
ปิดฉากอินดอร์เกมส์ รวม4ทัวร์ทัพไทยอู้ฟู่ รับอัดฉีดกว่า61ล้าน
ปิดฉากศึกเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ ครั้งที่ 3 สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) รอเฟ้นเจ้าภาพจัดครั้งต่อไปภายใต้ชื่อ เอเชี่ยนอินดอร์-มาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ บาห์เรนแย้มสนใจอาจรับช่วงจัดต่อ ด้านทัพนักกีฬาไทยเตรียมรองานเลี้ยงจากรัฐบาล 16 พฤศจิกายนนี้ พร้อมรับเงินอั
การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ ครั้งที่ 3 ที่ประเทศเวียดนาม มีพิธีปิดอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่อินดอร์สเตเดี้ยม ภายในสนามกีฬาแห่งชาติมี ดิงห์ ด้วย แนวคิด “ลาก่อนเพื่อน” มีการแสดง 2 ชุด คือ การแสดงขบวนพาเหรดสีสันแห่งกีฬา และการแสดงของศิลปินเวียดนาม ประกาศศักยภาพและพลังแห่งเอเชีย ก่อนที่จะส่งนักกีฬาทุกชาติกลับบ้าน สำหรับเจ้าภาพครั้งต่อไป จะเป็นการแข่งขันที่รวมกับศิลปะการต่อสู้ ในชื่อ “เอเชี่ยนอินดอร์-มาเชี่ยลอาร์ทเกมส์” ซึ่งยังไม่มีการกำหนดชาติเจ้าภาพอย่างเป็นทางการ โดย ฮวง ตวน อันห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่องเที่ยวและกีฬาของเวียดนาม ได้มอบธงเจ้าภาพคืนให้ ชีค อาหมัด อัล ฟาฮัด อัลซาบาห์ ประธานสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) ก่อนที่ โอซีเอ จะคัดเลือกชาติเจ้าภาพในปี 2011 ต่อไป
ชูผลงานไทยสอบผ่าน
“บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผลงานของนักกีฬาไทย ที่ได้ 19 เหรียญทอง 17 เหรียญเงิน 34 เหรียญทองแดง ได้อันดับ 4 ถือว่าสอบผ่านแล้ว เนื่องจากหลายชาติได้พัฒนาไปไกลมาก มาตรฐานของเกมก็สูงขึ้นตามไปด้วย ขณะที่ไทยเองก็ไม่ได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมหลายรายการโดยเฉพาะกีฬาเอ็กซ์ตรีม ที่เคยได้ถึง 7 เหรียญทอง ก็ไม่มีการบรรจุเข้าแข่งขัน ในขณะที่ “บิ๊กต้อม” นายธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬาไทย กล่าวว่า โอลิมปิกจะสรุปผลงานทั้งหมด และหารือร่วมกับสมาคมกีฬาเพื่อหาทางพัฒนาให้ดีขึ้น
บาห์เรนสนจัดอินดอร์-มาเชี่ยล
พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การแข่งขันเอเชี่ยนอินดอร์-มาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ในปี 2011 ซึ่งบาห์เรนเป็นชาติอันดับต้นๆ ที่แสดงความสนใจจะรับเป็นเจ้าภาพ อย่างไรก็ตาม โอซีเอ จะส่งหนังสือเวียนไปยังชาติต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ชาติอื่นๆ เสนอตัวต่อไป
4 เกมทัพไทยรับเละ 61.3 ล้าน
ด้านกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เตรียมมอบเงินรางวัลให้แก่นักกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ ครั้งที่ 3 หลังทำผลงาน 19 เหรียญทอง 17 เหรียญเงิน และ 34 เหรียญทองแดง ตามระเบียบที่ระบุไว้ เหรียญทอง 2 แสนบาท เหรียญเงิน 1 แสนบาท เหรียญทองแดง 5 หมื่นบาท ทำให้นักกีฬาไทยจะได้รับเงินอัดฉีดรวม 15.4 ล้านบาท ผู้ฝึกสอนได้รับ 30 เปอร์เซ็นต์เป็นเงิน 4.62 ล้านบาท และสมาคมจะได้รับ 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน 3,080,000 บาท รวมทั้งสิ้น 23.1 ล้านบาท เมื่อรวม 3 มหกรรมกีฬาก่อนหน้านี้ ได้แก่ เอเชี่ยน ยูธ เกมส์ ครั้งที่ 1 ที่สิงคโปร์ 11 เหรียญทอง, 7 เหรียญเงิน, 2 เหรียญทองแดง เป็นเงิน 9.1 ล้านบาท, เอเชี่ยนมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่ไทย 21 ทอง, 17 เงิน, 16 ทองแดง เป็นเงิน 10.5 ล้านบาท และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 ที่มาเลเซีย 157 ทอง, 75 เงิน และ 57 ทองแดง ได้รับ 18.6 ล้านบาท รวม 4 รายการเป็นเงิน 61.3 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะจัดงานเลี้ยงฉลองและมอบเงินรางวัล ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 16 พฤศจิกายนนี้
โบว์ลิ่งผวาชวดแข่งอชก.
ขณะที่ นางสุวลัย ศัตรูลี้ เลขาธิการสมาคมโบว์ลิ่งแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงผลงานของนักกีฬาไทยซึ่งทำได้น่าผิดหวัง ไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ว่า ต้องยอมรับว่า นักกีฬาไทยมีความสามารถ แต่ดวงก็มีส่วนด้วยเช่นกัน และจากการทำผลงานตกต่ำในเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ครั้งนี้ ก็น่าเป็นห่วงว่า ทีมโบว์ลิ่งไทยจะพลาดโควตาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่ กวางโจว ประเทศจีน ในเดือนพฤศจิกายน 2553 เนื่องจาก โบว์ลิ่ง ไม่มีแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่ลาว ในเดือนธันวาคมนี้ จึงต้องอาศัยผลงานจากเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่กาตาร์ และเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ หากทำผลงานไม่ดี โอกาสที่จะได้ส่งแข่งขัน “กวางโจวเกมส์” ก็จะมีน้อยลง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย โดยเฉพาะทีมชายที่มีโอกาสสร้างผลงานได้
“สินธุ” ดิ้นยื้อสอยคิวอยู่ในอชก.
“บิ๊กสิน” นายสินธุ พูนศิริวงศ์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เพิ่งได้ข่าวว่าเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 จะจัดแข่งขันกีฬาคิวสปอร์ตเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่โอซีเอจะจัดให้กีฬาสอยคิวไปอยู่ในกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์-มาเชี่ยลอาร์ทเกมส์เป็นการถาวร ซึ่งก็ยังไม่แน่นอนว่า จะมีการแข่งขันทุกครั้งหรือไม่ เรื่องนี้ตนจะพยายามแจ้งไปยังชาติสมาชิกเอเชีย เพื่อขอความร่วมมือในการรักษาสถานะของบิลเลียด-สนุกเกอร์ไว้ในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ให้ได้ เพราะเป็นรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชีย
สรุปตารางเหรียญ
อันดับ ประเทศ ทอง เงิน ทองแดง
1.จีน 48 25 19
2.เวียดนาม 42 30 22
3.คาซัคสถาน 21 16 21
4.ไทย 19 17 34
5.อิหร่าน 17 15 13
6.เกาหลีใต้ 16 14 16
7.อินเดีย 6 9 25
8.ฮ่องกง 6 9 17
9.อินโดนีเซีย 6 3 14
10.อุซเบกิสถาน 5 9 10



