ข่าว

พธม.แนะนายกฯยกเลิกแผนที่ฯ1ต่อ2แสน

พธม.แนะนายกฯยกเลิกแผนที่ฯ1ต่อ2แสน

09 พ.ย. 2552

พันธมิตรฯพบนายกฯเสนอยกเลิกแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 2 แสน เจ้าตัวรับลูกพันธมิตร“ตัดหาง”เขมร

(9พ.ย.) นายพิภพ ธงไชย นายปานเทพ พัวพงศ์พันธุ์ แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นานประมาณ 40 นาที จากนั้นนายพิภพ ให้สัมภาษณ์ว่าพันธมิตรมาพบนายกฯในวันนี้ (9 พ.ย.)ได้นำข้อเสนอต่าง ๆ มาเสนอต่อนายกฯ อาทิ ขอให้นายกฯดำเนินการยกเลิกแผนที่แสดงเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชามาตราส่วน 1 ต่อ 2 แสน ซึ่งจัดทำขึ้นโดยคณะกรรมการฝรั่งเศสแต่เพียงฝ่ายเดียวและผลักดันทหารและชาวกัมพูชาออกจากดินแดนไทยโดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นหลักที่เรามายื่น และได้ส่งเอกสารที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ สัญญาการเซ็นต่าง ๆ การลงนาม การทำข้อตกลงในรูปแบบต่าง ๆ มาให้ รวม 11 รายการ ทั้งนี้ได้มีการเริ่มต้นจดหมายด้วยการเท้าความประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ที่ยึดถือสนธิสัญญา แนวสันปันน้ำ

 นายพิภพ กล่าวต่อว่า เอกสารที่นำมาเสนอในวันนี้ เป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่ไล่มาจนถึงรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ในการเซ็น MOU จนถึงรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร , นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ลำดับความเป็นมาตลอด เพื่อเป็นการชี้ให้เห็นว่ามีความเป็นมาอย่างไร รวมถึงจะเกิดกรณีได้เปรียบเสียเปรียบ โดยสรุปยื่นเงื่อนไข ทั้งหมด รวม 8 ประการ จากการที่รัฐบาลไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศได้แสดงออกในความไม่พอใจในสัมพันธ์กับประเทศกัมพูชาเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2552 พันธมิตรฯขอสนับสนุนและให้กำลังใจ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยได้ใช้โอกาสนี้ดำเนินการทบทวนพันธะผูกพันระหว่างไทย - กัมพูชา พร้อมกับแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีตด้วยแนวทาง

 นายพิภพ กล่าวต่อว่า การแก้ไขข้อผิดพลาดเป็นข้อผิดพลาดที่กระทำมาในหลายรัฐบาล ดังนั้นข้อเสนอของพันธมิตรฯนายกฯต้องทบทวนในข้อผิดพลาดของทุกรัฐบาล แม้จะเป็นรัฐบาลซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งก็ตาม เพราะตรงนี้ถือว่าเป็นประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

 นายปานเทพ กล่าวว่าหลังจากที่ยื่นข้อเสนอต่อนายกฯแล้ว นายกฯได้รับเรื่องและดูคร่าว ๆ ในหนังสือที่นำเสนอ โดยภาพรวมนายกฯมีความเข้าใจเป็นอย่างดีเกี่ยวข้องกับกระบวนการในการที่ พันธมิตรเรียกร้อง โดยนายกฯยืนยันว่าที่ผ่านมาประเทศไทย ได้ยึดหลักสนธิสัญญา (1904) สันปันนำเป็นหลัก และรัฐบาลก็ยังคงยึดหลักนั้นเช่นเดียวกัน ส่วนกรณีเรื่องข้อผูกพันระหว่างไทย - กัมพูชา ที่อาจทำให้เกิดความสุ่มเสี่ยงหรือการเสียเปรียบในอนาคตไม่ว่าจะเป็นทางบกหรือทะเล อยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐบาล เข้าในว่าในวันที่ 10 พ.ย.นี้ ครม.คงได้ไล่เรียงเอกสารทุกฉบับ หรือข้อตกลงทุกฉบับที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชาเข้าพิจารณาในครม. เพื่อจะดูสิ่งใดทำได้ไม่ได้อย่างไร

 นายปานเทพกล่าวต่อด้วยว่า พันธมิตรได้มีการสอบถามเรื่องที่ประชุมสภาฯที่จะมีการรับรองการประชุมของ JDC ทาง 3 ครั้ง และมีการพิจารณาร่างข้อร่างข้อตกลงระหว่างไทยกัมพูชาที่จะมีการลงนามนั้น นายกฯ กล่าวว่าถ้ามีการเข้าที่ประชุมสภาฯจริงก็คงจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการต่อไป ระหว่างนี้อยู่ในช่วงการพิจาณาของรัฐบาลว่าจะพิจารณาฉบับใดบ้างเป็นลำดับแรก และพิจารณาเหตุผล ถ้าในแต่ละฉบับจะยกเลิกพิจารณาจากเหตุผลใดก็จะชี้แจงเป็นครั้ง ๆ ไป

 นายพิภพ กล่าวต่ออีกด้วยว่า นายกฯกล่าวว่า จะพิจารณาให้กระทรวงต่างประเทศนำเสนอเข้าครม.ในวันที่ 10 พ.ย.ในสัญญาหรือการประกาศที่ได้กระทำไปแล้วตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน รวมถึงจะพยายามระมัดระวังในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และระมัดระวังในเรื่องสายตาชาวโลกว่าเราจะทำอะไรต้องมีเหตุมีผล ซึ่งตนและนายปานเทพได้ย้ำกับนายกฯว่าคงต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศ และเรายืนยันที่จะต้องใช้สนธิสัญญาที่รับรองเรื่องสันปันน้ำเป็นเรื่องสำคัญ