ข่าว

วิปรัฐเปลี่ยนวิธีนับองค์ประชุมเป็นดับเบิ้ลเช็ค

วิปรัฐเปลี่ยนวิธีนับองค์ประชุมเป็นดับเบิ้ลเช็ค

11 พ.ย. 2552

ปธ.วิปรัฐเปลี่ยนวิธี“นับองค์ประชุม”เป็น“ดับเบิ้ลเช็ค”แก้เกมฝ่ายค้าน ยอมรับ “วิปวุฒิ” งานหนัก “รัฐบาล-ฝ่ายค้าน” ใช้ “สภา” เล่น “เกมการเมือง” มากเกินไป เผย “อภิสิทธิ์" ห่วง “ รัฐสภา” ไม่สามารถลงนาม ข้อตกลง “ไทย-บรูไน ” ได้

(11พ.ย.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวกรณีที่ฝ่ายค้านเสนอให้รัฐบาล ใช้ช่องทางรัฐธรรมนูญมาตรา 179 เพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไป โดยไม่มีการลงมติถึงปัญหาไทยกับกัมพูชาว่า ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงไม่ใช้เครื่องมือที่มีอยู่ และสามารถดำเนินการได้เลย เช่นการตั้งกระทู้สด เพราะหากมั่นใจว่าสิ่งที่กำลังดำเนินการเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ไม่ใช่การปกป้องผลประโยชน์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทั้งนี้ตนมองว่าปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะคนสองคน ซึ่งรัฐบาลสามารถใช้กระบวนการที่มีอยู่แก้ปัญหาได้อยู่แล้ว

 ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงองค์ประชุมรัฐสภาและองค์ประชุมสภาที่ล่มบ่อยครั้งว่า  ขณะนี้ได้ขอให้วิปรัฐบาลทุกพรรคปรับเปลี่ยนวิธีการตรวจสอบองค์ประชุมของส.ส.ในแต่ละพรรค โดยจะให้แต่ละพรรคนับสมาชิกของตัวเองเป็นรายหัวก่อนที่จะมีการแสดงตนทุกครั้ง และให้วิปแต่ละพรรคใช้มาตรการ 1 ต่อ 5 คอยตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้ง ซึ่งหากมีปัญหาคะแนนเสียงไม่เที่ยงตรงก็จะสามารถตรวจสอบได้ เพื่อกันข้อครหา

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาที่ไม่สามารถคุมเสียงองค์ประชุมเกิดจากอะไรแน่ เป็นเพราะพรรคร่วมรัฐบาลแตกแยกหรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า   วิปรัฐบาลคุมเสียงอยู่ เพียงแต่ฝ่ายค้านใช้เทคนิคช่วงเปลี่ยนวาระการประชุมเล่นเกมการเมืองเท่านั้น ทำให้วิปรัฐบาลต้องปรับเปลี่ยนวิธีการควบคุมเสียงองค์ประชุมใหม่   ด้วยวิธีการดับเบิ้ลเช็ค

 ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า มีการร้องเรียนยังมีการเสียบบัตรแทนกันอยู่ ประธานวิปรัฐบาล  ยอมรับว่า ยังมีปัญหาทางด้านอิเล็กทรอนิคอยู่บ้าง แต่อยากเรียกร้องไปยังพรรคเพื่อไทยว่าอย่าเล่นการเมืองมากไป เพราะการพิจารณาข้อตกลงระหว่างประเทศเป็นเรื่องสำคัญและเป็นผลประโยชน์ของประเทศ ซึ่งตนไม่เห็นด้วยที่ไปกล่าวหาข้าราชการว่ารับเงินเพื่อดึงคะแนนเพิ่ม และอยากให้ตรวจสอบข้อกล่าวหานี้อย่างจริงจัง ควรละอายและไม่ควรไปฟ้องร้องอะไรกัน และอย่าไปรังแกข้าราชการที่เป็นเด็ก เพราะเชื่อว่าคงไม่รู้เรื่องและเราก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว

 นายชินวรณ์ กล่าวว่า ส่วนการขอความร่วมมือจากวิปวุฒิสภาก็ได้รับทราบว่า วุฒิสภาไม่สบายใจหลายเรื่อง เช่น เห็นว่ารัฐบาลและฝ่ายค้านใช้สภาเล่นเกมทางการเมืองมากจนเกินไป และไม่เห็นด้วยที่มีการกล่าวหาประธานในที่ประชุมและเจ้าหน้าที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสม รวมทั้งเห็นว่ากรณีที่นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ที่ไปแจ้งความนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ว่าทำหน้าที่ไม่เป็นกลางนั้น ตนเห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะควรให้เกียรติกันบ้าง  

 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯได้แสดงความห่วงใยองค์ประชุมบ้างหรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า   เมื่อวันที่ 10 พ.ย.นายกฯได้โทรศัพท์มาถึงตน เพื่อแสดงความห่วงใยกรณีที่รัฐสภาไม่สามารถลงนาม ในข้อตกลงพิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ 2 ภายใต้พิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐบรูไน ที่นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ไปรอที่จะลงนามอยู่ที่ประเทศบรูไน โดยนายกฯให้ตนโทรศัพท์ไปชี้แจงและพูดคุยกับรมว.เกษตร   เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์เกิดขึ้นในการประชุมร่วมรัฐบาล ซึ่งเชื่อว่าประเทศที่เป็นประชาธิปไตยจะเข้าใจ