ข่าว

เร่งวางเกณฑ์-ดบ.แก้หนี้นอกระบบแบงก์ชี้ใช้เกณฑ์เดียวทำได้ยาก

เร่งวางเกณฑ์-ดบ.แก้หนี้นอกระบบแบงก์ชี้ใช้เกณฑ์เดียวทำได้ยาก

09 พ.ย. 2552

คณะทำงานแก้หนี้นอกระบบยังไม่สรุปหลักเกณฑ์-ดอกเบี้ยปล่อยกู้ ชี้คิดอัตราเดียวกันทำได้ยาก เหตุฐานลูกหนี้แตกต่างกัน ด้าน ธ.ก.ส.-ออมสินพร้อมคิดดอกเบี้ยต่ำ เผยดึงธนาคารกรุงไทยร่วมวงดูกลุ่มข้าราชการ คลังเชื่อช่วยได้ 8 แสนคน พร้อมเจรจาลดมูลหนี้ลงครึ่งหนึ่งหรือจ่

 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบว่า คณะทำงานอยู่ระหว่างร่างหลักเกณฑ์การปรับโครงสร้างหนี้ลูกหนี้นอกระบบให้เป็นรูปแบบเดียวกัน ส่วนการดึงธนาคารกรุงไทยเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลหนี้นอกระบบนั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินครบวงจร ทั้งที่เป็นส่วนของประชาชนทั่วไป และที่เป็นข้าราชการรัฐวิสาหกิจ

 “คณะทำงานกำลังพิจารณารายละเอียดว่ากรณีที่ลูกหนี้มีรายชื่อในเครดิตบูโรจะทำอย่างไร หลักการค้ำประกันด้วยบุคคลจะใช้กี่คน เพื่อสรุปหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนก่อนจะเปิดตัวโครงการวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งกระทรวงการคลังต้องการให้เป็นหลักเกณฑ์เดียวกัน และอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 12% ต่อปี” นายกรณ์กล่าว

 นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลังและประธานกรรมการธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทั้ง 6 แห่งจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้แก่ฐานลูกค้าเดิมของตัวเอง เช่น ธนาคารออมสิน จะเน้นแก้หนี้นอกระบบของกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะเน้นการช่วยแก้หนี้นอกระบบให้แก่กลุ่มเกษตรกร ขณะที่ธนาคารกรุงไทยจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบของกลุ่มข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่สำคัญของธนาคาร

 แหล่งข่าวจาก ธ.ก.ส. กล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะให้ทุกธนาคารใช้อัตราดอกเบี้ยเดียวกัน เพราะลูกหนี้มีความแตกต่างกัน และพื้นฐานการปล่อยกู้ของแต่ละแห่งก็ต่างกันด้วย อัตราดอกเบี้ยย่อมจะแตกต่างกันไปตามความเสี่ยงของลูกหนี้ โดยธนาคารจะใช้อัตราดอกเบี้ยตามปกติเริ่มตั้งแต่ 6.75-9.75% ต่อปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพของลูกหนี้

 ด้านนายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า เบื้องต้นออมสินยังยืนยันคิดดอกเบี้ยเริ่มต้นที่เดือนละ 0.5% หรือ 6% ต่อปีเท่าธนาคารประชาชน แต่อาจสูงกว่านี้หากเป็นลูกหนี้การค้าที่มีมูลหนี้สูง ซึ่งเข้าใจว่าแต่ละธนาคารคงคิดดอกเบี้ยเท่ากันได้ยาก เพราะฐานลูกหนี้มีความเสี่ยงแตกต่างกัน

 ขณะที่นายสาธิต รังคาสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า การขึ้นทะเบียนลูกหนี้นอกระบบรอบนี้น่าจะมีประมาณ 1 ล้านคน และคาดหวังว่าจะดึงลูกหนี้นอกระบบเข้าสู่ระบบได้ 8 แสนคน โดยคณะกรรมการเจรจาหนี้จะมีตัวแทนจากดีเอสไอ ป.ป.ง. และกรมสรรพากรเข้าร่วมด้วย จึงมองว่าเจ้าหนี้จะให้ความร่วมมือลดต้นและดอกเบี้ยให้เพื่อให้ลูกหนี้มีความสามารถชำระหนี้ได้ต่อไปโดยไม่ต้องหันไปกู้ยืมจากแบงก์รัฐ หรือหากจะกู้ยืมจากแบงก์รัฐมาโปะหนี้ทั้งก้อนก็ต้องเจรจาต่อรองให้ปรับลดลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง เพราะที่ผ่านมาลูกหนี้ได้จ่ายดอกเบี้ยไปจนเกินยอดเงินต้นแล้ว