
พูดจาประสากอล์ฟ พิษณุ นิลกลัด พลัง "ดูด" ของไทเกอร์
ไทเกอร์ วู้ดส์ กลับมาเล่นเป็นครั้งแรกในแอ็กเซนเชอร์ แมทช์เพลย์ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากพักยาวตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีก่อน
แฟนกอล์ฟยังไม่ทันได้ดูลีลาพญาเสือมากนัก เมื่อไทเกอร์ซึ่งเป็นแชมป์เก่าจอดแค่รอบ 2 เมื่อแพ้ ทิม คลาร์ก จากแอฟริกาใต้ 4-2
ไทเกอร์ ซึ่งชนะ เบรนแดน โจนส์ จากออสเตรเลีย 3-2 ในรอบแรก บอกว่าเขาพอใจกับการเล่นของตัวเอง แม้ว่าเขาจะทำเบอร์ดี้ได้น้อยไปหน่อย แต่เขาก็ตีดีทั้ง 2 วัน ซึ่งช่วยเพิ่มกำลังใจ
ความพ่ายแพ้ของไทเกอร์ไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่โต โดยเฉพาะในการแข่งขันแบบแมทช์เพลย์ ซึ่งเหมือนกับฟุตบอลน็อกเอาท์ ที่ทีมระดับรองๆ มีโอกาสน็อกทีมใหญ่ได้
สัญญาณที่ดีอย่างหนึ่งสำหรับไทเกอร์ คือ เขาบอกว่าเข่าซ้ายของเขาซึ่งได้รับการผ่าตัดหลังจากที่เขาได้แชมป์ยูเอส โอเพ่น เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่นิดเดียว
การกลับมาของไทเกอร์ ทำให้วงการกอล์ฟคึกคักขึ้นในยุคที่พีจีเอ ทัวร์พยายามฝ่ามรสุมเศรษฐกิจเช่นเดียวกับวงการอื่นๆ
คนดูตรึมในการแข่งขันวันแรกและวันที่ 2 ของแมทช์เพลย์ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังดูดคนดูของไทเกอร์
อย่างไรก็ตาม เมื่อไทเกอร์ตกรอบไปแล้ว คนดูน้อยลงพอสมควร ซึ่งแสดงให้เห็นเช่นกันว่าไทเกอร์มีความสำคัญแค่ไหนต่อวงการกอล์ฟ
นักกอล์ฟชื่อดังหลายคนยอมรับว่า ไทเกอร์เป็น “แม่เหล็ก” ดูดคนดูเข้าสนาม
เออร์นี เอลส์ กล่าวว่า ไทเกอร์ช่วยดึงคนดูเข้าสนาม และบรรยากาศในวันศุกร์หลังจากที่ไทเกอร์ตกรอบไปแล้ว ค่อนข้างเงียบเล็กน้อย
รอรี แม็คอิลรอย นักกอล์ฟดาวรุ่งจากไอร์แลนด์เหนือ บอกว่า ถ้าไทเกอร์ยังอยู่คงจะมีคนดูมากกว่านี้
แม้ว่าการกลับมาของไทเกอร์จะทำให้วงการกอล์ฟคึกคักขึ้น แต่นักวิเคราะห์มองว่าไทเกอร์ช่วยได้เฉพาะการแข่งขันกอล์ฟและโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดกอล์ฟเท่านั้น
แต่ในยามเศรษฐกิจตกต่ำ ไทเกอร์ไม่สามารถช่วยกระตุ้นให้คนอยากเล่นกอล์ฟมากขึ้น และสนามกอล์ฟไพรเวทในอเมริกาหลายแห่งกำลังจะตายเพราะสมาชิกช่วงสั้นๆ เช่น 1-3 ปี ไม่ต่ออายุสมาชิก
สนามกอล์ฟจำนวนมากต้องพยายามลดค่าใช้จ่ายในทุกด้าน เช่น ลดการปลูกไม้ดอก แต่ก็ช่วยประหยัดเงินได้ไม่มากนัก
ดูตามรูปการณ์ พีจีเอ ทัวร์ คงอยากให้ไทเกอร์แข่งมากกว่า 15-16 รายการ แบบที่เขาจัดโปรแกรมแข่งมาทุกปี
ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องง่ายในช่วงเวลานี้ ที่ไทเกอร์อยากมีเวลาอยู่กับลูกชายอายุยังไม่ถึงเดือนอย่างในขณะนี้



