ข่าว

"พงศพัศ"โบ้ยตามตัว"แม้ว"หน้าที่อสส.-บัวแก้ว

"พงศพัศ"โบ้ยตามตัว"แม้ว"หน้าที่อสส.-บัวแก้ว

10 พ.ย. 2552

โฆษก ตร.โบ้ย ตามตัว"ทักษิณ" ระบุเป็นหน้าที่ อสส.และ ก.การต่างประเทศ ยังไม่ถึงหน้าที่ตำรวจ ด้านคำสัมภาษณ์ทักษิณทางไทม์ออนไลน์ ให้ก.ไอซีทีดูแล พร้อมทำงานร่วมกับก.การต่างประเทศแปลข้อความ และตั้งคณะทำงานพิจารณาเข้าข่ายหมิ่น

(10พ.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผช.ผบ.ตร. ในฐานะ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึง การติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาดำเนินคดีในประเทศไทยว่า จริง ๆ แล้ว การติดตามพ.ต.ท.ทักษิณ มาดำเนินคดี เป็นเรื่องของอัยการสูงสุด (อสส.)ซึ่งทาง อสส. ดำเนินการมานานแล้ว ตาม พ.ร.บ.การจัดส่งผู้ร้ายข้ามแดน ภายใต้ความร่วมมื่อกันกันของประเทศต่าง ๆ โดยมีกระทรวงการต่างประเทศร่วมดำเนินการด้วย ในส่วนของตำรวจได้มีการประสานงานกับอสส. อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะของกลุ่มประเทศอาเซียน เรามีโครงขายที่เรียกว่า อาเซียนนาโพลหรือ ตำรวจอาเซียน ซึ่งจะช่วยกันดูแลแก้ปัญหาอาชญากรรม โดยตำรจไทยโดยกองการต่างประเทศของเราและตำรวจกองการต่างประเทศของกัมพูชาก็มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ทั้งนี้ เมื่อตำรวจแต่ละประเทศได้รับการประสานงานจาก อสส. หรือกระทรวงการต่างประเทศ ก็พร้อมปฎิบัติ

 เมื่อถามว่า ในส่วนของตร. มีหน้าที่อย่างไรในความร่วมมือกับ อสส.และกระทรวงการต่างประเทศ พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวต่อ ในทุกกรณีที่ตำรวจจะทำได้ แต่จะต้องได้รับการประสานจาก อสส. แต่ขณะนี้ยังไม่เกิดขึ้น ในเรื่องการแจ้งถิ่นที่อยู่ ทาง อสส. มีข้อมูลชัดเจนอยู่แล้ว ทั้งเรื่องของการเดินทาง การพำนักอาศัย หรือมีการประสานในระดับปฎิบัติ ซึ่งตำรวจเป็นส่วนหนึ่ง

 "อย่างไรก็ตามตำรวจคงไม่ทำงานลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือในฐานะผู้ปฎิบัติ ตามนโยบายของก.ต่างประเทศและอสส.ในฐานะเจ้าของเรื่อง เรื่องความชัดเจนของแหล่งพำนักนั้น ไม่เป็นประเด็นสำคัญ อยู่ที่ว่าจะสามารถนำตัวมาได้อย่างไร ซึ่งกระบวนการดังกล่าวค่อนข้างเยอะพอสมควร ซึงคิดว่า กระทรวงการต่างประเทศและอสส.ก็ดำเนินการอย่างเต็มที่อยู่แล้ว " พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าว

 เมื่อถามว่า กรณีที่ผู้นำกัมพูชาออกมาระบุว่า จะไม่นำตัวพ.ต.ท.ทักษิณให้กับประเทศไทยจะเป็นปัญหาในเรื่องของขั้นตอนหรือไม่ พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นระดับนโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศก็รู้อยู่แล้วว่าจะต้องทำอย่างไร เพื่อจะได้ข้อสรุปที่ตรงกัน เช่นเดียวกับกรณีนายราเกซ สักเสนา ที่ประสบความสำเร็จในการเจรจา จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของตำรวจร่วมกับอสส.ไปรับตัวมา

 พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวถึงกรณี เวปไซต์ไทม์ออนไลน์ ที่เผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ เข้าข่ายหมิ่นสถาบันนั้น ว่าทางตร.ได้ประสานกับ กระทรวงไอซีที เมื่อเช้าที่ผ่านมา โดยแนวทางการปฎิบัติคือ เมื่อมีข้อความปรากฎทางเวบไซด์ ที่กระทบความมั่นคงของประเทศหรือ เป็นเรื่องการกระทำผิดกฎหมาย กระทรวงไอซีทีก็มีศูนย์ที่จะติดตามเผ้าระวังตรงนี้อยู่แล้ว ทันทีที่พบมูลฐานการกระทำความผิด กระทรวงไอซีทีก็จะร้องมาทางตำรวจ ซึ่งเรามีหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ แต่จะถึงขั้นปิดเวบไซด์หรือบล็อกนั้น ทางไอซีทีจะต้องทำเรื่องถึงศาล โดยศาลจะเป็นผู้สั่ง

 พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวต่อว่า สำหรับเวบไซด์ไทม์ออนไลน์ ทางกระทรวงไอซีทีก็ดำเนินการอยู่ คาดว่าช่วงบ่ายวันนี้จะมีความชัดเจน ในส่วนข้อความหมิ่นนั้น ไม่ต้องห่วง ทาง ตำรวจสันติบาลก็ดูแลร่วมกับกระทรวงไอซีที และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยกองการต่างประเทศดำเนินการแปลข้อความดังกล่าว และกระทรวงการต่างประเทศก็ให้ข้อมูลมาส่วนหนึ่งด้วย เมื่อแปลเสร็จสิ้นแล้วทางตำรวจก็มีคณะทำงาน พิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งมีทั้ง ตำรวจสันติบาล ฝ่ายกฎหมาย คิดว่าใช้เวลาไม่มาก แต่ต้องความรอบคอบ และอาศัยข้อมูลพื้นฐานจากกระทรวงการต่างประเทศเป็นหลัก