
โพลล์ชี้ปชช.หนุนรัฐแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ
กรุงเทพโพลล์ ระบุ ประชาชนเห็นด้วยให้รัฐบาลเข้าแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ
(10พ.ย.) ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) ระบุคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลร้อยละ 79 เห็นด้วยกับโครงการพยุงหนี้นอกระบบของรัฐบาล แม้ส่วนใหญ่จะเห็นว่าการรู้จักวางแผนใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ไม่ฟุ่มเฟือย เป็นทางแก้ปัญหาหนี้นอกระบบที่ดีที่สุด นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้เป็นหนี้ร้อยละ 28.7 เคยถูกติดตามทวงหนี้ด้วยวิธีการที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ดังรายละเอียดต่อไปนี้
1.ความเห็นต่อโครงการพยุงหนี้นอกระบบของรัฐบาล ที่เปิดให้ประชาชนผู้เป็นหนี้นอกระบบสามารถกู้เงินจากรัฐบาล เพื่อนำไปชำระหนี้แล้วผ่อนชำระกับธนาคารที่เข้าร่วมโครงการในวงเงินไม่เกิน 2 แสนบาทต่อคน เห็นด้วยร้อยละ 79.0 โดยให้เหตุผลว่า เป็นการช่วยเหลือประชาชนให้ผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง และลดปัญหา การถูกทวงหนี้ด้วยวิธีรุนแรง ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 21.0 โดยให้เหตุผลว่า เป็นหนี้ส่วนบุคคลก่อขึ้นมาเอง เชื่อว่าแก้ปัญหาหนี้สินไม่ได้ และเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ
2. ความเห็นต่อทางออกหรือแนวทางในการแก้ปัญหาการเป็นหนี้นอกระบบของคนไทยที่ดีที่สุด คือ - การรู้จักวางแผนการใช้จ่ายให้เหมาะสม ไม่ฟุ่มเฟือย ร้อยละ 51.2 - ภาครัฐควรเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้น ร้อยละ 28.1
- สถาบันการเงิน เช่น ธนาคาร ควรกำหนดหลักเกณฑ์การกู้ให้ง่ายขึ้นร้อยละ 16.6 - อื่นๆ อาทิ มีการปราบปรามเจ้าหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง ส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้เสริม เป็นต้น ร้อยละ 4.1
3.เปรียบเทียบสัดส่วนของผู้ที่มีภาระหนี้สินอยู่ในปัจจุบันกับผู้ที่ไม่มีภาระหนี้สิน ไม่มีภาระหนี้สิน ร้อยละ 45.6 มีภาระหนี้สิน ร้อยละ 54.4 โดยในจำนวนนี้ประกอบด้วย- เป็นหนี้ในระบบอย่างเดียว ร้อยละ 29.2- เป็นหนี้นอกระบบอย่างเดียว ร้อยละ13.6- เป็นหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ ร้อยละ 11.6
4. ประสบการณ์ที่ผู้ตอบหรือคนใกล้ชิดเคยถูกติดตามทวงหนี้ด้วยวิธีที่ทำให้เดือดร้อน อับอาย หรือเข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล (สอบถามเฉพาะผู้ที่ระบุว่ามีภาระหนี้สินอยู่ในปัจจุบัน) ไม่เคยร้อยละ 71.3 เคยร้อยละ 28.7 โดยวิธีการที่พบคือ - ใช้คำพูดหยาบคายร้อยละ 14.4 - ข่มขู่ / กรรโชก ร้อยละ 6.9 เปิดเผยข้อมูล ประจานให้อับอาย ร้อยละ 3.6 - ส่งคนติดตามร้อยละ 2.3 - อื่นๆ อาทิ ทำร้ายร่างกาย ทำลายทรัพย์สินร้อยละ 1.5



