
แม่ทัพภาคที่2ระบุเขมรยังไม่ถอนกำลังทหาร
แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุเขมรยังไม่ถอนกำลัง หลังมีข่าวฮุนเซนเตรียมสั่งถอนพลร่มพิเศษรับ ทักษิณ ยืนยันยังไม่มีการเคลื่อนไหว
วันที่ 9 พ.ย.52 พลโทวีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า บริเวณเขาพระวิหารยังคงเป็นปกติ ไม่ว่าจะเป็นความเป็นอยู่ของประชาชนตามแนวชายแดน รวมถึงจุดผ่านแดนต่างๆก็ยังคงเป็นไปโดยปกติ ส่วนกรณีที่ทางรัฐบาลประกาศที่จะปลุกกระแสชาตินิยมนั้น ทางกองทัพภาคที่ 2 ยังคงต้องรอคำสั่งที่แน่ชัดจากทางรัฐบาลอีกครั้งว่าจะให้ดำเนินการในรูปแบบใด แต่ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทางกองทัพภาคที่ 2 เองก็ได้มีการชี้แจงข้อเท็จจริง ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งในเรื่องนี้ทางกองทัพภาคที่ 2 ก็กำลังรอฟังคำสั่งของรัฐบาลอยู่เช่นเดียวกัน
สำหรับกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีกำหนดการจะเดินทางไปที่ประเทศกัมพูชา และฝ่ายกัมพูชาโดยสมเด็จฮุนเซน จะมีคำสั่งให้ถอนกำลังพลร่มพิเศษที่ประจำอยู่บริเวณชายแดน ไทย-กัมพูชา บริเวณปราสาทเขาพระวิหารนั้น พลโทวีร์วลิตฯ กล่าวว่า ในเรื่องนี้ทางกองทัพกำลังติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดว่าทางกัมพูชาจะมีสั่งการอย่างไร และจะปฏิบัติจริงหรือไม่ ซึ่งหากมีมีการถอนทหารออกจากพื้นที่จริง ทางกองทัพภาคที่ 2 ก็จะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้ทราบและพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่สถานการณ์ในขณะนี้ยังไม่มีการถอนกำลังออกจากพื้นที่แต่อย่างใด และทุกอย่างยังคงเป็นเช่นเดิมทั้งหมด
พลโทวีร์วลิตฯ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่าทุกอย่างยังเป็นปกติ ประชาชนไม่ได้มีการวิตกกังวลใดๆ รวมถึงในส่วนของกำลังพลทหารเองก็มีขวัญและกำลังใจดีเยี่ยม และพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ส่วนหลุมหลบภัยตอนนี้ก็มีการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นสัณญาณบ่งบอกถึงความขัดแย้ง เป็นเพียงแค่การปรับปรุงเนื่องจากที่ผ่านมาเป็นช่วงหน้าฝนเท่านั้น
สำหรับกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่าแม่ทัพภาคที่ 2 ประกาศหากมีการรบไทยต้องเป็นฝ่ายชนะ จนทำให้ประชาชนหรือคนรับสารตีความหมายไปต่างๆนานาและมองว่าอาจจะต้องมีการทำสงครามเกิดขึ้นนั้น พลโทวีร์วลิตฯ กล่าวว่า หากถามว่ารบกันแล้วจะได้อะไรกันบ้าง ก็จะมีเพียงความเสียหายเกิดขึ้นกับทั้ง 2 ฝ่าย แต่ทั้งนี้หากมีการรบขึ้นจริงทุกกองทัพก็มีความพร้อม ที่เคยพูดไว้ก็มีเพียงแค่หากมีการรบจะต้องไม่แพ้เท่านั้นเอง แต่คำว่าจะชนะหรืออะไรอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ว่าแต่ละฝ่ายมีการเตรียมการหรือความพร้อมอย่างไร แต่ในเบื้องลึกจริงๆแล้ว จากการที่ได้ไปพบปะกับผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของทางกัมพูชาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทั้ง 2 ฝ่ายก็ยังมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน และการที่จะสู้รบนั้นขอให้เป็นหนทางสุดท้าย เพราะทุกฝ่ายก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาขึ้น ซึ่งหากสงครามเกิดข้นแล้วผู้ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ ดังนั้นจงอยากฝากไปยังสื่อมวลชนว่า การนำเสนอข่าวใดๆโดยเฉพาะเรื่องนี้ขอให้นำเสนอให้ครอบคลุมทุกด้านและอย่านำคำพูดไปจับประเด็นและนำเสนอเพียงด้านเดียวเพราะอาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งจนนำไปสู่ความรุนแรงได้



