
โวยพาณิชย์ถ่วงนำเข้ากากถั่วเหลือง
สมาพันธ์ปศุสัตว์ ซัดกระทรวงพาณิชย์ออกนโยบายนำเข้ากากถั่วเหลืองล่าช้า เอกชนแบกภาระวันละ 3 ล้าน เตรียมส่งบิลเรียกเก็บค่าใช้ให้กระทรวงพาณิชย์ จี้ประกาศนโยบายในสัปดาห์นี้
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล เลขาธิการสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ประกาศนโยบายนำเข้ากากถั่วเหลือง ปี 2553 ล่าช้ามาก สมาพันธ์จึงทำหนังสือถึงนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เพื่อขอให้เร่งรัดเสนอ ครม.แต่การประชุม ครม.เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ให้ความเห็นชอบนโยบายปลาป่นและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เท่านั้น ซึ่งจะเป็นผลให้การนำเข้ากากถั่วเหลืองปี 2553 ล่าช้าและส่งผลกระทบกับภาคปศุสัตว์ในภาพรวม
"การนำเข้ากากถั่วประมาณเดือนละ 2 แสนตัน ระหว่างที่ภาครัฐยังไม่มีนโยบาย ทำให้ผู้ประกอบการต้องวางภาษี 10% ไว้ก่อน ซึ่งมีมูลค่ามากถึง 330 ล้านบาท ระหว่างนี้จะมีการสั่งซื้อรอเอาไว้ก่อน แต่ยังไม่มีนโยบายออกมา สินค้าทั้งหมดก็ต้องอยู่บนเรือ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายโดยรวมแล้ว วันละ 3 ล้านบาท เรื่องนี้ได้แจ้งให้กระทรวงพาณิชย์แล้ว หากยังไม่มีนโยบายออกมา ก็ต้องส่งบิลค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้กระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบ" นายพรศิลป์ กล่าว
โดยกระทรวงพาณิชย์ควรกำหนดนโยบายดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ จากนั้น เสนอครม.เพื่อที่กระทรวงการคลังทำการประกาศ ทางผู้ประกอบการก็จะสามารถวางแผนนำเข้ากากถั่วเหลืองได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป
ด้านนางฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ในเดือนธันวาคมนี้จะเป็นช่วงเจรจาราคาซื้อขายไก่ที่จะส่งออกในช่วงต้นปี 2553 หากยังไม่ทราบต้นทุนการผลิต ที่ส่วนใหญ่มาจากอาหารสัตว์ จะทำให้การเสนอขายลำบาก ซึ่งปี 2553 การแข่งขันจะรุนแรงมากขึ้น โดยจีนหันมาส่งออกอีกครั้งในราคาที่ถูกกว่า
นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า ต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น จากเหตุที่กระทรวงพาณิชย์ออกนโยบายกากถั่วเหลืองล่าช้า ทั้งหมดจะถูกผลักภาระมาที่ผู้เลี้ยงสุกร ที่จะมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นประมาณกก.ละ 27 บาท รัฐบาลควรเห็นใจเกษตรกรและเร่งออกนโยบายดังกล่าวโดยเร็วที่สุด



