
อิสราเอลยังไม่ไฟเขียวแรงงานต่างชาติทำงาน
กระทรวงแรงานชี้ อิสราเอลยังไม่รับแรงงานหน้าใหม่เพิ่มเข้าประเทศ เพราะต้องการลดปัญหาเรื่องแรงงานต่างชาติ ส่งผลให้นายหน้าเรียกต่าหัวแพง ดังนั้นควรติดให้ดีก่อนตัดสินใจไปทำงาน
นายพงศักดิ์ เปล่งแสง โฆษกกระทรวงแรงงานฝ่ายการเมือง ชี้แจงกรณีที่องค์กรพิทักษ์สิทธิมนุษยชน คาฟ ลาโอเวค ของอิสราเอล เปิดเผยรายงานการสำรวจสถานภาพแรงงานต่างด้าวที่ได้รับว่าจ้างให้มาทำงานในภาคเกษตรกรรมทั่วประเทศ โดยระบุว่าส่วนใหญ่มาจากประเทศไทยต้องจ่ายเงินถึง 8,000-10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 264,000-330,000 บาท เพื่อเป็นค่านายหน้า โดยรายงานดังกล่าวจะเสนอต่อสภาคเนสเสตของอิสราเอล (The Knesset - Israel's unicameral parliament) เพื่อพิจารณาแก้ไขนั้น ซึ่งเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้รับทราบปัญหาและเดินทางไปเจรจาแก้ไขปัญหากับรัฐบาลอิสราเอลเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมาแล้ว
โดยปัจจุบันมีแรงงานไทยในอิสราเอล 26,700 คน ทำงานภาคเกษตรกรรม 26,000 คน ที่เหลือเป็นแรงงานภาคก่อสร้างประมาณ 100 คน ช่างเชื่อม 30 คน ร้านอาหาร 600 คน ดูแลคนชรา คนพิการ 200 คน ปัจจุบันแรงงานไทยได้รับค่าจ้างเฉลี่ยเดือนละประมาณ 35,000 บาท
รัฐบาลปัจจุบันของอิสราเอล มีนโยบายลดแรงงานต่างชาติลง และต้องการให้คนอิสราเอลเข้ามาทำงานในภาคเกษตรกรรม โดยปัจจุบันนี้ไม่มีการอนุญาตให้แรงงานต่างชาติใหม่เข้ามาทำงานในประเทศ เพื่อต้องการลดแรงงานต่างชาติให้เหลือ 3,000 คน ไม่เกินภายในปี 2557 ขณะนี้จึงไม่มีการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในภาคเกษตรกรรม เพราะอิสราเอลยังไม่ออกวีซ่าให้ จึงมีการเจรจาความร่วมมือใหม่ระหว่างไทยกับอิสราเอล ซึ่งยังไม่มีข้อยุติ
โดยรัฐบาลไทยต้องการแก้ไขปัญหาค่าหัวที่แพง และการคุ้มครองแรงงานไทยในอิสราเอล จึงต้องใช้ระยะเวลาในการเจรจาเพื่อรักษาประโยชน์ของแรงงานไทย



