ข่าว

“นพดล”ระบุก.ตร.ลาออกไม่กระทบโผแต่งตั้ง

“นพดล”ระบุก.ตร.ลาออกไม่กระทบโผแต่งตั้ง

11 พ.ย. 2552

“นพดล”ระบุ ประธานบอร์ดลาออก ไม่มีผลย้อนหลังกับ รายชื่อตำรวจที่ผ่านการพิจารณา แต่ยังคงรอมติ ก.ตร.ครั้งหน้า กรณี บอร์ดกลั่นกรองเกินกึ่งหนึ่ง เผยสาเหตุเพื่อความโปร่งใสในขณะที่ขาดผบ.ตร.ตัวจริง พร้อมยอมรับการฝากเด็ก ซึ่งมีทุกทีในวงราชการ ไม่ขอโต้ตอบเรื่องจริยธ

 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)- วันที่ 11 พ.ย.พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ และหนึ่งในคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจ หรือบอร์ดากลั่นกรอง กล่าวถึงกรณี ที่นายสมศักดิ์ บุญทอง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ และประธานบอร์ดกลั่นกรอง ลาออกจากการเป็นประธานบอร์ดกลั่นกรองว่า ขณะนี้ตนยังไม่ทราบว่านายสมศักดิ์ ลาออกจากประธานบอร์ดกลั่นกรองเพราะอะไร แต่ผลของการลาออกคงไม่ส่งผลกระทบต่อการพิจารณารายชื่อข้าราชการตำรวจที่ผ่านบอร์ดกลั่นกรองมาแล้ว และหากถามว่า จำนวนบอร์ดกลั่นกรองที่มีจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของ ก.ตร.นั้น อันนี้มีเหตุผลว่า ทางก.ตร.ต้องการให้ การพิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจระดับนายพลมีความโปร่งใส ในขณะที่ ไม่มี ผบ.ตร.ตัวจริง และการที่มีจำนวนบอร์ดกลั่นกรองจำนวนแค่ไหน ก็ไม่ได้มีระเบียบข้อใดระบุไว้ ผ่านมติ ก.ตร.ได้ก็ถือว่ามีความสมบูรณ์แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับ มติ ก.ตร. ที่จะมีการประชุมเรื่องนี้ในครั้งต่อไปด้วย ซึ่งทราบมาว่าจะมีการประชุมวันจันทร์ที่ 16 พ.ย.นี้

 พล.ต.อ.นพดล กล่าวยอมรับ กรณีมีการเปิดเผยข้อมูลของการฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อพิจารณาโยกย้ายหรือเลื่อนตำแหน่งเมื่อปี 2551 นั้น มีการฝากกันไม่เฉพาะในวงการตำรวจเท่านั้น และเคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านั้นว่า การสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องซื้อขายตำแหน่งไม่เกี่ยวกับเรื่องเด็กฝาก รู้อยู่แล้วในวงการราชการมีการฝากทั้งนั้น ต่อมาก็มีการถามเรื่องจริยธรรมขึ้นมาอีก ซึ่งก็เคยบอกไปแล้วว่า จริยธรรมนั้นมี 2 ด้าน ตนพร้อมจะเปิดเผยจริยธรรมอีกด้านหนึ่งในที่ประชุม ก.ตร. ครั้งต่อไป ว่าความจริงคืออะไร อยู่ตรงไหน โดยจะขออนุญาตประธานเพื่อขอพูดเรื่องนี้ให้จบ แต่ตอนนี้ไม่อยากตอบโต้ใครทางสื่อมวลชน

 เมื่อถามว่า ขณะนี้การสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องการซื้อขายตำแหน่งได้ข้อสรุปแล้วว่าไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง เมื่อมีการเปิดเผยเรื่องเด็กฝากจะมีการพิจารณาเรื่องการซื้อขายตำแหน่งอีกหรือไม่ พล.ต.อ.นพดล ตอบว่า ต้องเข้าใจว่า การสอบสวนเรื่องการซื้อขายตำแหน่งตอนนั้น คณะกรรมการ ก.ตร.ทุกคนเห็นว่าเหมาะสม มีรองผบ.ตร.ที่อยู่ในตำแหน่ง 2 คนคือ พล.ต.อ.จงรัก  จุฑานนท์ และพล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย  มีอดีตนายตำรวจ และมีนายสมศักดิ์ เป็นประธานและเป็น อดีตอัยการสูงสุด มีการเชิญ เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับ ผบช.มาให้ข้อมูล ซึ่งเรืองนี้เราเอาจริงเอาจัง และคนระดับนี้ก็ไม่มีทางถูกหลอกแน่นอน ถึงแม้ผลสรุปจะระบุว่าไม่มีการซื้อขายตำแหน่งเพราะไม่มีพยานรายใดมาบอก เนื่องจากมีความผิดทั้งคู่ แต่เราก็รู้อยู่แล้วว่า ใครเป็นผู้รับผู้ให้ ที่สำคัญ ทางอนุฯ ก็สรุปให้ตร.เป็นแนวทางการแต่งตั้ง ครั้งต่อไปว่า หากต่อไปใครเป็นผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งโยกย้าย อย่าโยกย้ายใครตามใจตัวเอง โดยโยกย้ายใครแล้วทำให้ครอบครัวเขาเดือดร้อน