ข่าว

มท.1สั่งผู้ว่าฯเดินหน้าโครงการปกป้องสถาบัน

มท.1สั่งผู้ว่าฯเดินหน้าโครงการปกป้องสถาบัน

11 พ.ย. 2552

มท.1 สั่งผู้ว่าทั่วประเทศ เดินหน้าโครงการปกป้องสถาบัน พร้อมขยายผลโครงการพระราชดำริ เน้นเรื่องน้ำเป็นพิเศษ เตรียมผนึก 5 กระทรวงจัดงาน 5 ธันวา อย่างยิ่งใหญ่ สธ.จัด2โครงการใหญ่สนองน้ำพระทัยในหลวง

 เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 11 พ.ย.ที่กระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกระทรวงครั้งที่ 10/2552 มอบนโยบายให้กับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ผ่านทางระบบวีโอคอนเฟอเรนซ์

 นายชวรัตน์ กล่าว ตอนหนึ่งว่า ว่า ในปี 2553 นี้ นอกจากการสานต่อนโยบายหลัก 9 ประการของปี 2552 แล้ว ผมขอมอบนโยบายเน้นหนักใน 4 เรื่อง ดังนี้ครับ เรื่องที่ 1 การปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ เพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ในยุคที่ชาติบ้านเมืองของเรา เกิดความแตกแยก แบ่งฝ่ายแบ่งสี ยึดมั่นถือมั่น จนขาดความเสียสละให้อภัยซึ่งกันและกัน หลายคนลืมไปว่า สังคมไทยมีความหลากหลายมีลักษณะพหุนิยม ทั้งด้านความคิด ความเชื่อ ความศรัทธา ภาษาและวัฒนธรรม เรามีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ แต่ก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันโดยยอมรับความแตกต่างของกันและกัน เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งความสมานฉันท์ โดยมีองค์พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นศูนย์รวมจิตใจของพวกเราทุก ๆ คน

 นายชวรัตน์ กล่าวว่า ตนขอให้ทุกจังหวัดจัดกิจกรรมรณรงค์ โครงการปกป้องสถาบันฯ ต่อไป เช่น การลงนามถวายพระพร และการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในทุกโอกาส และให้ส่วนราชการ จังหวัด อำเภอ ประสานกับเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่ง ในการอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชน ที่อาศัยอยู่ห่างไกล ที่มีความประสงค์จะร่วมลงนาม ถวายพระพรแด่พระองค์ท่าน เพื่อให้ประชาชนทุกคน ได้มีโอกาสในการลงนามถวายพระพร ถวายความจงรักภักดี ซึ่งขณะนี้มีผู้มาลงนามถวายพระพรแล้วเป็นจำนวนมากถึง 27.5 ล้านคน

 “และในวันที่ 5 ธันวาคม 2552 นี้ กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม และกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ณ พระลานพระราชวังดุสิต ตั้งแต่วันที่ 5 ถึงวันที่ 13 ธันวาคม 2552 รวม 9 วัน โดยจะจัดให้มีการจุดเทียนถวายพระพร การร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การแสดง 4D Light & Sound เรื่อง “พ่อ...The Greatest of the Kings. The Greetings of the Land.” การแสดง Theme song การแสดงคอนเสิร์ต และการจำหน่ายสินค้าธงฟ้าแก่ประชาชน ที่คาดว่าจะมาร่วมงานเป็นจำนวนมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา”นายชวรัตน์ กล่าว

 นายชวรัตน์ กล่าวอีกว่า ส่วนการจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อปกป้องสถาบันฯ ในต่างจังหวัด ก็จะจัดดำเนินการพร้อมกับส่วนกลาง ในวันที่ 5 ธ.ค. และจัดต่อไปตลอดปี 2553 โดยเฉลี่ยไว้ที่เดือนละ 2 ครั้ง และจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ โดยจะนำเทปบันทึกภาพการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในส่วนกลาง และสารคดีเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่ได้ทรงปฏิบัติ ตรากตรำ จนบังเกิดเป็นคุณูปการแก่แผ่นดิน เพื่อให้พสกนิกรชาวไทย ได้รับชมกันอย่างทั่วถึงด้วย ซึ่งตนขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดให้ความสำคัญ และใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องการขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยส่งเสริมสนับสนุน โครงการที่อยู่ในพื้นที่ของจังหวัด และอยากให้เน้นหนักโครงการด้านแหล่งน้ำ เพราะแค่เรื่องน้ำเรื่องเดียว พระองค์ท่านทรงมีโครงการพระราชดำริมากมายหลายมิติ

สธ.จัด2โครงการใหญ่สนองน้ำพระทัยในหลวง

 ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป เพื่อมอบนโยบายการรณรงค์สร้างสุขภาพประชาชน ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา ซึ่งในปีนี้กระทรวงสาธารณสุขได้จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติ 2 โครงการใหญ่พร้อมกันทั่วประเทศ ประกอบด้วย โครงการสนองน้ำพระทัยในหลวง ทรงห่วงใยสุขภาพประชาชน ระยะที่ 1 และโครงการดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังแบบครบวงจร

 นายวิทยากล่าวว่า โครงการสนองน้ำพระทัยในหลวง ทรงห่วงใยสุขภาพประชาชน ระยะที่ 1 กระทรวงสาธารณสุข จะดำเนินการตรวจสุขภาพประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ซึ่งมีประมาณ 45 ล้านคน เพื่อคัดกรองหาโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงพร้อมกันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2552 ให้สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่ง ร่วมกับ อสม.กว่า 9 แสนคน ดำเนินการ ตั้งเป้าหมายครอบคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 เมื่อคัดกรองได้แล้วจะขึ้นทะเบียน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยงป่วย และคนป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อน ทุกกลุ่มจะได้รับการดูแลที่เหมาะสมต่อเนื่องเพื่อลดคนป่วยรายใหม่ และป้องกันไม่ให้มีปัญหาแทรกซ้อน ในส่วนกลางจะจัดงานรณรงค์ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันที่ 5 ธันวาคม 2552

 ในส่วนของโครงการดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังครบวงจรนั้น เนื่องจากขณะนี้มีคนไทยป่วยเป็นไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายประมาณ 30,000 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุประมาณร้อยละ 80 เป็นโรคแทรกซ้อนเกิดมาจากโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ขณะนี้ผู้ป่วยไตวายดังกล่าวขึ้นทะเบียนมีสิทธิฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียมในโครงการหลักประกันสุขภาพ 8,895 ราย และฟอกไตผ่านทางช่องท้อง 3,557 ราย จากการติดตามพบว่าผู้ป่วยยังเข้าไม่ถึงบริการที่ควรจะเป็น เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษาในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลจังหวัด และค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงหากอยูในภาคเอกชน

 จากปัญหาดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายพัฒนาระบบบริการ ให้ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังเข้าถึงบริการง่ายขึ้น และได้รับการดูแลครบวงจร มีคุณภาพมาตรฐาน โดยจะเพิ่มระบบการตรวจคัดกรองในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับไต กลุ่มที่เสียเลือดจำนวนมากซึ่งมีความเสี่ยงไตวาย และจัดระบบขึ้นทะเบียนเพื่อฟอกเลือดใกล้บ้านที่สุด จะคัดเลือกโรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ที่มีความพร้อม ทั้งแพทย์ พยาบาล และอุปกรณ์ เพื่อให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมหรือทางช่องท้องเพิ่มอีกหลายแห่ง และให้โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป รณรงค์การบริจาคไตในผู้ป่วยที่ใกล้จะเสียชีวิต เพื่อปลูกถ่ายไตให้ผู้ป่วยไตวาย ซึ่งเป็นวิธีรักษาผู้ป่วยไตวายวิธีสุดท้าย และประเทศไทยยังทำเรื่องนี้ค่อนข้างน้อย