ข่าว

 "นางฟ้าท่าเรือ" นวลพรรณ ล่ำซำ

 "นางฟ้าท่าเรือ" นวลพรรณ ล่ำซำ

10 มี.ค. 2562

"นักสู้หัวใจสิงห์" ผู้ไม่เคยหยุดที่จะสู้

“เรื่องของการเป็นแชมป์ แป้ง (นวลพรรณ ล่ำซำ) เชื่อว่า สำหรับคนทำทีมทุกคน ย่อมอยากที่จะเห็นทีมประสบความสำเร็จ แต่การที่จะไปถึงตรงนั้น องค์ประกอบมันเยอะมาก 5 ปี ของการเข้ามาทำทีมการท่าเรือ เอฟซี เป็น 5 ปี ที่สอนให้ได้เรียนรู้ในแง่มุมต่าง ๆ ทั้งความสุขและความทุกข์ ที่มาจากฟุตบอล”

นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซี หรือ”สิงห์เจ้าท่า”  กล่าวตอนหนึ่ง ในการให้สัมภาษณ์กับ “ คม ชัด ลึก” ด้วยมุมมอง ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นการตกผลึกทางความคิด ที่มีต่อวงการฟุตบอล ที่ต่างไปจากเดิม เพราะเมื่อครั้งอยู่ในบทบาทผู้จัดการฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย จากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน แนวทางการทำทีมหรือ การทำหน้าที่เพื่อเป็นกลไก ในการขับเคลื่อนฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ให้ก้าวไปข้างหน้า แต่การรับงานคุมฟุตบอล โดยเฉพาะกับทีมที่เป็นตำนาน อย่าง "สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี นั่นก็ได้ทำให้ ผู้บริหารสูงสุด บริษัทเมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) อย่าง ”มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ  ได้เข้าใจถึง ”โลกอีกด้าน” ของวงการฟุตบอล ที่มีอีกมิติหนึ่งได้ทะลุปรุโปร่งขึ้น

เพราะความต่าง ระหว่างฟุตบอลทีมชาติกับฟุตบอลสโมสรอาชีพ ล้วนมีกรอบของมันอยู่ การท่าเรือ เอฟซี ถือเป็นตำนานของฟุตบอลไทย ความคลั่งไคล้ของแฟนบอล “สิงห์เจ้าท่า” ถือว่าไม่เป็นรองใคร และอาจจะกลายเป็นแฟนบอลในแบบฮาร์ดคอร์ ที่ติด 1 ใน3 ของวงการฟุตบอลไทย ได้อย่างสมบูรณ์แบบ กับสัญลักษณ์แห่งความแข็งกร้าว ดุดัน สามารถสร้าง ”สวรรค์”  และ”นรก “ให้กับทั้งผู้บริหารทีม และ นักฟุตบอลในคราวเดียวกัน

 “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ก้าวเข้ามารับงานในฐานะประธานสโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี นับตั้งแต่ฤดูกาล 2015 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันฤดูกาล 2019 อันเป็น 5 ปี กับการเรียนรู้ทั้งสุขและทุกข์กับฟุตบอลอาชีพ ทั้งนี้ หากประเมินจากแนวทางของทีม นับจากฤดูกาล 2017 “วีอาร์ เดอะ ลีเจนด์” หรือ เราคือ ตำนาน มาจนถึงฤดูกาล2018 “เนเวอร์สต๊อป” ไม่หยุดที่จะสู้” กระทั่ง ฤดูกาล 2019 ฮาร์ทออฟเดอะไลออนส์ “นักสู้หัวใจสิงห์” ก็น่าที่จะเป็นสิ่งที่ให้คำอธิบายในมุมมองของการนำทัพ มุมมองของการต่อสู้ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย

“วีอาร์ เดอะ ลีเจนด์” หรือ เราคือ ตำนาน คือ การประกาศถึงการกลับคืนมาสู่ลีกสูงสุดไทยลีก ประจำฤดูกาล 2017 หลังจากใช้เวลาของฤดูกาล 2016 อยู่กับดิวิชั่น 1 , ฤดูกาล 2017 คือ การประกาศ ”ไม่หยุดที่จะสู้” เพื่อปลุกเร้าการทำผลงาน เพื่อที่จะสู้ไปด้วยกันของทุกฝ่าย และผลลัพธ์ของฤดูกาล 2018 ที่ผ่านมา ก็คือ การฝ่าฟันในตารางไทยลีก ไปจบที่อันดับ 3 ของตาราง

ขณะที่จ่าฝูง เป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูง เป็น ทรู แบงค็อกยูไนเต็ด และอันดับ 3 คือ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี ส่วนฟุตบอลถ้วย รายการ“ช้าง เอฟเอคัพ”การท่าเรือเอฟซีไปถึงรอบ 8 ทีมและ หยุดเส้นทางเมื่อแพ้ให้กับ “ปราสาทสายฟ้า”บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดไป 1-3 ขณะที่ฟุตบอลในรายการ “โตโยต้า ลีกคัพ” นั้น “สิงห์เจ้าท่า” อยู่ที่รอบ 16 ทีม เมื่อแพ้ให้กับ “อินทรีทัพฟ้า” แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัลเอฟซี 0-1

“แน่นอนว่าเข้าสู่ปีที่ 5 กับการทำทีม แป้ง อยากเห็น ทีมประสบความสำเร็จ อยากเห็นความสุขแฟนบอล แต่ก็เข้าใจว่า มันไม่ใช่งานง่ายเลย เพราะ 4 ปี กับการทำทีม มันได้สอนให้แป้งเข้าใจความเป็นจริงว่า ทุกอย่างล้วนมีข้อจำกัด เราคิดว่าเราเต็มที่กับมันแล้ว แต่การที่จะไปให้ถึงความสำเร็จ มันไม่ได้อยู่ที่แป้งคนเดียว มันยังหมายถึงองค์ประกอบความพร้อมของทีมว่า จะพร้อมมากน้อยแค่ไหน ในมุมของคนทำทีมแล้ว หากย้อนหลังไปตลอด 4 ปี นับจากวันแรก ที่เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ จนถึงปัจจุบัน แป้ง ไม่เสียใจเลย กลับมีความรักและผูกพันมากขึ้นทุกวัน " 

"การได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี เป็นเรื่องที่สร้างความสุข ให้กับทุกนาที ตลอด 4 ปี เราสามารถเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเห็นถึงแนวทางการพัฒนาทีม ที่ดีขึ้นตามลำดับ ปัจจัยเหล่านี้ คือสิ่งที่สร้างกำลังใจให้กับแป้ง และเหลือเพียงอย่างเดียวที่รอคอยก็คือ การสัมผัสกับถ้วยแชมป์ ถามแป้งนาทีนี้ว่า อยากได้ไหม แน่นอนว่าแป้งอยากได้ และก็เชื่อว่าทุกคนในทีม ก็ อยากทำในสิ่งนั้น คือไปให้ถึงการเป็นแชมป์ แต่อย่างที่รับรู้กัน นี่คือสิ่งที่จะต้องสู้ เพื่อไปให้ถึง และแป้ง จะมีความสุขทีเดียวหากทำในสิ่งนั้น ได้ ด้วยการนำเอาถ้วยแชมป์ไปให้แฟนบอลของเรา”

นวลพรรณ กล่าวว่า สิ่งที่ได้เรียนรู้ นับจากการเข้ามาทำทีมการท่าเรือ เอฟซี ก็คือความรักความผูกพัน จนได้เป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวคลองเตย ครอบครัวการท่าเรือ การที่เห็นแฟนบอลทุ่มเท และให้กำลังใจกับทีมอยู่ตลอดเวลา กลายเป็นสิ่งที่ปลุกเร้าให้ในฐานะประธานสโมสร พร้อมที่จะเดินหน้าสู้ เพื่อพาทีมไปให้ถึงความสำเร็จ 

“ฤดูกาล 2019 ถ้ามองในแง่ของการลงทุน แป้ง ใช้เงินลงทุนกับฤดูกาลนี้ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท กับการเสริมตัวผู้เล่น ส่วน เฮดโค้ช แป้งยังคงให้ความไว้วางใจกับ โค้ชจเด็จ (จเด็จ มีลาภ หัวหน้าผู้ฝึกสอน การท่าเรือ เอฟซี ) เพราะตลอด 2 ปี ของการทำงานมาด้วยกัน สามารถสร้างความมั่นใจได้ว่า โค้ชจเด็จ คือ คนที่ใช่ทั้งของการท่าเรือ เอฟซี และคนที่ใช่ที่พร้อมจะรับหน้าที่คุมทัพให้กับแป้ง อยากเรียกร้องให้แฟนบอล เชื่อมั่นและให้ความไว้วางใจในตัวโค้ชจเด็จ” นวลพรรณ ระบุ

ฤดูกาล 2019 สำหรับการท่าเรือ เอฟซี คือ การประกาศถึงนิยามการต่อสู้ด้วยความหมายที่ว่า “นักสู้หัวใจสิงห์” เป็นสิ่งที่ นวลพรรณ ล่ำซำ ให้ความหมายกับ “ คม ชัด ลึก”ว่า เป็นการอธิบายถึงความเป็นนักสู้อย่างแท้จริง ที่ต้องการปลุกเร้าและสร้างบรรยากาศ ที่จะสู้ไปด้วยกัน ทั้งทีมและแฟนบอล ทีมที่หมายถึงนักฟุตบอลไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นตัวจริงหรือตัวสำรอง ที่ต้องพร้อมจะสู้ไปด้วยกันทุก 90 นาที ขณะที่ความเป็น”นักสู้หัวใจสิงห์” แล้ว ยังหมายถึงนิยาม กับการบ่งบอกตัวเอง ในฐานะผู้นำสโมสร ที่จะต้องสู้อย่างคนที่มีหัวใจสิงห์

“การท่าเรือ เอฟซี หรือ สิงห์เจ้าท่า เราใช้สัญลักษณ์ของทีมฟุตบอลคือความเป็นสิงห์อยู่แล้ว ดังนั้นกับฤดูกาล นี้คำว่านักสู้หัวใจสิงห์ จึงเป็นนิยามที่มีความหมายต่อทีมในทุกมิติ แป้งยังคงย้ำว่า อยากเห็นทีมก้าวไปถึงความสำเร็จ ทุกนาทีกับงานในความรับผิดชอบที่การท่าเรือ เอฟซี แป้งคิดถึงสิ่งนี้อยู่ตลอด และสิ่งที่อยากยืนยันเป็นคำสุดท้ายก็คือ จะพยายามทำให้ได้” นวลพรรณ ระบุ

ก่อนเปิดฤดูกาลของฟุตบอลไทยลีก 2019 “นางฟ้าท่าเรือ” แห่งถิ่นคลองเตย นวลพรรณ ล่ำซำ เจ้าของฉายาที่ 2 ในวงการฟุตบอล ถัดจากคำเรียก ”มาดามแป้ง” ได้ขยายความร่วมมือกับ การท่าเรือแห่งประเทศไทย  ขยายอายุสัญญาในสิทธิการทำทีม การท่าเรือ เอฟซี และสิ่งนี้น่าจะเป็นเครื่องยืนยัน ถึงความมุ่งมั่น ของเจ้าของ “แฮชแท็ก” ท่าเรือรักแป้งมาก” ว่านี่คือ การเอาจริง และเป็นการเดินหน้าเพื่อที่จะไปต่อ กับเส้นทางฟุตบอล ของ ”นักสู้หัวใจสิงห์” ที่ชื่อว่า “นวลพรรณ ล่ำซำ”

 

 บายไลน์ โสภณ เพชรแท้ [email protected]

Twitter : @sophon_NationTV