
ยกฐานะอบต.318แห่งขึ้น"เทศบาล" คาดเลือก"นายกเล็ก"กลางธ.ค.นี้
กทม. - อนุมัติยกฐานะ อบต.เป็นเทศบาลตำบลแล้ว 318 แห่ง จากที่เสนอขอ 540 แห่ง คาดเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลต้นปีหน้า ส่วน อบต.ที่ไม่ผ่านความเห็นชอบ ให้เลือกตั้งนายก อบต. และ ส.อบต.เหมือนเดิมกลาง ธ.ค.นี้
นายประวิง คชาชีวะ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า จากที่ผู้บริหารท้องถิ่น และสภาท้องถิ่น หมดวาระการบริหารลงเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2552 ที่ผ่านมานั้น กกต.ได้จัดการเลือกตั้งไปแล้ว 2,900 กว่าแห่ง เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีว่ามีคนออกมาใช้สิทธิ์สูงถึง 77% และขณะนี้ กกต.ทยอยประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปบ้างแล้ว ส่วนที่ไหนมีการร้องเรียนก็ตั้งคณะกรรมการสอบสวนไปหาข้อมูลมาประกอบสำนวนพิจารณาต่อไป
นายประวิง กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังเหลือองค์กรท้องถิ่นระดับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อีก 540 แห่ง ที่ยังไม่ได้เลือกตั้ง ซึ่งผู้บริหารและสภาหมดวาระลงแล้วเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ที่ยังไม่มีการเลือกตั้ง นายก อบต. และ ส.อบต. เนื่องจาก อบต.เหล่านั้นขอยกฐานะเป็น "เทศบาลตำบล" แต่เวลาล่วงเลยมาหลายเดือนกระทรวงมหาดไทย (มท.) ยังไม่ประกาศยกฐานะให้ตามคำขอ ทำให้ กกต.ต้องเลื่อนเลือกตั้งออกไป 2 ครั้งแล้ว และในการประชุม กกต.เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา กกต.ได้รับแจ้งจาก มท.อย่างไม่เป็นทางการว่า ได้อนุมัติยกฐานะ อบต.เป็นเทศบาลตำบลแล้ว 318 แห่ง เหลืออีก 222 แห่ง ยังไม่อนุมัติ
"ในการประชุม กกต.จึงมีมติให้จัดการเลือกตั้งนายก อบต. และส.อบต.ที่หมดวาระลงเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และขอยกฐานะเป็นเทศบาลตำบล ภายใน 45 วันนับตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน เป็นต้นไป ซึ่งเมื่อเช็กดูแล้วน่าจะเป็นวันที่ 19 ธันวาคม แต่เนื่องจากวันดังกล่าวเป็นวันเสาร์ การเลือกตั้งจึงน่าจะร่นมาอีก 1 อาทิตย์ เป็นวันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคมนี้"
นายประวิง กล่าวอีกว่า ในส่วนของ อบต.ที่ได้รับอนุมัติให้ยกฐานะเป็นเทศบาลตำบล 318 แห่งนั้น ก็ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยลงนามอนุมัติอย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาล ที่ได้รับการยกฐานะน่าจะเป็นต้นเดือนมกราคม 2553
"เมื่อมหาดไทยอนุมัติให้ยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดก็ต้องไปแบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็น 2 เขต เลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเขตละ 6 คน ซึ่งส่วนใหญ่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้แบ่งเขตไว้ก่อนแล้ว และบางแห่งต้องทำประชาคม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแบ่งเขตเลือกตั้ง ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน ซึ่งตรงนี้ถ้าประชาชนเห็นแย้งก็ต้องไปแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ อาจทำให้ช้าออกไปบ้าง กกต.จังหวัดก็ต้องเสนอเลื่อนการเลือกตั้งออกไปตามความจำเป็น"



