
พ่อมด"ราเกซ"กับโยงใยการเมือง
การยักยอกทรัพย์และทำผิด พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์ ของผู้บริหารธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (บีบีซี) ถูก "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ส.ส.สุราษฎร์ธานี จากพรรคประชาธิปัตย์ ตีแผ่อย่างหมดเปลือกในวันที่ 9 พฤษภาคม 2539
ในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี โดยอธิบายให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่าง "เกริกเกียรติ ชาลีจันทร์" กรรมการผู้จัดการใหญ่บีบีซี "เอกชัย อธิคมนันทะ" กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ และ "ราเกซ สักเสนา" ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ กับรัฐมนตรีกลุ่ม 16
สุเทพแจกแจงให้เห็นภาพในการประชุมสภาครั้งนั้นว่า ผู้บริหารบีบีซีทั้ง 3 คนข้างต้น ได้ร่วมกับนักการเมืองไปจดทะเบียนตั้งบริษัทตามที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ อาศัยชื่อบริษัทเหล่านี้ไปขอกู้เงินจากบีบีซีในลักษณะที่เรียกว่า เงินกู้เบิกเกินบัญชี (โอดี) แล้วเอาเงินกู้ไปกว้านซื้อที่ดินจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไร่ละ 2-3 หมื่นบาท จากนั้นจึงออกเอกสารสิทธิ ช่วงที่มี รมช.มหาดไทยชื่อ สุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่ม 16 โดยไม่สนใจว่า น.ส.3 จะไปทับที่ดินชาวบ้านหรือป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อได้ น.ส.3 แล้วก็จะให้บริษัทประเมินราคาหลักทรัพย์ ตีราคาประเมินเกินจริง แล้วเอามาทำโครงการกู้เงินจากบีบีซีอีกรอบ นำเงินไปเทกโอเวอร์หรือครอบงำกิจการบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ที่คนในตลาดหลักทรัพย์และนักเล่นหุ้นรู้ดีว่า เป็นหุ้นเน่าไม่มีราคา
ทั้งนี้ มีลูกค้าประมาณ 100-200 ราย ไปกู้เงินโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คิดเป็นเงินทั้งหมด 39,592 ล้านบาท โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) เคยทำหนังสือตักเตือนห้ามปรามไปถึงบีบีซีครั้งแล้วครั้งเล่า เนื่องจากเห็นว่าเสี่ยงและเป็นอันตรายต่อกิจการ และจากการตรวจสอบในเวลาต่อมาพบว่า ในบรรดาเงินกู้เกือบ 4 หมื่นล้านบาทนั้น เป็นหนี้เสียด้อยคุณภาพถึง 24,653 ล้านบาท หรือเกินครึ่งของเงินกู้ทั้งหมด
ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สุเทพได้แสดงหลักฐานเป็นหนังสือของแบงก์ชาติที่ ธปท.นป.354/2539 ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2539 เรื่องธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด ให้สินเชื่อและก่อภาระหนี้ผูกพันแก่ลูกหนี้นักการเมืองกลุ่ม 16 ระบุว่า นักการเมืองกลุ่ม 16 ได้เอาเงินไปจากบีบีซีทั้งหมด 7,833 ล้านบาท แยกออกเป็นกลุ่มที่ 1 กลุ่มตันเจริญ กลุ่มที่ 2 กลุ่มหาญสวัสดิ์ และกลุ่มชิดชอบ
โดยกลุ่มที่ 1 เอาเงินไปทั้งสิ้น 4,020 ล้านบาท มีบัญชีแสดงรายการชัดเจนว่าเป็นเงินกู้เบิกเกินบัญชีเท่าไร ตั๋วอาวัลเท่าไร ตั๋วสัญญาใช้เงินเท่าไร ค้างดอกเบี้ยเท่าไร มีหลักทรัพย์ใดบ้างที่ใช้ค้ำประกัน ได้ไปแล้วนำไปใช้อย่างไร โดยเงินกู้ทั้งหมดอนุมัติโดยนายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ โดยใช้ที่ดินที่มีปัญหาเรื่องการออกเอกสารสิทธิมาค้ำประกัน ตัวอย่างเช่น บริษัท วินิเวศ จำกัด ซึ่งต่อมาพนักงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนคดีเศรษฐกิจ (บก.สศก.) มีความเห็นสั่งฟ้องนายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ นายเอกชัย อธิคมนันทะ ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์และ พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์
บริษัท วินิเวศ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2537 ทุนจดทะเบียน 12 ล้านบาท มีกรรมการบริษัท 6 คน ได้แก่ นายวิเชียร ตันเจริญ นางสุภา ตันเจริญ นางจินดา มะลิผล นายทนงศักดิ์ ไวยรัชพานิช นางจินตนา กุลวานิช และนายเฉลิมชัย ตันเจริญ ได้กู้เงินจากบีบีซี 220 ล้านบาท เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2537 เพื่อนำไปซื้อหุ้นสามัญบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งนายเกริกเกียรติให้การอนุมัติ และเพิ่มวงเงินสินเชื่อให้อีก 102 ล้านบาท ในวันที่ 5 กันยายนปีเดียวกัน ต่อมาบริษัท วินิเวศ จำกัด ได้เปิดบัญชีกระแสรายวันเป็นเงิน 1 หมื่นบาท แต่เบิกเงินเกินบัญชีเป็นเงิน 15 ล้านบาท นายเกริกเกียรติและนายเอกชัยเป็นผู้อนุมัติโดยบัตรพิเศษ
นอกจากนี้ ยังมีบริษัท ซีลาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์วิส จำกัด ทุนจดทะเบียน 11 ล้านบาท ยื่นกู้เงิน 867 ล้านบาท โดยนำที่ดิน น.ส.3 ก.ใน อ.พรเจริญ และ อ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย 23,787 ไร่ 2 งาน 65 ตารางวา มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทั้งที่ราคาประเมินจริงแค่ไร่ละ 2 หมื่นบาทเท่านั้น หรือบริษัท ท่ายาง คอนซูเมอร์ จำกัด กู้เงินไป 230 ล้านบาท โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยใช้บุคคลค้ำประกันอย่างเดียว หนึ่งเป็นรัฐมนตรีกลุ่ม 16 กับนายเอกชัย อธิคมนันทะ ที่ปรึกษานายเนวิน ชิดชอบ รมช.คลัง ในขณะนั้น
พร้อมกันนี้ นายสุเทพยังได้นำหลักฐานจากแบงก์ชาติมาแสดง โดยชี้ให้เห็นว่า เงินกู้ที่กลุ่ม 16 ได้ไป 7,833 ล้านบาท มีหลักทรัพย์ที่ดินราคาประเมินแพงเกินจริงมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน 3,479 ล้านบาท ยังขาดอยู่ 4,039 ล้านบาท
ทั้งหมดนี้กลายเป็นที่มาของคดียักยอกทรัพย์แบงก์บีบีซี อันส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์แห่งนี้ต้องล่มสลายลงในเวลาต่อมา ด้วยภาระหนี้สินมหาศาลราว 1.2 แสนล้านบาท ที่เกิดจากการให้กู้เงินสารพัดวิธีที่ก่อภาระหนี้ผูกพัน โดยปราศจากการตรวจสอบจากคณะกรรมการพิจารณาอย่างที่ควรจะเป็น รวมถึงการเข้ามาเกี่ยวข้องพัวพันของรัฐมนตรีกลุ่ม 16 ซึ่งวันนี้ก็มีบางคนที่อยู่ร่วมในคณะรัฐบาลปัจจุบัน



