
ขบวนการทำลายทักษิณ
"วันนี้ผมมาถึงพนมเปญแล้วครับ คิดถึงบ้านมากครับ คืนนี้จะพบและรับประทานอาหารกับครอบครัวท่านฮุน เซน ขอย้ำครับว่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่ในใจตลอด"
เนื้อความที่ ทักษิณ ชินวัตร เขียนในเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ช่องทางที่ใช้สื่อถึงคนไทยทั้งที่รักและไม่รักเขา
ถึงแม้ว่าในวันนี้ ทักษิณ จะเดินทางมาถึงกัมพูชาตามกำหนดเดิม แผนเดิม แต่ ทักษิณ ในวันนี้ กลายเป็นคนที่น่าสงสาร
เป็นคนที่หลายคนเห็นใจ และหลายคนก็ยังไม่ให้อภัย ตราบเท่าที่ยังไม่เห็นสำนึกของ ทักษิณ ที่จะยอมรับต่อกระบวนการยุติธรรมที่ใช้กับคนไทยทั้งชาติ
การเดินทางแทบจะรอบโลกแต่สุดท้ายกลับทำได้เพียงเลียบๆ เคียงๆ อยู่ประเทศเพื่อนบ้านถิ่นกำเนิด นับเป็นความคับแค้นแสนสาหัส
ทักษิณ ไม่ได้ติดคุก 2 ปีในเมืองไทย แต่ ทักษิณ คงรู้ดีว่า นับแต่ตัดสินใจหนีไปต่างประเทศและร่อนเร่พเนจรไปประเทศนั้นประเทศนี้ สภาพเป็นอยู่ ดีกว่าทนทุกข์ในคุกไม่มากนัก
รู้ดีว่า สิ้นอิสรภาพชั่วคราว กับการอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ อย่างไหนมันทรมานมากกว่ากัน
ถึงแม้วันนี้ ทักษิณ จะประกาศว่าอยู่พนมเปญ เก่งกล้าก็ส่งคนมาจับกุม
ก็เพียงแค่มุ่งหวังให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คลุ้มคลั่งเท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า อภิสิทธิ์ จะเป็นไปในอย่างที่คาดหมาย
ตรงกันข้ามเมื่อรู้แน่ชัดแล้วว่า ทักษิณ อยู่พนมเปญ ก็เท่ากับเปิดช่องทางให้ดำเนินการตามหลักสากลที่ทั่วโลกให้การยอมรับ คือการส่งหนังสือขอตัวทักษิณมารับโทษตามที่กระบวนการยุติธรรมของไทยได้พิพากษาเอาไว้
แต่หาก ฮุน เซน ไม่ยอมและแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา ด้วยการไม่ส่ง ทักษิณ ให้ไทย ก็เท่ากับพร้อมยอมรับมาตรการตอบโต้อย่างอื่นจากไทยที่จะติดตามมา ซึ่งเป็นเรื่องที่ ฮุน เซน จะต้องกลับไปไตร่ตรองให้หนัก
ปัจจัยที่ ฮุน เซน จะต้องเอาไปพิจารณาเพิ่มก็คือ บทสัมภาษณ์ของทักษิณที่ให้แก่ "ไทม์ส ออนไลน์" ที่พาดพิงถึงสถาบันกษัตริย์ของไทย
เพราะตรงนี้คือการปิดประตูตายด้วยปากของ ทักษิณ เอง
ลำพังโทษจำคุก เมื่อมารับโทษแล้วคนไทยก็คงจะให้อภัย แต่โทษที่จาบจ้วงสถาบันกษัตริย์นั้นยังมองหาคนที่หยวนๆ กับเรื่องนี้ไม่เจอ
ทักษิณ ในวันนี้และวันข้างหน้า จึงน่าจะทำได้เพียงแค่เท่าที่เป็นอยู่
ด้อมๆ มองๆ จะเข้าประเทศก็ไม่กล้าเข้า อาจเพราะเห็นหม้อดินใบเขื่อง หรืออาจจะแหยงกับสายสิญจน์ที่ล้อมประเทศไทยเอาไว้
คำว่า "คิดถึงบ้านมาก" น่าจะแทนความรู้สึกที่ว่า บินไปได้ทั่วโลกแต่กลับเข้าแผ่นดินเกิดไม่ได้ เลยแม้แต่น้อยนิด
ถามว่าอะไรล่ะที่ทำให้ ทักษิณ ค่อยๆ เดินมาจนถึงจุดนี้ ใครคือขบวนการทำลายทักษิณ ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ
การมีนักการเมืองสอพลอพยายามเป่าตูด ยกย่องให้เป็นนั่นเป็นนี่ จนอยู่เหนือผู้เหนือคน ทั้งที่ความจริงก็เป็นคนธรรมดา เป็นนักการเมืองที่จะต้องหนีไม่พ้นการตรวจสอบโดยระบบที่วางเอาไว้ ...นั่นใช่หรือไม่
การที่มีคนเสื้อแดงที่ถูกคนใช้ความรักต่อตัวทักษิณนำหน้า แล้วสวมเสื้อคลุมประชาธิปไตย จนคิดไปว่าถ้ามี ทักษิณ ก็มีประชาธิปไตย จนปั่นป่วนบ้านเมืองไปเมื่อครั้งเดือนเมษายน นั่นใช่หรือไม่?
การมีพวกหัวขวด ที่พยายามยกย่องสรรเสริญ ชี้ทิศนำทาง จนเกือบพาบ้านเมืองเกิดเหตุจลาจล แล้วจนวันนี้ก็ยังไม่เลิกรา นั่นใช่หรือไม่?
นี่ยังไม่นับพวกนักวิชาการที่มีคอกมีค่าย ฉกฉวยโอกาส ดันก้น เจ้ามูลเมือง ให้เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย ทั้งที่เมื่อครั้งครองอำนาจนั้นก็ปฏิเสธระบอบรัฐสภา ชิงยุบสภาก่อนที่จะมีการอภิปรายทั่วไป ...อย่างนั้นใช่หรือไม่?
ถ้าในวันนี้ ทักษิณ พยายามสะกดกลั้นความเจ็บปวด ให้เป็นเพียงความรู้สึกหนึ่งที่ร่างกายรับรู้ได้ แล้วค่อยๆ ไตร่ตรองหาเหตุหาผล เหมือนเมื่อครั้งที่เรืองอำนาจแล้วพยายามยกเอาธรรมะมาข่มใจให้คนอื่น
วันนี้ถึงเวลาที่จะต้องข่มใจตนเองให้จงหนัก
เลิกฟังสรรพเสียงลิ่วล้อที่มีแต่จะพาดำดิ่งลงก้นเหว
เลิกคิดเรื่องจะกลับคืนสู่อำนาจ เพราะในวันนี้ เอาเแค่กลับเข้าประเทศยังเป็นเรื่องที่เป็นไปได้น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
เลิกฝันถึงทรัพย์สมบัติส่วนเกินที่ถูกอายัดเอาไว้ เพราะเอามาก็ไม่ได้ทำให้กินได้เกินอิ่ม หรืออิ่มก็ไม่เกินคนอื่นเท่าใด
ถ้าทำได้อย่างนี้ แม้ไม่ได้กลับเข้าประเทศ แต่ก็น่าจะทำให้ความทุรนทุรายมันลดน้อยลงได้บ้าง
เพราะความจริงในวันนี้ก็คือ "สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม" พยายามจนถึงที่สุดแล้ว ก็ได้แค่เกาะขอบรั้วดูความเป็นไปในบ้านเกิดเท่านั้น !
ศรุติ ศรุตา



