำคำเดียวกันเสียทีเดียว
ผมกำลังหมายถึง คำสามคำที่มีชื่อว่า ชาตินิยม ลัทธิคลั่งชาติ และผลประโยชน์แห่งชาติ
เมื่อก่อนเรามักจะเชื่อว่าลัทธิชาตินิยมนั้นเป็นสิ่งที่ดีงามโดยตัวมันเอง ทำให้ชาติยิ่งใหญ่ ถ้าจะมีสิ่งที่เสียหายก็คงจะเป็นที่ตัวผู้นำที่นำเอาเรื่องของลัทธิชาตินิยม ไปใช้ในทางที่ผิด
ต่อมาเริ่มมีการศึกษาเรื่องของชาตินิยมที่สลับซับซ้อนขึ้น จนถึงกับมีนักวิชาการที่เชื่อว่าความขัดแย้งในโลกนั้นไม่ใช่เรื่องของอุดมการณ์ซ้าย-ขวา แต่เป็นเรื่องของความขัดแย้งกันในเรื่องของชาตินิยมนี่แหละครับ เพราะไม่ว่าจะเป็นซ้ายหรือขวา ทุกที่ต่างก็มีเรื่องของการปลุกเร้าชาตินิยมขึ้นมา
ดังนั้น ความสำคัญก็คือการทำการศึกษาค้นคว้าอย่างถี่ถ้วนถึงกำเนิด และกระบวนการที่ทำให้เกิดชาตินิยมของแต่ละที่ว่ามีเหตุปัจจัยอะไรบ้าง ด้วยเชื่อว่าชาตินิยมนั้นมีหลายตัวแบบ และมีลักษณะพิเศษประการหนึ่งก็คือในกระบวนการที่มีการสร้างจินตกรรมร่วมกันว่าเป็นคนพวกเดียวกันนั้น ก็จะมีลักษณะของการกันคนบางกลุ่มออกจากชุมชนจินตกรรมที่เรียกว่าชาติด้วย
ในแง่นี้ถ้าเราไม่ได้เชื่อนักคิดเหล่านั้นเสียเลย เราอาจจะไม่เชื่อว่าชาตินิยมนั้นนำมาซึ่งความหายนะเสมอไป ประเด็นสำคัญนั้นอาจจะอยู่ที่การทำอย่างไรให้พลังสร้างสรรค์ของความเป็นชาตินั้นไม่เกิดจากการกีดกันหรือสร้างความเป็นศัตรูและจินตนาการที่เต็มไปด้วยความรุนแรงได้
ในอีกด้านหนึ่ง สิ่งที่สำคัญของชาตินิยมนั้นก็คือเรื่องของการที่ผู้คนในประเทศนั้นเขาจะสามารถพัฒนารูปแบบของความเป็นชาตินิยมขึ้นมาเอง แล้วก็พยายามที่จะต่อสู้เพื่อให้เกิดการยอมรับจากต่างชาติในทางหนึ่ง แล้วในอีกทางหนึ่งก็คือการพยายามให้เกิดการยอมรับระหว่างกลุ่มคนต่างๆ ในประเทศ
ตรงนี้แหละครับ ที่เราต้องตั้งสติเรื่องของการพูดถึงผลประโยชน์แห่งชาติให้มาก ซึ่งแต่เดิมเราคิดว่าผลประโยชน์แห่งชาติเป็นเรื่องที่คนกลุ่มหนึ่งสามารถกำหนดได้ และเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ขณะที่ปัจจุบันสิ่งที่สำคัญกลับอยู่ในประเด็นที่ว่า มีใครบ้างที่กำหนดผลประโยชน์แห่งชาติ และแต่ละฝ่ายนั้นมีผลประโยชน์อะไรอยู่เบื้องหลัง และมีใครที่ครอบงำความคิดทำให้ผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มตนกลายเป็นผลประโยชน์ของคนทั้งหมดบ้าง
โดยสรุปก็คือ เราจะทำอย่างไรไม่ให้ชาตินิยมกลายเป็นเรื่องของลัทธิคลั่งชาติที่สร้างตัวตนและความรักบนการสร้างศัตรู และขณะเดียวกันก็ต้องเข้าใจว่า ผลประโยชน์ของชาตินั้นไม่ใช่เรื่องที่ใครคนเดียวจะสามารถกำหนดได้ แต่ต้องหมายถึงการต่อสู้ต่อรองในหลายๆ มิติที่ไม่ให้คนกลุ่มเดียวสามารถกำหนดผลประโยชน์ของชาติได้
นี่แหละครับคือชาตินิยมที่มีสติ ที่เห็นว่าชาติอยู่ได้มิใช่เพราะป้องกันคนนอก/คนอื่น/ศัตรู แต่อยู่ได้ด้วยความร่วมมือกันของทั้งคนในประเทศและคนที่อยู่ในประเทศที่ติดกันด้วยครับ



