ข่าว

เรือนจำแจงราเกซยันไม่ให้สื่อเยี่ยม-สัมภาษณ์

เรือนจำแจงราเกซยันไม่ให้สื่อเยี่ยม-สัมภาษณ์

09 พ.ย. 2552

ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โชว์หนังสือลายเซ็น"ราเกซ" ยันไม่ต้องการให้สัมภาษณ์สื่อทุกชนิด แจงเรือนจำไม่มีสิทธิบังคับผู้ต้องขังหากเจ้าตัวไม่ยินยอมให้เยี่ยม

 ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ  วันที่  9 พ.ย.- นายโสภณ ธิติธรรมพฤกษ์ รักษาการ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แถลงยืนยันว่าจะไม่มีการเปิดให้สื่อมวลชนเข้าสัมภาษณ์นายราเกซ สักเสนา ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) หรือบีบีซี

 นายโสภณ กล่าวว่า ตนได้รับหนังสือจากนายราเกซ ซึ่งเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ลงวันที่ 9 พ.ย. ระบุว่าไม่ประสงค์ให้สื่อมวลชนเข้าเยี่ยมและไม่ต้องการให้สัมภาษณ์กับสื่อใด ๆ ตนจึงได้สอบถามเจ้าหน้าที่จนทราบความว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมามีผู้สื่อข่าวอ้างตัวว่าเป็นเพื่อนนายราเกซ ติดต่อเข้าเยี่ยม เจ้าหน้าที่เรือนจำเข้าใจว่าเป็นเพื่อนจริงจึงไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดและนำรายชื่อผู้ขอเข้าเยี่ยมไปส่งให้นายราเกซ แต่นายราเกซ ตอบกลับมาว่าไม่ประสงค์ให้เยี่ยมและในวันดังกล่าว ญาติได้ใช้สิทธิเข้าเยี่ยมไปแล้วหนึ่งครั้ง นายราเกซ จึงบอกปัดให้มาเยี่ยมอีกครั้งในวันที่ 10 พ.ย.
 
 นายโสภณ กล่าวว่า กรณีของนายราเกซ เรือนจำไม่ได้ปิดกั้นแต่การเข้าเยี่ยมเป็นสิทธิของผู้ต้องขัง ที่ผ่านมาในกรณีที่สื่อมวลชนต้องการสัมภาษณ์ผู้ต้องขังในเรือนจำโดยทำหนังสือขออนุญาตไปยังกรมราชทัณฑ์ แต่ถ้าตัวผู้ต้องขังไม่ยินยอม เรือนจำก็ไม่อาจอนุญาตให้เข้าสัมภาษณ์ได้ เพราะไม่มีสิทธิบังคับผู้ต้องขัง

 “กรณีของนายราเกซ ผมมีหนังสือยืนยัน มีลายเซ็นของนายราเกซ กำกับอยู่ เมื่อตัวผู้ต้องหาไม่ยินยอมให้สัมภาษณ์ และไม่ต้องการให้สื่อมวลชนเข้าเยี่ยม ผมจึงต้องแถลงข่าวให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้นักข่าวคนใดมาอ้างว่าเป็นเพื่อนและขอเข้าเยี่ยมอีก โดยเรือนจำจะอนุญาตให้เยี่ยมเฉพาะญาติใกล้ชิด ส่วนทนายความจะตรวจใบแต่งทนายและส่งรายชื่อให้นายราเกซตรวจสอบก่อนทุกครั้ง และสามารถเข้าพบได้ไม่จำกัดเวลา ซึ่งที่ผ่านมาทนายความของรายราเกซ ก็มีเพียง 2 คนเท่านั้น ” นายโสภณ กล่าว

 นายโสภณ กล่าวอีกว่า เรือนจำเข้มงวดในการควบคุมตัวนายราเกซ เพื่อป้องกันหากมีคนไม่หวังดีแฝงตัวเข้ามาทำร้ายนายราเกซ เพราะการเข้าเรือนจำไม่ใช่เรื่องยาก แค่ไปก่อคดีลักทรัพย์หรือตีหัวคนก็ถูกส่งเข้าเรือนจำแล้ว ดังนั้นจึงต้องเข้มงวดเพื่อไม่เกิดเหตุร้ายกับผู้ต้องหารายสำคัญ สำหรับความเป็นอยู่ในเรือนจำของนายราเกซ ขณะนี้ถือว่ามีสุขภาพดีขึ้น โดยนายราเกซ ได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่เรือนจำว่าให้การดูแลความปลอดภัยเป็นอย่างดี

 นายโสภณ กล่าวว่า นายราเกซ ยังจำเป็นต้องถูกคุมตัวอยู่ในสถานพยาบาลเพราะยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จากอาการป่วยเป็นอัมพฤกษ์ที่แขนข้างซ้ายยังขยับไม่ได้ อีกทั้งยังมีโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเส้นเลือด ถือว่าจำเป็นต้องคุมตัวไว้ในสถานพยาบาลร่วมกับนักโทษที่มีอาการลักษณะเดียวกันอีก 27 ราย ยืนยันว่านายราเกซ ได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้ต้องขังทั่วไป ไม่มีอภิสิทธิ์ใด ๆ เพราะผู้ต้องหาชาวต่างชาติจับตาว่าหากเรือนจำให้สิทธิพิเศษแก่นายราเกซ ก็จะขอบ้าง

 ผบ.เรือนจำพิเศษฯ กล่าวอีกว่าในการผลัดฟ้องฝากขังนายราเกซเป็นผลัดที่ 2 นั้น เรือนจำจะใช้ระบบวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ เพื่อให้การนำตัวนายราเกซออกจากเรือนจำมีน้อยที่สุด