ข่าว

นำนักธุรกิจสำรวจเส้นทางอาร์3เอเปิดตลาดเหนือล่าง

นำนักธุรกิจสำรวจเส้นทางอาร์3เอเปิดตลาดเหนือล่าง

10 พ.ย. 2552

ผู้ว่าฯเมืองสองแควนำนักธุรกิจบุกสำรวจเส้นทางอาร์ 3 เอผ่านลาวเข้าจีน มั่นใจศักยภาพของสี่แยกอินโดจีนพร้อมรับมือการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวเพื่อนบ้าน พร้อมหาลู่ทางเปิดตลาดคลัสเตอร์ภาคเหนือตอนล่างในประเทศเพื่อนบ้าน

 เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 11 พ.ย.52 นายปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้นำคณะสมาชิกหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 24 คน แวะพักที่บริเวณจุดพักรถสี่แยกอินโดจีน อ.เมือง จ.พิษณุโลก ก่อนเดินทางไปสำรวจเส้นทางการค้าการลงทุน และการท่องเที่ยว ตามเส้นทาง R3A ไทย-ลาว-จีน เพื่อเปิดตลาดสินค้าในกลุ่มคัสเตอร์ภาคเหนือตอนล่าง ที่ประกอบด้วย จังหวัดพิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ และนครสวรรค์

 โดยมีเป้าหมายตลาดที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่มีประชากรมาก อีกทั้งสำรวจเส้นทาง โลจิสติกส์ ที่พิษณุโลกกำลังขับเคลื่อนเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าของภูมิภาคนี้ ในขณะที่กลุ่มนักธุรกิจ จ.พิษณุโลก      ที่เดินทางไปในครั้งนี้ ต้องการไปเห็นสภาพพื้นที่เพื่อมองตลาดการลงทุน โดยเฉพาะ ที่นิคมอุตสาหกรรม 12 ปันนา สาธารณรัฐประชาชนจีน

 นายปรีชา กล่าวว่า จังหวัดพิษณุโลก ถือว่าเป็นสี่แยกอินโดจีน ในภูมิภาคนี้ และกลุ่มร่วมภาครัฐและเอกชนของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างนั้น ได้มีการรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจระดับจังหวัดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาสี่แยกอินโดจีน ทางจังหวัดได้มียุทธศาสตร์ให้เป็นศูนย์กลางของการบริการและการขนส่งมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในครั้งนี้ทั้งภาครัฐและเอกชน จึงได้เดินทางไปสำรวจเส้นทางการค้ากับเมืองคุนหมิง โดยเฉพาะการส่งออก ซึ่งมองว่าตลาดยางพารา ที่กำลังเป็นที่ต้องการของประเทศจีนอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลดีกับเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลก  และสามารถกระ ตุ้นเศรษฐกิจระดับภูมิภาคเป็นอย่างดี

 นอกจากประเทศจีน และลาว แล้ว ทางจังหวัดพิษณุโลกยังมองตลาดการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว ตามเส้นทางด้านตะวันออก-ตะวันตก ทางด้านประเทศเวียดนาม มาเลเซีย กัมพูชาและพม่าอย่างไรก็ตาม ในปี 2553 ทางจังหวัดพิษณุโลก จะเป็นศูนย์กลางสี่แยกอินโดจีน จะมีการนำสินค้า อาหาร การท่องเที่ยว จากทางกลุ่มนักธุรกิจ ในประเทศแถบอินโดจีนทั้ง ลาว จีน เวียดนาม มาเลเซีย กัมพูชา พม่า เพื่อดึงกลุ่มประเทศดังกล่าวมาลงทุนที่จังหวัดพิษณุโลกและกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว ให้คึกคักมากยิ่งขึ้น

 นายปรีชา กล่าวว่า นอกจากช่องทางการค้าการลงทุนแล้ว ในทางกลับกันได้มองดูลู่ทางดึงนักท่องเที่ยว จากประเทศจีนมาเที่ยวที่เมืองพิษณุโลก และประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น เพื่อหวังให้การท่องเที่ยวของจังหวัดและประเทศไทยดีขึ้น หลังจากประสบภาวะต่างๆมามากมาย จนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างน่าใจหาย และในแต่ละปีนั้นนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน มาท่องเที่ยวในเมืองไทย และที่ จ.พิษณุโลก มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 100 กรุ๊ป ส่งผลให้การท่องเที่ยวมีสีสันไม่น้อยกว่านักท่องเที่ยวประเทศอื่น

 รายงานแจ้งว่า  จังหวัดพิษณุโลก มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี 2550 มีจำนวนนักท่องเที่ยว  1,353,897  ราย ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างประเทศ จำนวน 126,896 ราย  ในปี 2551 มีจำนวนนักท่องเที่ยว 1,457,597 ราย ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างประเทศ จำนวน  157,758  ราย

 ขณะที่จำนวนผู้มาเยี่ยมเยือน ในปี 2550 มีจำนวน 1,900,108 ราย ในปี 2551 มีจำนวน  2,071,448  ราย นักทัศนาจร ปี 2550 มีจำนวน  546,211 ราย ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างประเทศ  63,450 ราย ในปี 2551 มีนักทัศนาจรจำนวน  613,851 ราย ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างประเทศจำนวน  57,628  ราย แต่ละคนใช้เงินเฉลี่ยรายละ 1,000-1,500 บาทต่อวัน