ข่าว

แผนใหม่ร.ฟ.ท.ตั้งบริษัทลูกแห่งเดียว"โสภณ"เชื่อสหภาพรับได้

แผนใหม่ร.ฟ.ท.ตั้งบริษัทลูกแห่งเดียว"โสภณ"เชื่อสหภาพรับได้

11 พ.ย. 2552

"โสภณ" แจงแผนปฏิรูป ร.ฟ.ท. ตั้งบริษัทลูกเหลือแห่งเดียวคือ บริษัทแอร์พอร์ตลิงค์ เชื่อสหภาพไม่ค้าน เตรียมนำเข้าหารือครม.เศรษฐกิจ 11 พ.ย.นี้ ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครม.ต่อไป

 นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานแถลงแผนพัฒนาระบบการขนส่งทางรถไฟ ภายใต้แนวคิด "บูรณะทางเดิม เพิ่มหัวรถจักร ขยายโครงข่าย เพิ่มสายทางคู่ มุ่งสู่ไฮสปีด" พร้อมด้วยประธานคณะกรรมการศึกษางาน 4 ด้าน คือ เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน บริหารทรัพย์ การแก้ไขกฎหมาย และระเบียบการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) การแก้ปัญหาโครงสร้างบริหารและอัตรากำลังคน

 นายโสภณกล่าวว่า หลังจากมอบหมายให้ ร.ฟ.ท.จัดตั้งคณะกรรมการ 4 ชุด เพื่อรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาด้านต่างๆ ของ ร.ฟ.ท. ซึ่งใช้เวลากว่า 1 เดือนนั้น กระทรวงจะนำเข้าหารือในคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งในแผนจะมีการจัดตั้งบริษัทลูกเพียงแห่งเดียวคือ บริษัทบริหารแอร์พอร์ตลิงค์ จึงถือว่ารัฐบาลได้ถอยให้ 2 ก้าวแล้ว และเชื่อว่าสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ รฟท.จะไม่คัดค้านแผนพัฒนาร.ฟ.ท.อีก

 นายถวัลรัฐย์ อ่อนศิระ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กล่าวว่า การพัฒนาระบบการขนส่งทางรถไฟจะเป็นการดำเนินการระยะเร่งด่วน เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ และเพิ่มความสะดวกปลอดภัยในการใช้บริการรถไฟ โดยเป็นแผนระยะ 5 ปี (ปี 2553-2557) เช่น การปรับปรุงพัฒนาสภาพงานทางระบบอาณัติสัญญาณ ระบบล้อจักรและล้อเลื่อน ปรับปรุงความแข็งแรงทางรถไฟและระบบอาณัติสัญญาณ และปรับปรุงเพิ่มเติมหัวรถจักร โดยการจัดหาหัวรถจักรใหม่มาทดแทนหัวรถจักรที่มีอายุเกิน 25 ปี จำนวน 151 คัน

 ส่วนการขยายโครงข่าย ได้วางแผนพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟสายใหม่ เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางของประชาชน และสินค้าให้ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ในระยะทางรวม 2,651 กิโลเมตร รวมวงเงินงบประมาณ 392,348 ล้านบาท ขณะที่การพัฒนาระบบการเดินรถให้เป็นระบบรถไฟความเร็วสูง จะเร่งศึกษาการเปิดโอกาสให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในโครงข่ายระบบรถไฟความเร็วสูงที่มีอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่สูงระยะทางรวม 2,675 กิโลเมตร เป็นโครงข่ายอิสระ วงเงินลงทุน 7.1 แสนล้านบาท

 ด้าน พล.ต.ท.บริหาร เสี่ยงอารมย์ ประธานกรรมการแก้ปัญหาทรัพย์สิน กล่าวว่า การแก้ปัญหาการบริหารจัดการทรัพย์สิน ร.ฟ.ท. จะต้องเริ่มจากการแยกที่ดิน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในธุรกิจเดินรถ ออกจากที่ดินที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเดินรถ ซึ่งจากผลการสำรวจทรัพย์สิน ร.ฟ.ท. พบว่า ร.ฟ.ท.มีที่ดินจำนวนทั้งสิ้น 234,976.9 ไร่ เป็นที่ดินเพื่อการเดินรถ ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก 198,674.7 ไร่ และที่ดินเพื่อการพาณิชย์ จำนวน 36,302.18 ไร่ โดย ร.ฟ.ท.จะเดินหน้าเข้าตรวจสอบสัญญาเช่าทรัพย์สินที่ดินเดิมกว่า 1 หมื่นสัญญา ซึ่งที่ผ่านมายอมรับว่า ไม่ได้สร้างรายได้ให้ ร.ฟ.ท.เป็นกอบเป็นกำ โดยเชื่อว่าหากสามารถดำเนินการได้ก็จะเพิ่มรายได้ให้ ร.ฟ.ท.อีกมาก