ข่าว

ทักษิณเริ่มงานวันแรกที่ปรึกษาฮุนเซน

ทักษิณเริ่มงานวันแรกที่ปรึกษาฮุนเซน

11 พ.ย. 2552

"ทักษิณ” เริ่มงานวันแรกถกปัญหาความสัมพันธ์"ไทย-เขมร"กับ"ฮุนเซน" แนะรัฐบาลทำงานให้ประชาชนให้มาก ทำงานการเมืองให้น้อย “บิ๊กบัง”แนะบัวแก้วกม.ทบทวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน อดีตนักการทูตสหประชาชาติฉะ”ฮุนเซน”

 เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 11 พ.ย. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เขียนข้อความลงบนเว็บไซต์  twitter.com  จากประเทศกัมพูชาถึงการรับตำแหน่งที่ปรึกษาเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลกัมพูชา โดยมีใจความว่า

“วันนี้ผมจะหารือถึงปัญหาของกัมพูชาและความสัมพันธ์กับไทยกับท่านฮุนเซนเพื่อความเข้าใจ จะได้ช่วยแก้ปัญหาร่วมกันให้เกิดประโยชน์ร่วมกันของ 2 ประเทศ ผมทราบว่าคนไทยส่วนใหญ่กำลังลำบากคงจะไม่สบาย แต่ผู้ที่ได้ประโยชน์จากการ flip-flop ของขั้วอำนาจ จึงอยากขอรัฐบาลไปทำงานช่วยประชาชนมากๆ การเมืองน้อยๆ”

“บิ๊กบัง”แนะบัวแก้วกม.ทบทวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน

 พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกัมพูชาระบุชัดจะไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ให้กับรัฐบาลไทยว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของประเทศของกัมพูชา ที่จะตัดสินใจว่าจะส่งหรือไม่ส่ง เพราะฉะนั้นการดำเนินการทางการเมืองขั้นตอนต่อไป ก็คือ กระทรวงการต่างประเทศต้องทบทวนกฎหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่เรามีสนธิสัญญากันไว้

 เมื่อถามว่าการที่กัมพูชา ไม่ส่ง พ.ต.ท.ทักษิณ กลับ เป็นเพราะมีการวิเคราะห์ของทางกัมพูชาว่าประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งเร็ว ๆ นี้ โดยเครือข่าย พ.ต.ท.ทักษิณ จะชนะการเลือกตั้ง พล.อ.สนธิ กล่าวว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าจะมีการยบุสภาหรือไม่ ซึ่งการยุบสภาเป็นเรื่องรัฐบาลที่จะเป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนใครหรือพรรคการเมืองไดจะชนะเป็นเรื่องของประชาชนที่จะตัดสิน

 เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะมีข้อยุติได้อย่างไร ใครจะเป็นผู้ชนะ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า “ คงลำบาก เพราะเป็นเรื่องของแต่ละประเทศ ที่จะพิจารณาตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งไม่มีใครตอบได้ อย่างในอดีตสมัยกรุงโรมเมื่อ 2,000 ปีที่แล้ว กรุงโรมกล่าวไว้ว่า ผู้ชนะ คือ ผู้ที่แข็งแรงกว่า ”

อดีตนักการทูตสหประชาชาติฉะ”ฮุนเซน”

 นายอัษฎา ชัยนาม อดีตเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก  เปิดเผยระหว่างร่วมการเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “อนาคตความสัมพันธ์ไทยกัมพูชา : สันติภาพบนเส้นด้าย” ซึ่งสำนักวิชาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์และรัฐศาสนประศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.)จัดขึ้น  ที่ห้องประชุมชั้น2 คณะรัฐศาสตร์และรัฐศาสนประศาสตร์ มช.ในช่วงบ่ายวันนี้(11 พ.ย.)นี้ว่า  ความสัมพันธ์ของไทย-กัมพูชาที่เป็นอยู่ขณะนี้  ในฐานะนักการทูตมองว่าไม่ถึงขั้นเลวร้ายอย่างที่คิด  ทุกอย่างยังแก้ได้หากฮุนเซนจะกลับตัว 

 สำหรับท่าทีของฮุนเซนนั้น  ตนไม่น่าเชื่อจะเป็นไปได้ถึงขนาดนี้  นอกจากเขาจะได้รับประโยชน์อะไรบางอย่างตอบแทนซึ่งเรายังไม่รู้  โดยเฉพาะกรณีที่รัฐบาลส่งหนังสือขอให้กัมพูชาส่งผู้ร้ายข้ามแดนคือ พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาให้ไทย  แต่ฮุนเซนกลับมีท่าทีที่จะส่งผลให้สัมพันธ์ระหว่างสองประเทศต้องเลวร้ายลง  ซึ่งเขามีสิทธิ์จะไม่ส่งตัวคุณทักษิณมา  แต่นี่หนังสือคำขอของเราที่ส่งไปยังฮุนเซนซึ่งถึงมือหรือไม่ถึงมือก็ตาม  แต่ยังไม่มันได้ทันเปิดอ่าน  กลับตอบมาเลยว่าไม่ได้ ซึ่งตรงนี้ถือว่าหยามศักดิ์ศรีประเทศไทยมาก เพราะตามหลักการทูตนั้นควรจะรับไป2-3 วันหรือเป็นเดือนเพื่อพิจารณาก่อนจะตอบว่าจะส่งกลับหรือไม่ส่งเพราะเหตุใด  

 “การปฏิเสธแบบไม่มีเยื่อใยแบบนี้  ถือเป็นการท้าทายในทางการทูต    นี่ถือเป็นท่าทีของนักเลงโตไม่ใช่มารยาทของสังคมโลกที่เขามีความเจริญทางด้านวัฒนธรรมและมีกฎหมาย  ถือเป็นการตบหน้ารัฐบาลไทย  ตรงนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่กว่ากรณีการจ้าง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ  ซึ่งหากรัฐบาลจะปิดด่านเพื่อตอบโต้นั้นตรงนี้มองว่านักธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบคงจะเข้าใจ เพราะผลประโยชน์ของประเทศนั้นย่อมสำคัญกว่าผลประโยชน์ของตัวเอง และคนอย่างฮุนเซนนั้นกลับไปกลับมาได้ตลอดเวลา  ดังนั้นถ้ารัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยถูกหยามขนาดนี้  แล้วไม่ทำอะไรรัฐบาลนี้คงอยู่บริหารต่อไปไม่ได้” นายอัษฎากล่าว

 นายอัษฎา   กล่าวอีกว่า  หากจะมองว่าเหตุผลอันเป็นที่มาของท่าทีฮุนเซนที่มีต่อไทยเช่นนี้นั้นเป็นผลมาจากความขัดแย้งของไทยกัมพูชาที่มีมาในอดีตนั้นคงไม่ใช่  เพราะฮุนเซนน่าจะเข้าใจว่าโลกประชาธิปไตยนั้นมีการเปลี่ยนแปลงกันได้   ทีประเทศเขาเคยเผาสถานทูตไทย  ข้าราชการสตรีของเราคนหนึ่งเกือบถูกชำเราเหตุจากความเข้าใจผิดเรื่องดาราสาวคนหนึ่ง  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่ายุคไหนก็ไม่เคยมีที่ฝ่ายรัฐจะสั่งเผาสถานทูต   ซึ่งประเด็นนี้ตนไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลทักษิณในตอนนั้นไม่ฟ้องศาลโลกเพื่อเอาผิดกับกัมพูชา