
ผวาแก๊งลักทรัพย์ก่อเหตุแล้วเผาบ้านทิ้ง5หลัง
ผู้ว่าจังหวัดนครศรีธรรมราชสั่งเรียกประชุมหลังเกิดเหตุคนร้ายเข้าโจรกรรมทรัพย์สินภายในบ้าน แล้วเผาที่อยู่อาศัยทำลายหลักฐาน ตำรวจประสานจังหวัดขอกล้องวงจรปิดแกะรอย เจ้าหน้าที่ให้น้ำหนักหวั่นเป็นฝีมือแรงงานต่างด้าว
เมื่อ 13.00 น.ของวันที่ 3 มี.ค.52 นายภาณุ อุทัยรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้เลขานุการการประชุมความมั่นคงระดับจังหวัดนำเอากรณีคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์แล้วเผาบ้านเจ้าทรัพย์ในพื้นที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เข้าประชุมอย่างเร่งด่วนหลังจากทราบว่าพฤติกรรมของคนร้ายได้สร้างความหวาดผวาให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก
ทั้งนี้มีรายงานว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์บ้านพักของ น.ส.สริลา วราลักษณ์ เลขที่ 331/1 ม.7 ต.ขนอม อ.ขนอม รายที่ 2.บ้านพักของนางโสภาพรรณ กลิ่นหอม อยู่ 31/2 ม.7 ต.ขนอม อ.ขนอม รายที่ 3.บ้านพักของนายรมแก้ว เข็มสม อยู่ 97/2 ม.7 ต.ขนอม อ.ขนอม รายที่ 4.บ้านพักนายสุรินทร์ กาญจนถิ่น เลขที่ 129/2 ม.1 ต.ขนอม และรายที่ 5 บ้านเลขที่ 53/1 ม.3 ต.ขนอม อ.ขนอม ซึ่งพฤติกรรมนั้นคนร้ายได้เข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์หลายรายการ โดยก่อนหลบหนีจะมีการวางเพลิงเผาบ้าน ซึ่งได้รับความเสียหายมากน้อยตามลำดับ
นายภาณุ อุทัยรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องนี้แล้วจากนายอำเภอขนอมขณะนี้รู้ตัวบุคคลทั้งคนเดียวและกลุ่มที่มีส่วนคนร่วมทำงานอยู่ด้วยไม่เกิน 3 คน ได้มอบหมายให้ ว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน์ เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช รับผิดชอบในพื้นที่อำเภอขนอม เป็นหัวหน้าคณะทำงานจัดประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องภาย เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในทำนองเดียวกันนี้ขึ้นอีก
"เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ผมคิดว่าน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น เป็นเรื่องของความขัดแย้งปนอยู่ด้วยคงต้องมองหลายประเด็น อย่างน้อยที่สุดเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายครั้งด้วยกัน ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่มีแก๊งค์มิจฉาชีพก่อเหตุเช่นนี้ " นายภาณุ ระบุ
พ.ต.อ.อรุณ แกล้ววาที ผกก.สภ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า เหตุเกิดภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2552 เดือนเดียวกัน 7 คดี แยกเป็นคดีเพลิงไหม้บ้านอย่างเดียว 2 คดี ลักทรัพย์ 2 คดี และ ลักทรัพย์วางเพลิง 3 คดี ซึ่ง 3 คดีหลังนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กองวิทยาการจัดการว่าผลสรุปจะออกมาอย่างไร เจ้าทุกข์ก็ออกมายืนยันว่าถูกลักทรัพย์
" ตอนนี้ทราบตัวคนร้ายแล้ว กำลังอยู่ในขั้นรวบรวมพยานหลักฐาน คิดว่าเป็นเหตุลักทรัพย์ ผมได้แจ้งในที่ประชุมตั้งแต่เดือนที่แล้วว่า ขอกล้องโทรทัศน์วงจรปิดติดตั้งในย่านชุมชน เพราะจะได้ช่วยกันดูแลกัน ลำพังตำรวจจะไปนั่งเฝ้าคงไม่ได้ การติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดในย่านชุมชนหรือตามแหล่งต่างๆ เป็นการช่วยป้องกันและสามารถช่วยคลี่คลายคดีลงไปได้ "พ.ต.อ.อรุณ ระบุ
นายศุภโยค จริยะวัฒนา กำนันตำบลขนอม อ.ขนอม กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นนั้นมีทั้งตำบลขนอม และตำบลควนทอง เกิดเหตุสลับกันจึงตั้งข้อสังเกตได้ว่าต้องเป็นคนคนเดียวกัน ก่อนเกิดเหตุจะมีผู้เห็นบุคคลต้องสงสัยเดินวนเวียนถัดมาอีกไม่นานก็เกิดเหตุ "คนทำต้องรู้ดีว่าบ้านหลังนี้ทำอะไร รู้ว่าบ้านหลังนี้นำยางแผ่นไปขายกลับมาช่วงเวลาใด บ้านอยู่ไม่ห่างกันมากนัก " นายศุภโชค ระบุ
แหล่งข่าวรายหนึ่งเปิดเผยว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อว่าคนร้ายเป็นกลุ่มคนในหมู่บ้าน เนื่องจากพฤติกรรมเป็นพฤติที่โหดร้ายไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งขณะนี้ส่วนที่เกี่ยวข้องกำลังมองไปที่กลุ่มชาวต่างด้าวที่อาศัยอยู่ใน อ.ขนอม มีเป็นจำนวนมาก มีทั้งชาวพม่าและชาวโรฮิงยากำลังเฝ้าระวังและติดตามคนกลุ่มนี้ถึงถิ่นฐานอาศัยหลังจากตกงาน มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นฝีมือของกลุ่มนี้เนื่องจากดูพฤติกรรมแล้วถือว่าคล้ายกับที่พม่า แหล่งข่าวรายเดิมกล่าว



