ข่าว

รักชาติย่อมต่างจากคลั่งชาติ

รักชาติย่อมต่างจากคลั่งชาติ

10 พ.ย. 2552

คำว่า รักชาติ ชาตินิยม คลั่งชาติ หลงชาติ ปรากฏอยู่ในคำวิพากษ์วิจารณ์ของหลายฝ่ายขณะที่กัมพูชากับประเทศไทยมีเรื่องเผชิญหน้ากัน แต่ละคำนั้นล้วนมีความหมายที่แตกต่างกันไป สิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในขณะนี้ในความรู้สึกของคนไทยคือ "คลั่งชาติ" หรือ "หลงชาติ"

แต่คำว่า "รักชาติ" เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะในภาวะปกติหรือภาวะคับขัน ความรักชาติจะต้องอยู่ในหัวใจของคนไทย เพราะว่าความรักชาติเท่านั้นที่จะสร้างค่าของความรู้สึกต่อประเทศชาติ และตอกย้ำถึงความสำคัญของการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในมวลหมู่ประชาชนต่อสิ่งที่เป็นศัตรูของประเทศ

 "ศัตรู" นั้นมีหลายรูปแบบ ไม่จำเป็นจะต้องมีเรื่องการเรียกทูตกลับจากประเทศเพื่อนบ้านจึงจะเรียกว่าเป็นวิกฤติ ภาวะปกติที่คนไทยไม่มีความเป็นเอกภาพ หรือความขัดแย้งกัน นั่นก็ถือว่าความรักชาติหดหายไป

 ฉะนั้น ประเทศไทยเราในหลายปีที่ผ่านมามีปรากฏการณ์ของความรักชาติที่หดหาย เพราะว่ามีความขัดแย้งในรูปแบบต่างๆ และเป็นรูปแบบที่มีสาเหตุจากคนคนเดียวคือ คุณทักษิณ ชินวัตร

 ฉะนั้น สังเกตว่าความรักชาติของคนไทยนั้นลดหายไปอย่างผิดสังเกตเป็นเวลาหลายปี ความจริงตั้งแต่ คุณทักษิณ ชินวัตร ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี และใช้นโยบายประชานิยม รวมไปถึงจัดการกับคนที่ไม่เห็นด้วย หรือแสดงความไม่พอใจกลุ่มคนที่ไม่อยู่ข้างตนเอง ระดับของความรักชาติในภาพรวมของประเทศไทยก็เกิดปัญหาขึ้นทันที

 ฉะนั้น ในภาวะปัจจุบันที่มีการเผชิญหน้า มีการขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา เพราะมีคุณทักษิณ เป็นสาเหตุอีกครั้งหนึ่ง

 ประเด็นเรื่องความรักชาติจึงมีปรากฏให้เห็นอีกระลอกหนึ่ง สำคัญว่าคนไทยจะต้องมองว่าการแก้ปัญหาของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านนั้นจะต้องยึดเอาผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก 

 ขณะเดียวกันเราก็ต้องคาดหวังว่า เพื่อนบ้านเราจะต้องมีความเข้าใจเช่นเดียวกับเราว่า การอยู่ร่วมกันนั้นจะต้องมีความรู้สึกให้ซึ่งกันและกัน จะต้องเคารพในความเป็นอธิปไตยของกันและกัน จะต้องไม่ก้าวก่ายแทรกแซงในเรื่องที่เป็นกระบวนการที่เจ้าของประเทศถือว่าศักดิ์สิทธิ์และเป็นประเพณีนิยม

 แน่นอน ถ้าหากขัดกับหลักสากล ถ้าหากผิดหลักการสิทธิมนุษยชน ในฐานะเป็นเพื่อนบ้านเราจะต้องแสดงความเป็นห่วงเป็นใย

 ในกรณีนี้ "เขมร" เป็นประเทศที่ถึงแม้จะอ้างว่ามีการเลือกตั้ง แต่การเมืองภายใต้การนำของ ฮุน เซน นั้นขัดต่อหลักการประชาธิปไตยในหลายเรื่อง ยังดีว่าประเทศไทยไม่เคยแสดงความคิดเห็นต่อเขมรเรื่องนี้ อย่างที่ประเทศไทยเคยเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับพม่ามาก่อน

 นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ควรจะเข้าใจว่าประเทศไทยเคารพในโครงสร้างการเมืองของกัมพูชามาตลอด แต่เมื่อ ฮุน เซน ถึงขั้นเสนอว่า รัฐบาลไทยควรจะยุบสภา-เลือกตั้ง และแต่งตั้ง ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษา ทั้งๆ ที่ทักษิณเป็นนักโทษหนีคำสั่งศาลนั้น ต้องถือว่าเป็นการก้าวก่ายเรื่องภายในประเทศอย่างผิดหลักการสากล

 ฉะนั้นความรักชาติของคนไทย ณ จุดนี้ จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะอยู่ในระดับที่เพียงปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง มิใช่เพื่อแทรกแซงก้าวก่ายหรือรุกรานเพื่อนบ้าน ความรักชาติต้องมี ความรู้สึกชาตินิยมควรจะเป็นหลักการในการดำรงชีวิตประจำวัน แต่ต้องไม่ผ่านไปถึงระดับคลั่งชาติหรือหลงชาติ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่จะเกิดอันตราย  

 ณ วันนี้ ยังไม่เห็นร่องรอยของความรู้สึกคลั่งชาติหรือหลงชาติแต่ประการใด มีแต่คนไทยเรียกร้องให้สามัคคี เพราะเรากำลังถูกรุกรานทางการเมืองและการทูตอย่างชัดเจน ปฏิเสธไม่ได้

สุทธิชัย หยุ่น