
นสพ.เขมรตีข่าวฮุนเซนเมินส่งทักษิณให้ไทย
เขมร งัด กม.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน เมินส่ง ทักษิณ ให้ รัฐไทย อ้างเป็นคดีการเมือง ยกคู่ญี่ปุ่น - เปรู อังกฤษ - รัสเซีย แบบอย่าง วอน รัฐไทยเข้าใจ ชูสโลแกน ช่วยเหลือเพื่อนยามตกยาก
(9พ.ย.) แหล่งข่าวรายหนึ่งเปิดเผยว่า หนังสือพิมพ์รัศมีกัมพูชา ฉบับวันที่ 5 พ.ย. 52 (หน้า 1) ได้ตีพิมพ์ แถลงการณ์โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ถึงกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่จะเดินทางมารับตำแหน่งที่ปรึกษาส่วนตัวสมเด็จฮุน เซน และเป็นที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจ ให้กับกัมพูชา แต่ถูกทางการไทยทำเรื่องขอให้ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะผู้ต้องคดีอาญาให้กับรัฐบาลไทยนั้น
แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า จากกรณี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีประเทศไทย ด้วยอ้างสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน กัมพูชา -ไทย ระดับผู้นำรัฐบาลไทยได้แสดงปฏิกิริยาอย่างต่อเนื่องว่าจะเสนอขอให้กัมพูชาส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ไปให้ทางการไทยทันที ถ้าอดีตนายกฯ ทักษิณ เข้ามาในเขตประเทศกัมพูชา อัยการสูงสุดไทยบอกว่า กัมพูชาสามารถปฏิเสธข้อเสนอของไทยได้ แต่ต้องอธิบาย และให้เหตุผลของการตัดสินใจให้สอดคล้องตามหลักปฏิบัติสากล และรองนายกรัฐมนตรีของไทยก็เคยบอกว่า ไทยมีสิทธิที่จะเสนอขอให้ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปให้กับไทยตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน กัมพูชา -ไทย และตามกฏหมายสากล นี่คือสิ่งที่ ASTV Manager Online ภาษาไทยเมื่อ 22 ตุลา 52, นสพ.บางกอกโพสต์ วันที่ 27 และ 31 ตุลา และ The Nation วันที่ 30 ตุลา เผยแพร่ และลงข่าว
แถลงการณ์ระบุต่อว่า จากที่ได้พิจารณาในข้อที่กล่าวมาข้างต้น โฆษกรัฐบาลขอชี้แจงดังต่อไปนี้ 1. อ้างตามเจตนารมณ์ข้อ 3 แห่งสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่าง กัมพูชา -ไทย ที่ได้ลงนามที่ กทม. เมื่อ 6 พฤษภาคม 2541 โดยได้ให้สัตยาบัน และประกาศให้ใช้ตาม พ.ร.ฎ.0799 / 08 ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2542 ฝ่ายที่ถูกเสนอมีสิทธิที่จะให้ความเห็นได้ว่า กรณีของอดีตนายกฯ ทักษิณเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ 2. ถ้าดูตามกฎหมายสากลที่สำคัญคือ อนุสัญญายุโรปว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของ คกก.ยุโรป ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2500 ในข้อ 3 และสนธิสัญญาต้นแบบว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ลงวันที่ 14 ธันวาคม 2533 ข้อ 3 ระบุว่า การส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจะทำไม่ได้ถ้าเป็นกรณีดังต่อไปนี้ 1. ถ้าความผิดที่เสนอขอให้ส่งตัวนั้น ถูกรัฐผู้รับข้อเสนอจัดให้อยู่ในความผิดที่มีลักษณะเป็นการเมือง 2. ถ้ารัฐผู้รับข้อเสนอมีข้ออ้างที่เชื่อได้ว่าการเสนอขอส่งตัวฯ ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในอันที่จะกล่าวหา หรือลงโทษต่อบุคคลนั้น โดยอ้างเชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ เผ่าพันธุ์ ชาติพันธุ์ ทัศนะการเมือง เพศ หรือฐานะ หรือจุดยืนของบุคคลนั้น ที่อาจมีผลกระทบต่อเหตุผลที่กล่าวข้างต้น
ดังนั้นเพื่อเป็นการเน้นย้ำตามหลักปฏิบัติของนานาชาติ โ ฆษกรัฐบาลกัมพูชาขอยกตัวย่าง 2 กรณีจากหลายๆ กรณี ที่นานาชาติได้ปฏิบัติในอดีตที่ผ่านมา คือกรณี ประเทศญี่ปุ่น กับ เปรู ประเทศอังกฤษ กับ สหพันธ์รัฐรัสเซีย โดยญี่ปุ่น ได้ปฏิเสธไม่ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนตามข้อเสนอของเปรู และ อังกฤษได้ปฏิเสธไม่ส่งตัวผู้ร้ายตามข้อเสนอของรัสเซีย โดยอ้างว่าเป็นกรณีที่มีเหตุผลในทางการเมือง สำหรับกรณีของอดีตนายกฯ ทักษิณฯ นั้น รัฐบาลประเทศกัมพูชาเห็นว่า เข้าข่ายมีลักษณะที่เป็นการเมืองเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้เนื่องจากอดีตนายกฯ ทักษิณ ถูกโค่นล้มโดยทหารทำรัฐประหาร เมื่อ 19 ก.ย. 2549 ในขณะที่อดีตนายกฯ ทักษิณไปร่วมการประชุมต่างประเทศ และได้มีการดำเนินเรื่องคดี และการพิจารณาลงโทษอดีตนายกฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นพฤติกรรมเพื่อรับใช้ทางการเมืองอย่างชัดเจน
ดังนั้นทั้งด้านกฏหมายและการปฏิบัติตามหลักสากลที่กล่าวอ้างข้างต้น โฆษกรัฐบาลกัมพูชาขอประกาศให้ทราบถึงจุดยืนให้ทราบอีกครั้งว่า กัมพูชาจะไม่ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้รัฐบาลไทย และหากอดีตนายกฯ ทักษิณ ตัดสินใจมาพักอยู่ใน กัมพูชาหรือเดินทางเข้า-ออก ประเทศกัมพูชา ให้เข้าใจว่าท่านมีฐานะเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลกัมพูชา และเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตาม พรบ.ที่ 1009 /1018 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 52
แถลงการณ์ระบุตอนท้ายว่า ขอเน้นย้ำให้ทราบอีกว่า รัฐบาลกัมพูชายังคงยึดจุดยืนอย่างมั่นคงในการรักษาความสัมพันธ์ฉันท์มิตร และความร่วมมือที่ดีระหว่าง รัฐบาลกัมพูชากับรัฐบาลไทยในทุกๆ ด้าน และให้ถือว่าการที่เราอนุญาตให้อดีตนายกฯ ทักษิณเข้ามาพักอาศัยอยู่ในประเทศนั้น เป็นเรื่องของคุณธรรม ตามคำกล่าวที่ที่ว่า “มิตรแท้ต้องช่วยเหลือกันยามทุกข์ยาก” แถลงการณ์ระบุ



