ข่าว

ศาลให้ประกัน " 2 หมอ" ฝากขังสั่งจ่ายยา ขายนอกระบบ

ศาลให้ประกัน " 2 หมอ" ฝากขังสั่งจ่ายยา ขายนอกระบบ

25 มี.ค. 2562

ปส.คุม "2 หมอชาย-หญิง" ผู้ต้องหาสมคบทำผิดยาเสพติด สั่งจ่ายเฟนเตอมีน วัตุถออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ขายนอกระบบใช้ยาลดความอ้วน ขณะที่ญาติกำเงินแสนขอประกัน

 

           25 มี.ค.62 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 14.30 น. "ร.ต.อ.วีระยุทธ สุดใด" พนักงานสอบสวน บช.ปส.1 ได้ควบคุมตัว นายจอมพล มีศรี อายุ 32 ปี ชาว จ.นครราชสีมา และ น.ส.บัณฑิตรา นาใจคง อายุ 31 ปี ชาว จ.หนองบัวลำภู สองหมอ ผู้ต้องหาคดี มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 และ 4 ในยาลดความอ้วนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย มาฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.- 5 เม.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานสำคัญอีก 7 ปาก และรอผลการตรวจประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา กับผลการตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์ อีกทั้งยังต้องรวบรวมพยานหลักฐานอื่นที่จำเป็น โดยพนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสองด้วย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และมีการกระทำผิดลักษณะเป็นเครือข่าย หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราว เกรงจะหลบหนี       

 

  ซึ่ง "ศาล" พิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

          ต่อมาญาติของสองหมอ "นายจอมพล" และ "น.ส.บัณฑิตรา" ได้ยื่นคำร้อง พร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด ขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสองระหว่างการฝากขัง

         โดยเมื่อเวลา 17.00 น. "ศาล" พิจารณาแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว หมอทั้งสองไป โดยตีราคาประกันคนละ 600,000บาท โดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใดๆ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำร้องฝากขัง ระบุพฤติการณ์สรุปว่า ก่อนเกิดเหตุ  เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ปส. ได้รับข้อมูลร้องเรียนการลักลอบจำหน่าย วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 เฟนเตอมีน (Phentermine) ชื่อการค้า duromine และ panbesy ที่ใช้ในการลดน้ำหนัก ซึ่งยาทั้งสองตัวดังกล่าว เป็นวัตถุออกฤทธิ์ โดยการจำหน่ายจะต้องได้รับการสั่งจ่ายจากหมอ และจากข้อมูลการสืบสวนพบว่า มีกลุ่มบุคคลหรือนายทุนใหญ่ หาช่องทางนำวัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าวมาจำหน่าย โดยใช้วิธีให้นายหน้าลงไปในพื้นที่และติดต่อหมอซึ่งอยู่ตามต่างจังหวัด โดยจะหาหมอที่เปิดกิจการคลินิกและมีใบประกอบวิชาชีพ ให้ค่าตอบแทนในการสั่งจ่ายยาที่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าว เดือนละ 50,000 –60,000 บาท ซึ่งในการเบิกวัตถุออกฤทธิ์นั้นจะต้องทำเอกสารในการสั่งซื้อ โดยหมอต้องทำเอกสารลงนามมอบอำนาจให้ตัวแทนไปรับยาแทน ซึ่งจะทำเอกสารนั้นให้นายหน้าจำนวน 12 ชุด (12 เดือน) และเมื่อมีคนไปรับวัตถุออกฤทธิ์จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มาแล้ว ก็จะโอนเงินค่าตอบแทนให้หมอผู้สั่งยา

          โดยจากข้อมูล ทราบว่า มีหมอหรือคลินิกที่เบิกยาลักษณะนี้ ประมาณ 50-70 แห่ง โดยจะมีคนทำเอกสารปลอมในการเบิกยา ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (ส.ส.จ.) ตรวจสอบว่ามีการเบิกยาจริง แต่จริงๆ แล้วยาไม่ได้ถูกส่งมาซึ่งนายทุนจะเก็บเอาไว้เองและทำเอกสารปลอมส่งให้หมอ โดยการสืบสวนพบว่า กลุ่มกระทำผิดกลุ่มนี้จะมีรายได้เดือนละ 5-10 ล้านบาท ซึ่งกำลังสืบสวนถึงนายทุนใหญ่

          กระทั่งวันที่ 7 ธ.ค.61 เจ้าหน้าที่ ปส. ทราบว่า กลุ่มผู้ค้ายากลุ่มนี้ได้จัดส่งยาวัตถุออกฤทธิ์ทางพัสดุ ของบริษัท เคอรี่  (Kerry) โดยมีการส่งถึงบุคคลที่คอนโดมีเนียม ซ.พหลโยธิน 30 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. พร้อมระบุหมายเลขโทรศัพท์ด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ติดตามพัสดุดังกล่าวไปจนถึงที่พักดังกล่าว และขอตรวจค้นกล่องพัสดุเมื่อมีผู้มารับ คือ น.ส.ปัทมพรหรือไอซ์ หรืออ้อม หรือออม คัมภีระ ก็ตรวจพบวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 เป็นยาน้ำหนัก 17,121.081 กรัม (ตรวจพบปริมาณเฟนเตอมีนคำนวณสารบริสุทธิ์หนัก 1,070.350 กรัม) ราคาประมาณ 1,127,500 บาท และประเภท 4  เป็นยาน้ำหนัก 2,181.443 กรัม (ตรวจปริมาณไดอาซีแพม วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4) ราคา 60,000 บาท กับโทรศัพท์จึงได้ดำเนินคดีอาญา 358/2561 ซึ่งชั้นจับกุมและสอบสวน น.ส.ปัทมพร ให้การรับสารภาพ รับว่ายาที่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ทั้งหมดซื้อมาจากพี่ดาวส์ (ซึ่งเชื่อว่าเป็นคนกลาง หรือโบรกเกอร์)  ติดต่อทางโทรศัพท์ โดยเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามพฤติการณ์ของกลุ่มผู้เกี่ยวข้องจนพบข้อมูลการเบิกยาและส่งมอบยา รวมทั้งการชำระเงินผ่านบัญชีเงินฝาก และเชื่อว่า นายจอมพล และ น.ส.บัณฑิตรา ผู้ต้องหาซึ่งเป็นหมอ ร่วมกระทำผิด โดยการรวบรวมพยานหลักฐานพบการซื้อยาวัตถุออกฤทธิ์ฯ ประเภท 2 ออกนอกระบบ และการลักลอบจำหน่ายยาชนิดนี้มีมาเป็นเวลานานพอสมควรในกลุ่มผู้กระทำผิดเดียวกัน ซึ่งการกระทำนั้นเป็นลักษณะขบวนการโดยกลุ่มหมอที่เกี่ยวข้องได้เบิกยา และนำออกมาจำหน่ายนอกระบบ มีกลุ่มผู้ซื้อและนำมาขายในกลุ่มผู้ค้าเดียวหรือนำไปขายบนอินเตอร์เน็ต และนำจำหน่ายไปยังต่างประเทศ  

          โดยพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกนายจอมพล และ น.ส.บัณฑิตรา กับขอศาลออกหมายจับนางกัญญนันทน์ ธัญธรเตชสิทธิ์ (คนกลาง) ในข้อหาสมคบสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน"

           ต่อมาวันที่ 25 มี.ค. นายจอมพล และน.ส.บัณฑิตรา ผู้ต้องหาที่เป็นหมอ ได้เดินทางมาพบ พนักงานสอบสวน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 8  ซึ่งชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การปฏิเสธ