ข่าว

ททท.ชูกิจกรรมระนองดันท่องเที่ยวใต้ปี53

ททท.ชูกิจกรรมระนองดันท่องเที่ยวใต้ปี53

10 พ.ย. 2552

ททท.ใต้ ชูจังหวัดระนองดันบูมท่องเที่ยวปี 53 อัดหลากกิจกรรมหวังดึงกรุ๊ปทัวร์ ทั้งไทยและต่างชาติเข้าพื้นที่

นายสาธิต นิลวงศ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ซึ่งดูแลเขตพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" ถึงนโยบายและแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวใจเขตพื้นที่ภาคใต้ปี 2553 นี้ว่า จะมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคใต้โดยมุ่งเน้นจังหวัดรองได้แก่ชุมพร,ระนอง,สุราษฏร์ธานี และนครศรีธรรมราช โดยการค้นหาจุดขายที่เน้นความโดดเด่นของพื้นที่ที่มีศักยภาพและความเป็นไปได้ในแต่ละจังหวัดเพื่อผลักดันและส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้รับทราบ “เช่นในส่วนจ.ระนอง จุดขายตามศักยภาพที่เป็นไปได้คือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยธรรมชาติบำบัด อันได้แก่น้ำร้อน ซึ่งสามารถขยายไปยังการบำบัดโดยธรรมชาติเช่น สปา แต่ทั้งนี้อาจจะต้องศึกษารูปแบบเพื่อสร้างจุดขายที่แตกต่าง เช่นวิธีการนำทรัพยากรมาใช้บำบัด องค์ประกอบของการบำบัด ซึ่งขณะนี้ทาง ททท.ภาคใต้ได้ส่งเจ้าหน้าลงเก็บข้อมูลรายละเอียดในแต่ละจังหวัดเพื่อจัดทำแผนงานสนับสนุนและส่งเสริมต่อไป” นายสาธิต กล่าวต่อว่าในส่วนของพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างที่มีปัญหาความไม่สงบอยู่ในขณะนี้นั้นคงจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ภาคใต้ ส่วนเขตพื้นที่ภาคใต้ตอนบนขณะนี้ถือว่าอยู่ในช่วงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ส่งผลให้การเกิดโครงการลงทุนมากมายกว่า 10,000 ล้านเฉพาะโครงการที่เกี่ยวกับท่องเที่ยวทั้งโรงแรม,รีสอร์ทในปี 2551-2552 ที่ผ่านมาเพื่อรองรับการขยายตัว นายภานุ วรมิตร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยภาคใต้ เขต 5 ซึ่งดูแลพื้นที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี,ชุมพร และระนอง ซึ่งเป็นพื้นที่ 3 จังหวัดตามแผนโปรโมตของ ททท.ในปีนี้ว่าสถานการณ์โดยรวมของพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ตอนบนมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2552 คาดจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามายังพื้นที่ทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 2 ล้านคน สำหรับแนวโน้มในปีหน้า คาดว่าจากแผนการส่งเสริมของ ททท.จะส่งผลให้การท่องเที่ยวขยายตัวไม่ต่ำกว่า 10% โดยมีปัจจัยสำคัญด้านเศรษฐกิจ,น้ำมัน,การเมือง และความไม่สงบ นายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ประธานหอการค้า จ.ระนอง อดีตนายกสมาคมผู้ประกอบภาคธุรกิจการท่องเที่ยวจ.ระนอง เปิดเผยว่าจากยุทธศาสตร์การผลักดันให้จังหวัดระนองเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเมืองสปาชั้นนำของโลกจะส่งผลให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังระนองมากขึ้นจากปีที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 30-40% อย่างแน่นอน หรือไม่ต่ำกว่า 200,000 คน แต่ปัญหาสำคัญซึ่งถือเป็นอุปสรรคที่ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหาทางแก้ไขคือการร่วมมือกันระหว่างภาคเกิดชนกับภาคเอกชน และภาคเอกชนกับหน่วยงานรัฐที่ยังทำงานไปคนละทิศละทาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลักดันนโยบายด้านท่องเที่ยว