
ชู"ลุงตู่"ต่อยอดพันธกิจประชารัฐ-มั่นใจปักหมุดยกอุบลฯ
"สนธิรัตน์"ลั่น"ลุงตู่"สามารถต่อยอดพันธกิจ สานนโยบายสังคมประชารัฐ สวัสดิการประชารัฐ เศรษฐกิจประชารัฐให้สำเร็จลุล่วงได้
13 มีนาคม 2562 "สนธิรัตน์"ระบุวันนี้บ้านเมืองจะไปข้างหน้าแล้ว ไม่อยากให้กลับทะเลาะกันอีกพลังประชารัฐจึงตัดสินใจเชิญพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกฯและเป็นคนเดียวที่จะพาบ้านเมืองไปต่อ
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐนำคณะลงพื้นที่ปราศรัย ที่โดมอเนกประสงค์วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายอดุลย์ นิลเปรม ผู้สมัคร ส.ส เขต 1 จ.อุบลราชธานี ยืนยันจะสานต่อการดำเนินการนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งการลงปราศรัยครั้งนี้มีผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี ทั้ง 10 คน และมีมวลชน สนใจเข้าร่วมรับฟังกว่า 4,000 คน
โดยนายสนธิรัตน์ กล่าวว่า นับวันยิ่งมีความมั่นใจในการลงพื้นที่ โดยเฉพาะจ.อุบลราชธานี ตนมาช่วยหาเสียงรวม 4 ครั้ง ในการขึ้นเวทีปราศรัยแต่ละครั้งมีพี่น้องประชาชนมาฟังเป็นจำนวนมาก สร้างแรงบันดาลใจให้ทำเต็มที่ หากเป็นไปได้จะปักหมุดได้ยกทั้งจังหวัด 10 เขต เนื่องจากมีความมั่นใจในตัวของนายสุพล ฟองงาม ขุนพลที่เป็นกำลังหลักมีความผูกพันโยงใยกับพี่น้องประชาชน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์และคุณภาพของผู้สมัคร ส.ส เขตที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี นโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนและชูการนำศักยภาพผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่“ลุงตู่”ทำไว้ ซึ่งท่านจะสามารถช่วยต่อยอดพันธกิจ สานต่อนโยบายสังคมประชารัฐ สวัสดิการประชารัฐ เศรษฐกิจประชารัฐให้สำเร็จลุล่วงได้
นายสนธิรัตน์ กล่าวปราศรัยว่า วันนี้บ้านเมืองจะไปข้างหน้าแล้ว ไม่อยากให้กลับทะเลาะกันอีกพรรคพลังประชารัฐจึงตัดสินใจไปเชิญพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาให้มาเป็นนายกรัฐมนตรีถามว่าทำไมพรรคพลังประชารัฐไปเชิญพลเอกประยุทธ์ เพราะพรรคเห็นว่าหลังเลือกตั้งมันจะยุ่งถ้าผู้นำไม่เข้มแข็งถ้าผู้นำไม่เด็ดขาด ถ้าผู้นำไม่ทุ่มเทหัวใจให้กับพี่น้องประชาชนโดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงบ้านเมืองจะไปไม่ได้ ทางพรรคพลังประชารัฐเห็นว่าพลเอกประยุทธ์ เป็นคนเดียวเท่านั้นที่จะพาบ้านเมืองไปต่อ โดยช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายสนธิรัตน์ ได้ถามชาวบ้านว่าชอบบัตรสวัสดิการไหม ซึ่งชาวบ้านตอบลั่นห้องประชุมว่าชอบ พี่น้องระวังอย่าเลือกพรรคเพื่อไทยเพราะพรรคเพื่อไทยจะเลิกบัตรสวัสดิการเค้าไม่เอาบัตรสวัสดิการเพราะว่าตอนที่ผมทำบัตรสวัสดิการพวกผมเจ็บทั้งหัวใจผมเป็นหนึ่งในทีมสี่ถึงห้าคนที่คิดบัตรสวัสดิการถูกโจมตีมาก
นอกจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลแล้ว นโยบายพรรคที่จะดำเนินการต่อไป คือ พักชำระหนี้กองทุนหมู่บ้าน เป็นเวลา 3 ปี การแก้ไขปัญหาความยากจน โดยกรณีข้าวนั้นมีแนวทางจะให้ชาวนาได้เงิน ไร่ละ 2,000 บาท ได้ค่าปลูก 1,500 บาท ส่วนหญิงตั้งครรภ์จะได้รับ 3,000 บาท เมื่อคลอดบุตรแล้วจะได้รับ 10,000 บาท และได้ค่าเลี้ยงดูตั้งแต่แรกเกิดเดือนละ 2,000 บาท เป็นต้น
เรื่องโดย : วิชิต มีสวัสดิ์ ภาพโดย : วิชิต มีสวัสดิ์



