ข่าว

"ตราเสมือน"สินค้าน้ำเมา แบรนด์ดีเอ็นเอหนีกฎหมาย

"ตราเสมือน"สินค้าน้ำเมา แบรนด์ดีเอ็นเอหนีกฎหมาย

06 มี.ค. 2562

โดย...  พวงชมพู ประเสริฐ

 

          “แบรนด์ดีเอ็นเอ คล้ายคลึงกับแบรนด์ของยี่ห้อแอลกอฮอล์ ซึ่งธุรกิจน้ำเมาใช้มาก่อน แล้วนำมาดัดแปลง บางส่วนจดทะเบียนเป็นเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ประชาชนยังนึกถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และรับรู้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบรนด์เดิมนั้นๆ โดยไม่เห็นถึงความแตกต่าง” ดร.บุญอยู่ ขอพระประเสริฐ

 

          พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 32 กำหนดไว้ชัดเจนว่า “ห้ามไม่ให้มีการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม” ด้วยเหตุนี้เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจึงออกมาเปิดเผยว่ามีความพยายามที่จะเลี่ยงกฎหมายการโฆษณาของธุรกิจน้ำเมา โดยการสร้าง “ตราเสมือนสินค้าน้ำเมา” ขึ้น เป็นการตอกย้ำแบรนด์น้ำเมาผ่าน “แบรนด์ดีเอ็นเอ” ที่เป็นสินค้าชนิดอื่น ส่งผลให้เยาวชนถึง 82% เข้าใจเป็น “น้ำเมา”

 

 

"ตราเสมือน"สินค้าน้ำเมา แบรนด์ดีเอ็นเอหนีกฎหมาย

 


          ดร.บุญอยู่ ขอพระประเสริฐ อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยเกริก เปิดเผยงานวิจัยเรื่อง “การรับรู้ของประชาชนต่อการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านตราเสมือนหรือแบรนด์ดีเอ็นเอ และสัญลักษณ์ที่มีความคล้ายคลึงกันปี 2561” ว่าจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ใน 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ปทุมธานี จันทบุรี ราชบุรี เชียงใหม่ พิษณุโลก นครศรีธรรมราช สงขลา สุรินทร์ และขอนแก่น โดยให้กลุ่มตัวอย่างดูภาพ 30 ภาพที่เป็นตราสัญลักษณ์ที่คล้ายคลึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่ากลุ่มตัวอย่าง 80-85% มองว่าทั้ง 11 ภาพเป็นตราสัญลักษณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 70-79% มองว่าทั้ง 15 ภาพเป็นตราสัญลักษณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ 60-68% มองว่าทั้ง 4 ภาพ เป็นตราสัญลักษณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
   

          ยกตัวอย่างป้ายโฆษณาของมหกรรมอาหารเมืองสิงห์ที่ใช้เพียงพื้นสีเหลืองและข้อความรายละเอียดงานแต่มีรูปสัตว์คล้ายคลึงตราน้ำเมาหนึ่ง คนยังมีการรับรู้เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถึง 65 % เห็นว่าเป็นการจูงใจโดยอ้อมให้ซื้อหรือดื่ม 48.9% เป็นประโยชน์ทางการค้า 79% และมีระดับการจูงใจปานกลางมากที่สุด 24.4% หรือกรณีใช้พื้นสีเขียวมีเพียงข้อความ “SONGKRAN MOMENTS” และมีตราน้ำดื่มยี่ห้อหนึ่ง คนยังมีการรับรู้เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถึง 79.2% เห็นว่าเป็นการจูงใจโดยอ้อมให้ซื้อหรือดื่ม 49.7% เป็นประโยชน์ทางการค้า 85.7% และมีระดับการจูงใจปานกลางมากที่สุด 25.4% เป็นต้น 


  

 

"ตราเสมือน"สินค้าน้ำเมา แบรนด์ดีเอ็นเอหนีกฎหมาย

 


          “โดยสรุปเกือบทั้งหมดมองว่าแบรนด์ดีเอ็นเอคล้ายคลึงกับแบรนด์ของยี่ห้อแอลกอฮอล์ ซึ่งธุรกิจน้ำเมาใช้มาก่อน แล้วนำมาดัดแปลงบางส่วน จดทะเบียนเป็นเครื่องดื่มผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำดื่ม น้ำแร่ ในการรับรู้ของประชาชนผู้บริโภคนึกถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และรับรู้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบรนด์เดิมนั้นๆ โดยไม่เห็นถึงความแตกต่าง ยังยึดติดของเดิมในการรับรู้แบรนด์ดีเอ็นเอสินค้านั้นว่าเป็นของแบรนด์แอลกอฮอล์เดิม ซึ่งคือเจตนาแอบแฝงโฆษณาแอลกอฮอล์” ดร.บุญอยู่ กล่าว


          สอดรับกับผลสำรวจของเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ก่อนหน้านี้ที่ได้จากการลงพื้นที่สำรวจการรับรู้และความคิดเห็นของเด็กเยาวชน กรณีภาพสัญลักษณ์และการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1,000 คน โดยแสดงภาพ 10 ภาพ ซึ่งเป็นภาพสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายหรือป้ายโฆษณาน้ำดื่ม โซดา พบว่า เด็กเยาวชนเข้าใจว่าภาพดังกล่าวเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงถึง 82% นอกจากนี้ 42.60% เห็นว่าการแสดงภาพสัญลักษณ์ดังกล่าวเป็นการจงใจมีเจตนาเลี่ยงกฎหมายให้คนเข้าใจว่าเป็นโฆษณาแฝงของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 39% และ 58% เห็นว่าโลโก้น้ำดื่ม โซดาที่คล้ายคลึงเครื่องดื่มมีผลทำให้จูงใจให้ผู้พบเห็นตัดสินใจซื้อหรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยตรงหรือโดยอ้อม
   

 

 

"ตราเสมือน"สินค้าน้ำเมา แบรนด์ดีเอ็นเอหนีกฎหมาย

 

 

          ต่อเรื่องนี้ นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ธุรกิจน้ำเมาอาศัยช่องว่างของกฎหมายเลี่ยงไม่ใช้เครื่องหมายการค้าของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในการโฆษณาโดยไปจดทะเบียนน้ำดื่ม โซดา หรือผลิตภัณฑ์อื่นแทนแต่เป้าหมายแท้จริงคือต้องการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านสินค้าอื่น ทั้งที่การยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเช่นนี้ เข้าลักษณะตามพ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 8 (13) ถือว่าขัดวัตถุประสงค์ของการใช้เครื่องหมายการค้าที่ต้องการให้แยกแยะชนิดของสินค้าหรือบริการ และเข้าข่ายการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตผู้ยื่นคำขอหลีกเลี่ยงที่จะไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 32 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อยากเรียกร้องให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาไม่รับจดทะเบียนให้กับธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสั่งเพิกถอนเครื่องหมายการค้าของเครือข่ายธุรกิจสุราที่มีปัญหาลักษณะเดียวกันที่เคยจดทะเบียนไว้เพราะถือเป็นกรณีการยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายที่ต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียนตามกฎหมายและถือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต


          “การที่กลุ่มธุรกิิจน้ำเมามีการแปลงร่างแแปลงกายเริ่มเห็นชัดเจนมมาในช่วง 2  ปีที่สังคมเริ่มรับรู้เกี่ยวกับตราเสมือน เพราะที่ผ่านมาติดกับพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไม่สามารถนำตราเครื่ืองดื่มแอลกอฮอล์มาโฆษณาได้จนมีการทำตราเสมือนในสินค้าอื่นแทนเพื่อโฆษณามาตอกย้ำแบรนด์และจูงใจหวังผลไปที่สินค้าน้ำเมา เห็นได้จากที่บริษัทน้ำเมายักษ์ใญ่แห่งหนึ่งแถลงผลประกอบการขาดทุนในส่วนสินค้าที่ไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่เป็นโซดา น้ำดื่ม 2 พันล้านบาท แต่ก็ยังทุ่มโฆษณาในสินค้านี้ถึง 5,000 ล้านบาท จึงต้องตั้งคำถามว่าสินค้าขาดทุนแต่ทำไมตั้งงบโฆษณาไว้มากกว่ายอดขาดทุนถึง 2 เท่า” นายคำรณกล่าว 


          ในแง่การขับเคลื่อนของผู้บริโภคต่อเรื่องนี้ น.ส.สถาพร อารักษ์วทนะ นักวิชาการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) บอกว่า ผู้บริโภคกำลังถูกเอาเปรียบ การดำเนินการเช่นนี้ของธุรกิจน้ำเมาเข้าข่ายการให้ข้อมูลเป็นเท็จแบบกลายๆ โดยทำให้คนหลงเชื่อหรือเข้าใจผิดในสาระสำคัญ จึงเข้าข่ายผิดกฎหมาย ซึ่งผู้บริโภคมีสิทธิขั้นพื้นฐานตามพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ส่วนการโฆษณาที่ผู้บริโภคมีสิทธิ์รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริงไม่เป็นเท็จ แต่ช่องทางนี้มีจุดอ่อนที่ไม่สามารถร้องเรียนกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ เนื่องจากกรณีที่มีกฎหมายอื่นดูแลอยู่แล้วสคบ.จะไม่เข้าไปเกี่ยว ดังนั้นผู้บริโภคอาจใช้ยุทธวิธี “ป่าล้อมเมือง” เช่น กรณีพบเห็นป้ายตราเสมือนโฆษณาที่ตึกไหนให้ร้องเรียนไปยังเจ้าของตึกนั้นเลย เชื่อว่าเจ้าของตึกจะกลัวและรีบนำออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งผลต่อภาพลักษณ์ในทางธุรกิจ