
ไทย-เปรูเดินหน้าเปิดเสรีสินค้าเพิ่ม
ไทยเตรียมลงนามเอฟทีเอเปรู 13 พ.ย.นี้ เดินหน้าเปิดเสรีสินค้าเพิ่ม ลด/เลิกภาษีระหว่างกัน 70% ของรายการสินค้าทั้งหมด
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 11-14 พฤศจิกายนนี้ นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ จะเดินทางเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งในวันที่ 13 พฤศจิกายน จะลงนามร่วมกับรมว.การค้าต่างประเทศ และการท่องเที่ยว สาธารณรัฐเปรู ในพิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ 2 ภายใต้พิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งการเปิดเสรีการค้าสินค้า และอำนวยความสะดวกทางการค้า
"ภายใต้พิธีสารดังกล่าว ไทยและเปรูผูกพันที่จะลด/เลิกภาษีประมาณ 70% ของรายการสินค้าทั้งหมดที่ค้าขายกัน ซึ่งในจำนวนนี้ประมาณ 50% ไทยสามารถลดเป็น 0% ได้ทันที ที่เหลือจะทยอยลดเป็น 0%" นางนันทวัลย์กล่าว
ทั้งนี้ เอฟทีเอไทย-เปรูนั้น ทั้งสองประเทศได้ลงนามความตกลงตั้งแต่ปี 2548 เฉพาะในสินค้าที่เร่งลดภาษีและมีผลบังคับใช้ในปี 2549 ส่วนพิธีสารเพิ่มเติม จะเปิดเสรีสินค้าที่เหลือ สินค้าที่ไทยจะได้ประโยชน์ เช่น รถปิกอัพ เครื่องซักผ้าความจุเกิน 10 กิโลกรัม ปรินเตอร์ และด้าย ที่เปรูจะลดภาษีจาก 4% เป็น 0% ทันที ของทำด้วยเหล็ก ไมโครเวฟ เครื่องรับวิทยุ หลอดฟลูออเรสเซนต์ จาก 12% เป็น 0% ส่วนที่เปรูจะได้ประโยชน์ เช่น สินแร่สังกะสี เศษอะลูมิเนียม เศษทองแดง ส่วนประกอบเครื่องจักรไฟฟ้า ปลาหมึกแช่แข็ง สังกะสีออกไซด์ วัตถุแต่งสี และองุ่นสด



