ข่าว

"มท.1"เตือนอย่าฝ่าฝืนกม.-ขับรถเร็ว-ดื่มสุรา

"มท.1"เตือนอย่าฝ่าฝืนกม.-ขับรถเร็ว-ดื่มสุรา

09 เม.ย. 2562

"มท.1"เผยจนท.พร้อมดูแลความปลอดภัยทางถนนช่วงสงกรานต์ เตือนอย่าฝ่าฝืนกม.- ขับรถเร็ว-ดื่มสุรา-ใช้ยาเสพติดแล้วขับขี่ยานพาหนะ จนทำให้เกิดอุบัติเหตุ

 

                   9 เมษายน 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์การดูแลความปลอดภัยทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า หน่วยงานที่ดูแลความปลอดภัยทางท้องถนนได้ทำแผนให้กับจังหวัดต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว 

 

                   เพื่อจะดำเนินการร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยหลักใหญ่ถ้าดูในเรื่องของช่วงเวลา มีการรณรงค์ ให้ทุกภาคส่วนได้ตระหนัก ปฏิบัติตามกฎจราจร ซึ่งอยากให้ประชาชนทราบว่า ทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดย ครม. ได้มีความเห็นว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อมีการทำผิดก็จะมีการทำสำนวนให้เห็นว่า ผู้ที่จงใจฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นขับรถเร็ว ดื่มสุรา หรือใช้ยาเสพติดแล้วขับขี่ยานพาหนะ จนทำให้เกิดอุบัติเหตุมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ในสำนวนจะทำให้แตกต่างจากการเกิดอุบัติเหตุทั่ว ๆ ไป เพื่อให้ศาลได้พิจารณา  

 

                   ส่วนในเรื่องของการเตรียมพร้อมส่วนอื่นๆ ของการปฏิบัติตามแผน นอกเหนือจากการรณรงค์แล้ว ยังมีการเตรียมการที่จะอำนวยความสะดวก เช่น การจัดเตรียมที่พักรถ ส่วนในการปฏิบัติ และการบังคับใช้กฎหมายนั้น ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะต้องบูรณาการ โดยกำหนดในแต่ละพื้นที่ ที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุมากน้อย ต้องใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น รวมถึงบังคับใช้กฎหมายทุกอย่างที่มี นอกจากนี้ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ก็มีความพร้อมในการดูแลประชาชนในช่วงเทศกาล. 

 

                   ปัญหาหมอกควันลดลง พบจุดที่เกิดความร้อนลดลง รับต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกับเกษตรกรเรื่องการเผา 

 

                   พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ว่า ความคืบหน้าจากที่มีจุดฮอตปอต หรือจุดที่เกิดความร้อนในวันที่ 2 เม.ย. ที่มีเกือบ 2,000 จุด ในขณะนี้เหลือประมาณ 300 จุด ซึ่งพบว่าในในหลายพื้นที่มีที่เกิดความร้อนลดลง  ทั้งนี้ในการบรรเทาผลกระทบให้แก่ประชาชน ทุกหน่วยงานได้ช่วยกัน ทั้งการฉีดน้ำ ทำความสะอาดเพื่อดูแลพื้นที่เซฟตี้โซนและการแจกหน้ากากอนามัย ซึ่งในการแก้ไขปัญหาในภาพรวมได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี แต่ยังมีประชาชนบางส่วนที่ทำการเผาป่าอยู่ ดังนั้นจึงต้องสร้างการรับรู้ และต้องใช้เวลาในสร้างเข้าใจ เช่น ในด้านการเกษตร จะต้องนำตอซังข้าว ไปใช้ทำประโยชน์อย่างอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการเผา