
นักโทษลักลอบดื่มเมทิลแอลกอฮอล์ตาย3
นักโทษ 45 ราย ลักลอบดื่มเมทิลแอลกอฮอล์ในเรือนนอน ตายแล้ว 3 โคม่า 2 ราย อีก 16 รายถูกส่งตัวเข้ารพ.ราชทัณฑ์ อธิบดีกรมคุกตั้งกรรมการสอบสวนพร้อมให้ดำเนินคดีกับหัวโจกที่ลักลอบนำสารเคมีออกจากโรงฝึกอาชีพ
(10พ.ย.) นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงข่าวชี้แจงเหตุนักโทษของทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง ธัญญบุรี ลักลอบนำเมทิลแอลกอฮอล์ไปดื่มจนเป็นเหตุให้มีนักโทษเสียชีวิต 3 ราย ว่า ได้รับรายงานจากทัณฑสถานวัยหนุ่มว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ย. นช.เอกชัย คิดดี ผู้ต้องขังคดียาเสพติดของแดน 3 ได้ลักลอบนำเมทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้ผสมสีและผสมชแล็คออกมาจากโรงฝึกอาชีพช่างเชื่อมเหล็ก โดยนำสารเคมีใส่ขวดน้ำดื่มขนาดเล็กแล้วหย่อนออกมาทางช่องลูกกรง เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ จากนั้นนช.วิชัย วงศ์สุวรรณ ผู้ต้องขังคดีชิงทรัพย์ ได้นำเมทิลแอลกอฮอล์ไปผสมกับน้ำอัดลมและนำขึ้นไปแจกจ่ายให้ผู้ต้องขังร่วมแดนดื่มในช่วงกลางคืนหลังเจ้าหน้าที่ปิดเรือนนอน ต่อมาในวันที่ 7 พ.ย. นักโทษหลายรายมีอาการปวดท้อง ทุรนทุรายจนหมดสติ เจ้าหน้าที่ผู้คุมจึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลคลองหลวงและโรงพยาบาลปทุมธานี แต่นักโทษ 3 ราย ประกอบด้วย นช.อำพล เชื้อจีน นช.วิชัย วงศ์สุวรรณ และนช.ศุภวัฒน์ อะวิสุ เสียชีวิตที่โรงพยาล และอีก 2 รายอาการยังโคม่า
นายชาติชาย กล่าวอีกว่า ภายหลังได้รับทราบข้อมูลจากโรงพยาบาลว่านักโทษเสียชีวิตเพราะดื่มเมทิลแอลกอฮอล์เข้าไป พัสดีเรือนจำจึงเรียกประชุมเพื่อขอให้ผู้ต้องขังที่มีส่วนรู้เห็นและร่วมวงดื่มเมทิลแอลกอฮอล์แสดงตัวเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลก่อนที่จะตาบอดหรือเสียชีวิต เป็นผลให้นักโทษรวม 45 คน ให้การรับสารภาพว่าร่วมกันดื่มแอลกอฮอล์ผสมน้ำอัดลม เรือนจำจึงเจาะเลือดผู้ต้องขังทั้งหมดส่งตรวจทางปฏิบัติการและให้การรักษาโดยให้ยาเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดแดงและเจาะเลือดเป็นระยะ โดยขณะนี้มีผู้ต้องขังถูกส่งตัวมาดูอาการในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ 16 ราย ส่วนที่เหลืออาการไม่น่าเป็นห่วง
ตนได้สั่งการให้ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์เข้าสอบสวนข้อเท็จจริง ถึงสาเหตุที่นักโทษลักลอบนำสารเคมีออกจากโรงฝึกว่า เกิดจากความหละหลวมในการเก็บดูแลรักษาสารเคมีในโรงฝึกหรือไม่ และให้ดำเนินคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจนเป็นเหตุให้มีนักโทษบาดเจ็บและเสียชีวิต
ทั้งนี้จากการสอบสวนเบื้องต้น นช.เอกชัยยังโกหกว่านำเมทิลแอลกอฮอล์ออกมาเพื่อผสมน้ำสำหรับสระผมเพื่อแก้อาการคันศีรษะ ซึ่งเจ้าหน้าที่เรือนจำไม่ปักใจเชื่อจึงแจ้งความไว้ที่สภ.คลอง 5 เพื่อดำเนินคดีอาญากับนช.เอกชัย ส่วนนักโทษที่ร่วมกันดื่มแอลกอฮอล์ทั้ง 45 คน จะถูกลงโทษทางวินัยด้วยการลดชั้น และตัดวันลดวันต้องโทษ
นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า เป็นเวลานานกว่า 20 ปีที่กรมราชทัณฑ์เข้มงวดไม่ให้นักโทษลักลอบนำสารเคมีและอุปกรณ์ของมีคมออกจากโรงฝึกอาชีพ นอกจากนี้ยังมีการให้ความรู้ผู้ต้องขังให้ตะหนักถึงอันตรายของสารเคมีและวัตถุอันตรายต่าง ๆ แต่วิสัยของผู้ต้องขังเป็นพวกชอบความเสี่ยงและท้าทาย รวมทั้งชอบความมึนเมา จึงมีความพยายามลักลอบนำกาวและสารเคมีออกไปสูดดม บางรายก็นำเศษยากันยุงของผู้คุมไปบดและผสมกับน้ำอัดลมเพื่อดื่มให้มึนเมา ปัจจุบันยังมีแนวโน้มนักโทษลักลอบนำยาแก้ไอกลุ่มเดกซ์โตและยาแก้ภูมิแพ้คอเฟนิรามีน เข้าไปในเรือนจำ บางรายก็นำไปขายให้เพื่อนนักโทษ โดยกลุ่มยาดังกล่าวหากกินเข้าไปในปริมาณมากๆ ประมาณ 20-30 เม็ด จะออกฤทธิ์ให้มึนเมาได้



