
อดีตทหารพรานเมายา ยิง "ลุงกับป้า" มอบตัวกองปราบ
อดีตทหารพรานเมายา ก่อเหตุยิง "ลุงกับป้า" เข้ามอบตัวตำรวจกองปราบ สารภาพเสพบ้าจนเกิดอาการหลอน ก่อนใช้อาวุธปืนไล่ยิง
วันที่ 12 มีนาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2562 เวลาประมาณ 20.00 น. นายเสกสรรค์ หรือเคน บุษบา อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113 ม. 1 ต.ทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. และ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พร้อมกับแจ้งว่า ตนเองเป็นคนใช้อาวุธปืนยิงป้ากับลุงของตัวเอง และได้หลบหนีการจับกุมมาได้ประมาณ 4 เดือน หลังก่อเหตุทราบว่ามีตำรวจจากกองปราบ กำลังติดตามตัว และรู้สึกกดดัน รวมถึงสำนึกผิด ดังนั้น จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พ.ย.61 ในท้องที่ สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช
ด้าน พ.ต.ต.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก. 1 บก.ป. เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ตรวจสอบหมายจับพบว่า นายเสกสรรค์ มีหมายจับจริง โดยศาลจังหวัดปากพนังได้ออกหมายจับไว้ตามหมายจับที่ 302/2561 ลง 2 พ.ย. 61 ข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เบื้องต้น นายเสกสรรค์ ให้การรับสารภาพว่า ตนเองเป็นอาสาสมัครทหารพราน ตั้งแต่เดือน พ.ย. 60 อยู่ที่ค่ายแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคใต้ ช่วงปลายเดือน ธ.ค. 61 ลาพักราชการมา 10 วัน เพื่อกลับมาเยี่ยมญาติ โดยพักที่บ้านลุงกับป้าคือนายพงษ์ศักดิ์ ยะกะชัย และนางปริศรา ที่บ้านเลขที่ 33/1 ม.2 ต.ทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช โดยช่วงระหว่างลาพักไม่ได้ไปไหน เก็บตัวอยู่แต่ในห้องเป็นเวลา 10 วัน และได้เสพยาบ้าจนตัวเองเกิดอาการหลอน อาละวาด ใช้ปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 ไล่ยิงป้าและลุงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
สำหรับคดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 61 เวลาประมาณ 15.00 น. นายเสกสรรค์ถือปืนออกจากห้องพัก มีอาการคุ้มคลั่ง ไปเจอนางปริศรา ป้าของตัวเองอยู่หน้าบ้าน จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงไป 1 นัด เมื่อวิ่งหนีก็ตามไปยิงซ้ำ และพยายามวิ่งหนีต่อไป จนล้มลงที่ข้างบ่อน้ำ ขณะเดียวกันนายสมพงษ์ ซึ่งเป็นลุงได้ยินเสียงปืน จึงได้วิ่งออกมาจากบ้านเพื่อมาตรวจสอบ และเมื่อเห็นเหตุการณ์ก็ถูกยิงไปอีก 2 นัด
หลังเกิดเหตุ นายเสกสรรค์ ได้ขับรถ จยย.หลบหนีไป ซึ่งทางตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ พยายามปิดล้อมจับกุมตัวภายในสวนยางที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่พบตัว โดยได้หลบหนีออกจากพื้นที่มาอาศัยวัดแห่งหนึ่งที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งต่อมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกดดัน จึงหลบหนีไปกบดานในเขตจังหวัดทางภาคเหนือ ที่สุดสำนึกผิดจึงตัดสินใจเข้ามอบตัวดังกล่าว
จากการขยายผลรับว่าได้นำอาวุธปืนไปซ่อนไว้ใต้สะพานข้ามคลองแสนแสบ หน้าโรงเรียนพร้อมมิตรพิทยา ถ.ศรีบูรพา แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ พาเจ้าหน้าที่ไปตรวจยึดมาได้เป็นอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 พร้อมกระสุน 9 นัด จึงยึดเป็นของกลางและทางตำรวจกองปราบปรามได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งไปดำเนินคดีที่สภ.เฉลิมพระเกียรติ นครศรีธรรมราชแล้ว.



