ข่าว

เกม?

เกม?

11 พ.ย. 2552

คุณผู้อ่านสังเกตเห็นเหมือนผมไหมครับว่า บรรยากาศการเมืองไทยเวลานี้ส่อสัญญาณของการใกล้จะถึงจุดที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงบางอย่าง การเปลี่ยนแปลงที่ว่านั้นอาจเป็นไปในวิถีประชาธิปไตย เช่น ปัญหาต่างๆ ได้เขม็งเกลียวและนำไปสู่เงื่อนตาย จนนายกฯ อภิสิทธิ์ จำใจต้อง

 ปัญหาหลักของรัฐบาลชุดนี้ ก็คือ การเป็นรัฐบาลที่เกิดจากการผสมเทียม ที่หนักไปกว่านั้นก็คือ เป็นการผสมต่างสายพันธุ์ เกิดเป็นหัวมังกุท้ายมังกรอย่างที่เห็นๆ กันอยู่ และพรรคการเมืองเก่าแก่ที่ตั้งมาหลายทศวรรษอย่างพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคการเมืองเฉพาะกิจที่เพิ่งตั้งเพียงไม่กี่วันอย่างพรรคภูมิใจไทย ย่อมต้องมีความผิดแผกแตกต่างกันอย่างมาก ทั้งแนวคิด วิธีการทำงานและวัฒนธรรมองค์กร นอกเหนือไปจากการเรียกร้องต่อรองในเรื่องต่างๆ ตั้งแต่ตำแหน่งรัฐมนตรี จนถึงเก้าอี้ข้าราชการประจำในกระทรวงของตน และผลประโยชน์นานาของพรรคใหม่ และอาการอกหักของคนในพรรคเก่าที่ไม่ได้รับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ย

 ผมคาดว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ ทราบแต่ต้นแล้วว่าตนเองมีเวลาที่จะอยู่ในตำแหน่งไม่นานนัก และจำเป็นต้องเร่งสร้างคะแนนนิยมสำหรับการเลือกตั้ง ทั้งการลด แลก แจก แถม ตามสไตล์ประชานิยมที่พรรคประชาธิปัตย์เคยโจมตีพรรคไทยรักไทยมาก่อน และการต่อตีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แบบไม่ลดละ แต่ยิ่งนานไปก็ยิ่งเห็นได้ชัดเจนว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ ทำได้เพียงไล่ชกเงาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะที่ฝ่ายนั้นมีลูกเล่นใหม่ๆ เพื่อจะได้เป็นผู้นำเกมอยู่ตลอดเวลา

 ปัญหาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา เป็นเกมที่นายกฯ อภิสิทธิ์ ถูกล่อหลอกให้ทุ่มเทการเล่นแบบหมดหน้าตัก และก้าวไปสู่ปัญหาความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะขยายระดับออกไปถึงขนาดไหน ทั้งการแก้ปัญหาภายในด้วยการสร้างปัญหาภายนอกก็เป็นเกมที่ ฮุน เซน เล่นมาก่อนจนเชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม นายกฯ อภิสิทธิ์ ดูจะพออกพอใจกับผลการสำรวจคะแนนนิยมที่พุ่งขึ้นอย่างมากจากท่าทีแข็งกร้าวต่อกัมพูชา มากกว่าการแยกแยะปัญหาที่เกิดขึ้น หรือคำนึงถึงผลในระยะยาว ทั้งที่การแสดงบทบาทผู้นำประเทศนั้น ไม่ใช่การแสดงของละครโทรทัศน์ที่จะยึดถือเรตติ้งเป็นเกณฑ์

 สิ่งที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งในช่วงนี้ก็คือ ความเงียบเชียบของผู้มีหน้าที่ด้านความมั่นคง ที่ปล่อยให้นายกฯ อภิสิทธิ์ ฉายเดี่ยวเต็มม้วน แต่ก็ไม่ได้ทำให้นึกถึงหนังบู๊ประเภท “แรมโบ้” หรือ “พระเอกคนเดียว ผู้ร้ายตั้งพัน” แต่ไพล่ไปนึกถึงหนังตลกเด็กอย่าง “โดดเดี่ยวผู้น่ารัก” เสียมากกว่า

 ผมว่ากลิ่นอายและบรรยากาศการเมืองไทยเวลานี้ กรุ่นๆ การเปลี่ยนแปลงแล้วนะครับ และการเลือกตั้งครั้งต่อไปอาจจะเกิดกระแส “ไม่เอา ม.แม้ว - ไม่เอา ม.มาร์ค”

 แต่จะเอาตัวอักษรอะไรนั้น คุณๆ ก็อาจจะพอมองเห็นกันเลาๆ แล้วใช่ไหมครับ?