ข่าว

วิศวกรเสนอปรับปรุงการรถไฟเป็นวาระแห่งชาติ

วิศวกรเสนอปรับปรุงการรถไฟเป็นวาระแห่งชาติ

10 พ.ย. 2552

วิศวกรเสนอปรับปรุงการรถไฟเป็นวาระแห่งชาติ ด้านผู้บริโภคระบุหากสหภาพจะหยุดเดินรควรแจ้งประชาชนก่อน

 (10พ.ย.)   คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชน ว่า ด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิการเมือง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมี นพ. นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิฯ เป็นประธานในการประชุมพิจารณากรณีที่สหภาพแรงงานการรถไฟ ยื่นร้องให้ตรวจสอบ การรถไฟแห่งประเทศไทย ว่า ขัดขวางการใช้สิทธิในการตรวจสอบของสหภาพฯหรือไม่ โดยในวันนี้ได้เชิญนาย สมเกียรติ พงษ์กันทา วิศวะกรอิสระ ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการรถไฟทั้งในประเทศและต่างประเทศ และรถไฟฟ้าบีทีเอส นาย อิฐบูรณ์ อ้นวงษา หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย นายพัฒนา ไสยวงศ์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย สาขาทุ่งสง นายอวยพร คงด้วง พนักงานขับรถไฟและกรรมการสาขาทุ่งสง ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย

 ทั้งนี้ในที่ประชุมนายสมเกียรติ กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตนคิดว่าเกิดจากความล้มเหลวของการรถไฟ ที่ไม่ได้มีการพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพ ประชาชนสามารถโดยสารได้ด้วยความปลอดภัย หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุที่เขาเต่าทำให้เราต้องหันมาฉวยโอกาสให้เป็นประโยชน์ในการที่ต้องปฏิรูป เพื่อปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพ ถึงเวลาแล้วที่การรถไฟควรต้องมีการปรับเปลี่ยนบุคคลากรกันใหม่หมด เพราะที่ผ่านมาหลังจากแปรรูปมาเป็นรัฐวิสาหกิจทำให้เห็นว่า แทบไม่มีการพัฒนาระบบรถไฟไทยเลย ซึ่งตนอยากจะให้ประชาชนที่อยู่ในขบวนเกิดเหตุนั้น รวมตัวกันฟ้องร้องการรถไฟในวันพรุ่งนี้เลย เพราะตามหลักกฎหมายนานๆชาติของโลกแล้ว เขาได้มีการพัฒนาป้องกันความปลอดภัยในเรื่องของการเกิดวินาศกรรมในระบบราง ของเราไม่ได้มีการนึกถึงแถมยังปล่อยปะละเลย แม้กระทั้งรถ และ ทาง ไม่ได้มีมาตรฐานของความปลอดภัย

 นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า แม้กระทั่งโรงเรียนวิศวะการรถไฟที่ยกเลิกไป และนำนักศึกษาที่จบชั้นปวช.และปวส.มาทำงานแทนนั้นเป็นข้อผิดพลาด เพราะการทำงานรถไฟต้องใช้ทักษะพิเศษ ต้องมีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน รวมทั้งพนักงานที่ขับรถไฟต้องสอบผ่านใบอนุญาตก่อน และต้องตรวจเช็คสุขภาพด้านจิตวิทยา สายตาและหูฟังก่อนออกทำงาน ดังนั้นควรมีการปรับปรุงบุคลากรทั้งหมด ทางสหภาพฯและผู้บริหารฝ่ายบริหารต้องถอยออกมาคุยกันคนละก้าว เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งนี้ต้องโทษเราเองที่ปล่อยให้มีรัฐบาลที่ไม่ต่อเนื่อง ตนจึงเสนอให้การรถไฟไทยเป็นวาระแห่งชาติ เพราะการรถไฟที่เกิดขึ้นมาเพราะรัฐกาลที่ 5 ต้องการให้ประชาชนสัญจรเดินทางกันได้อย่างสะดวก ทั่วถึง เพราะฉะนั้นเราจะให้กิจการรถไฟไทยล้มไม่ได้

 นายสมเกียรติ กล่าวยังได้กล่าวถึงผลการสรุปของคณะกรรมการตรวจสอบกรณีรถไฟตกรางที่เขาเต่า ว่า ตนเห็นว่ารัฐควรที่จะตั้งคณะกรรมการที่เป็นคนกลางขึ้นมาตรวจสอบ ไม่ใช่ตั้งคนในส่วนของผู้บริหารรถไฟขึ้นตรวจสอบ ที่ตนมองว่าผลการสอบกรณีเขาเต่านั้นมีการตั้งธงไว้แล้ว ตนคิดว่าคณะกรรมการที่ทำหน้าที่สอบสวนนั้นควรเป็นคณะกรรมการอิสระที่จำเป็นต้องมีความรู้เฉพาะด้าน และเรื่องนี้ต้องมีความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ควรที่จะมีกติกาการไปกล่าวหาโดยไม่มีการอ้างอิงเป็นการตรวจสอบที่อ่อนแอ อีกทั้งอุปกรณ์วิจิแลนซ์เดตแมนเป็นเพียงอุปกรณ์เสริมไม่ใช่อุปกรณ์ควบคุม ตนขอเสนอว่าการรถไฟควรจ้างผู้ชำนาญทางด้านการทางพิเศษ ที่ประเทศไทยยังไม่มี ซึ่งที่เป็นหน่วยงานจากต่างประเทศ เข้ามาเป็นผู้ดูแล ตรวจเช็คและประเมินอุปกรณ์ คู่มือ และความพร้อมของพนักงานก่อนจะทำการเดินรถ และหน่วยงานดังกล่าวนี้จะทำหน้าที่รับผิดชอบหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น

 ด้านนายอิฐบูรณ์ กล่าวว่า ในส่วนที่ผู้บริโภคต้องการ คือ เมื่อซื้อตั๋วรถไฟแล้วรถไฟต้องออกตรงเวลาและอำนวยความสะดวกในการให้บริการ อีกทั้งเรื่องความสำคัญเป็นเรื่องความปลอดภัย หากรถไฟจะออกเดินทางนั้นต้องมีความพร้อม แต่เมื่อพบปัญหาต้องทำการแก้ไขทันที หากทำการซ่อมแซมหรือแก้ไขไม่ได้ควรเปลี่ยนรถที่มีความสมบูรณ์มากกว่าแทนทันที รวมทั้งกรณีที่มีการปล่อยผู้โดยสารกลางทางนั้น ผู้บริการต้องจัดหาหนทางเพื่อนำผู้โดยสารไปถึงปลายทางที่ต้องการให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าเป็นการหลอกลวงประชาชน แต่เมื่อพบว่ารถไม่มีความพร้อม หนักงานขับรถจึงจำเป็นต้องเดินรถด้วยความปลอดภัย เมื่อออกเดินรถแล้วทั้งหมดจะอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบการทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามหากจะมีการหยุดเดินรถควรแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านหน่วยงานที่ใกล้กับประชาชนได้รับทราบมากที่สุด ตนคิดว่าหากสหภาพฯมีความเข้มแข็ง รัฐหรือนักการเมืองตะไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ จึงจำเป็นต้องมีคณะกรรมการอิสระขนส่งที่แยกตัวจากอำนาจของรัฐหากไม่เกิดองค์กรนี้ขึ้นก็จะเกิดปัญหาขึ้นอยู่ต่อเนื่อง

 นพ.นิรันดร์ กล่าวว่า ในปัญหาดังกล่าวควรแก้ไขข้อมูลในระยะยาวมีระบบบริหารจัดการที่มีคนกลาง เช่น คณะกรรมการองค์กรกลาง เพื่อประเมินความปลอดภัยที่ตรวจสอบเรื่อระบบว่ามีประสิทธิภาพเพียงใด ทั้งนี้พบว่าประชาชนที่ซื้อตั๋วต้องการหลักประกันแต่ในกิจการของรถไฟไม่ได้รับประกันความปลอดภัยให้กับประชาชน ดังนั้นประชาชนควรมีการตื่นตัวด้านสิทธิพลเมืองมากขึ้น สำหรับบทบาทในเรื่องของการตรวจสอบฝ่ายบริหารการรถไฟนั้น ควรเป็นบทบาทภาคประชาชนมากกว่าจะได้ไม่ทำให้ฝ่ายบริหารและสหภาพฯมีปัญหามากกว่านี้ โดยในวันที่พรุ่งนี้ ( 11 พ.ย.) ตนจะลงพื้นที่สถานีรถไปบางซื่อและสถานีรถไฟหัวลำโพงเพื่อตรวจสอบรถไฟที่ใช้งานจริงว่ามีความพร้อมในการใช้งานเพียงใด และในวันที่ 17 พ.ย. จะเปิดเวทีสาธารณะ โดยเชิญนาย โสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ผู้บริหารการรถไฟ สหภาพแรงงานฯ นักวิชาการและประชาชนที่สนใจเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น