ข่าว

บีโอไอเผยลงทุนใต้ขยับนักลงทุนเบนเข็ม3จ.ใต้

บีโอไอเผยลงทุนใต้ขยับนักลงทุนเบนเข็ม3จ.ใต้

11 พ.ย. 2552

ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่5 เผยการลงทุน10 เดือนแรกกระเตื้อง นักธุรกิจสนใจแห่ลงทุน "สงขลา" บูม 18 โครงการมูลค่า 2 พันล้าน ด้านจ.สุราษฎร์ฯรั้งแชมป์โครงการใหญ่สุดในพื้นที่ ตั้งเป้าไตรมาสสุดท้ายขยับหลังนักลงทุนส่งสัญญาณเบนเข็มลงทุนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

 นายชูชาติ เถาธรรมพิทักษ์ ผอ.ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 5สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในช่วง 10เดือนแรกของปี 52 มีโครงการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุน 14 จังหวัดภาคใต้จำนวน 61 โครงการ เพิ่มขึ้นร้อยละ12.96 คิดเป็นเงินลงทุน 10,834.90 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 41.20 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
โดยมีบริษัทบาห์รัต โฮเต็ลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งทำธุรกิจโรงแรมมีขนาด 100 ห้อง เงินลงทุน 1,521.80 บาท ตั้งโครงการที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นโครงการที่มีขนาดการลงทุนสูงสุด

 รองลงมา โครงการของบริษัทเอสจีซี วินด์ เอ็นเนอรยี จำกัด ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานลม ประมาณ 9,000 กิโลวัตต์/ปี เงินลงทุน 842.50 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และอันดับสามคือ โครงการของบริษัทมะขาม บีช จำกัด เป็นโรงแรมขนาด 231 ห้อง เงินลงทุน 799.60 ล้านบาท ตั้งโครงการที่จังหวัดภูเก็ต

  นายชูชาติ  กล่าวอีกว่า สำหรับกิจการเกษตรกรรมและผลิตผลทางการเกษตร มีโครงการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนมากที่สุดจำนวน 31 โครงการ เงินลงทุน 4,976.40 ล้านบาท ขณะที่กิจการบริการและสาธารณูปโภค มีโครงการที่ได้รับอนุมัติฯจำนวน 21 โครงการ เงินลงทุน 5,515.90 ล้านบาท

 โดยจังหวัดสงขลา เป็นสถานที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเข้าไปลงทุนมากที่สุด 18 โครงการ เงินลงทุน 2,095.80ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในธุรกิจประเภทอุตสาหกรรมน้ำยางข้น เนื้อปลาและสัตว์น้ำแช่แข็ง  รองลงมา คือ จังหวัดนครศรีธรรมราช 9 โครงการ เงินลงทุน 1,576.90 ล้านบาท

 นายชูชาติ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มการลงทุนไตรมาสสุดท้ายของปี 2552 คาดว่าดีขึ้นกว่าปีก่อน เนื่องจากยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน (ระหว่างเดือน ม.ค. - ต.ค.) อีก 15 โครงการ นอกจากนั้นยังมีนักลงทุนเข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับการลงทุน และสนใจขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ และนักลงทุนเริ่มให้ความสนใจในการลงทุนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้น

 ทั้งนี้อาจสืบเนื่องมาจากมาตรการส่งเสริมการลงทุนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และนโยบายไทยเข้มแข็งของรัฐบาล แต่ทั้งนี้ยังมีปัญจัยที่เป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจการลงทุนในภาคใต้ คือ ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้