ข่าว

สันกำแพงขนโอทอปร่วมโครงการล้านนาสู่อันดามัน

สันกำแพงขนโอทอปร่วมโครงการล้านนาสู่อันดามัน

10 พ.ย. 2552

สสว.หนุนงบ 1.1 ล้านบาท ขนผู้ผลิตโอทอปในอ.สันกำแพง บุกจ.ภูเก็ต เปิดโครงการล้านนาสู่อันดามัน ระบุมีสินค้าร่วมงานกว่า 200 บูธ เชื่อสร้างรายได้ขายปลีกไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาท-ขายส่งอีกกว่า 10 ล้านบาท หวังต่อยอดจับคู่ธุรกิจบิซิเนสเมชชิ่งผู้ผลิตโอทอปเชียงใหม่-นักธ

 นายสุภคิน วงศ์ษา รองประธานมูลนิธิส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการหัตถกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า อ.สันกำแพง ร่วมกับผู้ประกอบการโอทอปสันกำแพง ได้จัดโครงการล้านนาสู่อันดามันขึ้นที่อ.สะพานหิน จ.ภูเก็ต ระหว่างวันที่ 18-22 พ.ย. โดยมีการนำผู้ประกอบการสินค้าหัตถกรรมและโอทอปจากอำเภอสันกำแพงและอำเภอใกล้เคียงร่วมแสดงสินค้า ซึ่งการจัดโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)

 สำหรับโครงการล้านนาสู่อันดามันที่อ.สันกำแพงเป็นเจ้าภาพนี้ถือเป็นโครงการต้นแบบ เนื่องจากอ.สันกำแพง มีชื่อเสียงเรื่องโอทอปมากที่สุดในประเทศไทย และในพื้นที่จ.เชียงใหม่เองก็มีผู้ประกอบการและสินค้าโอทอปมากที่สุดหากเปรียบเทียบกับอำเภออื่นอีก 24 อำเภออีกด้วย ซึ่งโครงการดังกล่าวสสว.ได้ให้งบประมาณในการสนับสนุนจำนวน 1.1 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายทั้งค่าเดินทาง ค่าเช่าบูธ ค่าที่พัก และค่าอาหาร แต่จะมีการเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

 ทั้งนี้ งานดังกล่าวจะมีบูธแสดงสินค้าจำนวนทั้งสิ้น 150-200 บูธ เป็นของผู้ประกอบการจากจังหวัดเชียงใหม่ทั้งหมด ส่วนสินค้าที่จำมาจัดแสดงจะเป็นสินค้าถัตหกรรมของอ.สันกำแพงจำนวน 122 ราย ทั้งกระดาษสา ร่มบ่อสร้าง ของที่ระลึกต่างๆ ส่วนบูธที่เหลือจะเป็นของอำเภอข้างเคียง เช่น อ.แม่ริม อ.หางดง เป็นต้น และสมาชิกของสมาคมผู้ผลิตและส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนืออีกจำนวนหนึ่งที่จะเดินทางไปร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

 ผู้ประกอบการที่จะร่วมออกบูธแสดงสินค้าจะเดินทางออกจากจังหวัดเชียงใหม่ในวันที่ 16 พ.ย. ซึ่งอ.สันกำแพง ได้มีการอำนวยความสะดวกในการจัดรถบัสไว้คอยบริการ ส่วนสินค้าที่จะจำไปวางจำหน่ายนั้นจะไปถึงก่อนผู้ประกอบการล่วงหน้า 1 วัน โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการแต่ละบูธนำสินค้าไปได้ไม่เกิน 4 กล่องใหญ่ ทั้งนี้ พิธีเปิดงานจะจัดขึ้นในวันที่ 18 พ.ย. ในช่วงเย็น และตลอดการจัดงานทั้ง 5 วันจะมีการเปิดขายสินค้าตั้งแต่เวลา 15.00-23.00 น. ส่วนในช่วงเวลากลางวันจะเปิดโอกาสให้กลุ่มธุรกิจจากภาคใต้เจรจาซื้อขายทำบิซิเนส เมชชิ่งกัน

 นายสุภคิน กล่าวต่ออีกว่า โครงการล้านนาสู่อันดามันนี้เชื่อว่าจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในช่วงไฮซีซั่นได้เป็นอย่างมาก เพราะจังหวัดภูเก็ตเองก็มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวที่จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว การออกงานครั้งนี้แม้จะเป็นระยะเวลาเพียง 5 วันแต่เชื่อว่าจะสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการในส่วนของการขายปลีกไม่ต่ำกว่า 3-4 ล้านบาท และในส่วนของขายส่ง รวมถึงออร์เดอร์อีกไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

 "งานครั้งนี้เราไม่ได้หวังเพียงการขายปลีกเท่านั้น แต่หวังว่าในอนาคตจะมีการจับคู่ธุรกิจหรือบิซิเนส เมชชิ่ง ระหว่างผู้ประกอบการสินค้าหัตถกรรม กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ทั้งสมาคมโรงแรมภาคใต้ สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และร้านค้าปลีก ฯลฯ ที่แต่ละปีมีการสั่งสินค้าจากจังหวัดเชียงใหม่ไปใช้ประกอบธุรกิจ เช่น การตกแต่งโรงแรม ของใช้ของชำร่วยต่างๆ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้ประกอบการเชียงใหม่จะดำเนินการแผนการตลาดเชิงรุกสร้างยอดขายในช่วงเศรษฐกิจซบเซาได้เป็นอย่างดี" นายสุภคิน กล่าว