
ผู้สมัคร ส.ส. หนองบัวลำภู ภูมิใจไทย เคาะประตูบ้านขอคะแนน
หนองบัวลำภู - คมข่าวทั่วไทย
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2562 นายสมพาน ศรีหอม ผู้สมัคร ส.ส.หนองบัวลำภู เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หมายเลข 15 ได้เข้าพื้นที่หาเสียงที่ศาลากลางบ้าน หมู่บ้านโนนสว่าง ต.โพธิ์ชัย อ.เมืองหนองบัวลำภู ซึ่งได้มีชาวบ้านจากในหมู่บ้านประมาณ 300 กว่าคนมาร่วมรับฟังนโยบายของผู้สมัคร ที่ได้ใช้กลยุทธในการหาเสียงแบบเข้าถึงชาวบ้าน ตามหมู่บ้าน ในการประชาสัมพันธ์ให้กับชาวบ้านได้รับรู้ถึง นโยบายของพรรค
โดยได้เน้นย้ำนโยบายเพิ่มรายได้แก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ที่จะทำได้จริง โดยเฉพาะ การปลูกกัญชาได้เสรี เป็นที่สนใจของชาวบ้านเป็นอย่างมาก ที่ชาวบ้านต่างเห็นว่าจะเป็นพืชทดแทนทางเศรษฐกิจ ในอนาคต นอกจากเป็นพืชสมุนไพรใช้รักษาโรคทางการแพทย์แล้ว ยัง จะสร้างรายได้และความกินดีอยู่ดี ร่ำรวยให้กับเกษตรกร
ผู้สมัครเขต 1 หมายเลข 15 พรรคภูมิใจไทย ได้เน้นย้ำนโยบายของพรรคทั้ง 8 ข้อหลัก คือ ทวงคืนกำไรให้เกษตรกรเสนอกฎหมายระบบกำไรแบ่งปัน สินค้าเกษตร ตั้งกองทุนข้าวให้ได้ราคาข้าวหอมมะลิ 18,000 บาท ยางพารา กิโลกรัมละ 70 บาท มันสำปะหลังไม่ต่ำกว่า กิโลกรัมละ 4 บาท อ้อยไม่ต่ำกว่าตันละ 1,200 บาท ปาล์มทะลายไม่ต่ำกว่า กิโลกรัมละ 5 บาท สร้างบ่อน้ำมันและแหล่งพลังงานในไร่นา แก้หนี้ กยศ.ปลดภาระค้ำประกันให้กับผู้ค้ำประกัน ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ค่าปรับ ผ่อนเงินต้น 10 ปี ปลอดหนี้ 5 ปี เรียนออนไลน์ฟรีตลอดชีวิต ยกระดับ อสม.เป็นหมอประจำบ้าน ให้ค่าตอบแทนเริ่มต้น 2,500-10,000 บาท ต่อเดือน
ยึดบุรีรัมย์เป็นต้นแบบในการพัฒนาเมือบงและปลูกกัญชาได้อย่างเสรี นอกจากนั้น ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย หนองบัวลำภู เขต 1 ยังได้ใช้กลยุทธในการเดินหาเสียงตามบ้านเรือนเข้าขอคะแนนกับชาวบ้าน แบบถึงประตูบ้าน สร้างความพอใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างดีที่เห็นผู้สมัครมาเดินบอกแนะนำตัวและเสนอตัวถึงบ้านเรือน ยังไม่มีผู้สมัครรายใดที่มาทำแบบนี้
ผู้สมัครเขต 1 หมายเลข 15 พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ในขณะนี้รอบแรกได้เดินทางหาเสียงไปครบทุกหมู่บ้านแล้ว ในช่วงนี้เป็นการลงพื้นที่รอบที่สอง จะได้ประมาณวันละ ตำบลหรือประมาณ 10 หมู่บ้านเพื่อชี้แจงแนวนโยบาย ไปตามจุดเล็กๆ ซึ่งเชื่อว่าจะได้พบชาวบ้านได้รับรู้ถึงสภาพความเป็นอยู่ ปัญหาความเดือดร้อน รวมทั้งฟังเสียงของชาวบ้านที่จะมีการบอกกล่าวกันอย่างเป็นกันเองในเวทีเล็กๆ ส่วนกลางคืนก็ยังคงเดินหาเสียงตามหมู่บ้านจะได้คืนละประมาณ 2 หมู่บ้าน ซึ่งในรอบที่สองนี้ เป็นการใช้แผนเดินเท้าพบชาวบ้านแบบเคาะประตูบ้านบอกกล่าว ขอคะแนน เหนื่อยแต่ก็ดีใจที่ได้พบ ได้เห็นชาวบ้านรับรู้รับฟังปัญหา เพื่อเป็นข้อมูลในการที่จะได้ช่วยเหลือผลักดันให้กับชาวบ้านต่อไป



