
ปัตตานีอ่วมหนักน้ำทะลักท่วมเขตเมือง
น้ำไหลทะลักเข้าท่วมเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ชาวบ้านขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ไม่ทัน ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ด้านประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะ มอบถุงยังชีพพระราชทานแก่ราษฎรผู้ประสบภัยใน จ.ปัตตานี 6 ตำบล 11 หมู่บ้าน จำนวน
(9พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ปัตตานี ว่า น้ำเหนือจาก จ.ยะลา ยังไหลหลากลงพื้นที่ จ.ปัตตานี ประกอบกับเมื่อคืนที่ผ่านมา ทางเขื่อนชลประทาน จ.ปัตตานี ได้เปิดประตูน้ำทั้ง 7 บาน เพื่อระบายน้ำเหนือเขื่อนที่ไหลมาจาก จ.ยะลา จนล้นสปริงเวย์ โดยมีอัตราการไหลของน้ำผ่านเขื่อนขณะนี้อยู่ที่ 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลงสู่แม่น้ำปัตตานีอย่างรวดเร็ว
ซึ่งทำให้ตั้งแต่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา น้ำในแม่น้ำปัตตานี ถึงแม้ว่าบรรยากาศโดยทั่วไป สภาพท้องฟ้าอากาศสดใสมีแดดออก ฝนได้หยุดตก แต่ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลัก และรองรับน้ำทุกพื้นที่ มีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากน้ำจากตอนบนได้ไหลหลากลงสู่แม่น้ำปัตตานีมากขึ้น และน้ำในแม่น้ำปัตตานี จะไหลลงสู่ทะเลโดยผ่านอำเภอยะรัง อำเภอหนองจิก และอำเภอเมือง ส่งผลบริเวณที่ราบลุ่ม ได้ล้นเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนราษฏรเร็วกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
โดยเฉพาะในช่วงเวลา 03.00 น. น้ำได้เข้าท่วมถนนในเขตเทศบาลเมือง ถนนหน้าวัง หลังวัง ถนนโรงอ่าง ทำให้การสัญจรไปมาลำบาก และบ้านเรือนราษฎร ที่ตำบลจะบังติกอ เขตเทศบาล ประชาชน ขนของหนีน้ำไม่ทัน ทำให้สื่งของภายในบ้านได้รับความเสียหาย สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องน้ำท่วมโดยประชาชนไม่ทันตั้งตัว และระดับน้ำได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ชาวบ้านต้องยืมโต๊ะของโรงเรียน เพื่อนำเอาของตั้งไว้ที่สูง นอกจากนั้น ทางเทศบาลเมืองปัตตานี ได้จัดกำลังคน ไปขนของชาวบ้าน รวมทั้งย้ายคนชรามาตั้งไว้ที่ดอน พร้อมทั้งเลื่อนย้ายรถ และจักรยานยนต์ตั้งไว้ที่ดอนแล้ว นอกจากนั้นอำเภอรอบนอก ต.ปะกาฮารัง ต.บาราเฮาะ ถนนทุกเส้นทางถุกตัดขาดจากภายนอกต้องใช้เรือเป็นพาหนะ ระดับน้ำสูง 1.20 เมตร ชาวบ้าน 1,200 ครัวเรือนเดือดร้อนบ้านจมอยู่ในน้ำ
ขณะเดียวกัน พันโทชาคริต สนิทพ่วง ผบ.ฉก. 23 พร้อมด้วยกำลังทหาร และฝ่ายตำรวจและปกครอง ได้นำเรือ ออกไปช่วยเหลือช่วยเหลือชาวบ้าน ที่ ม.8 บ้านปรีดอ ต.บาราเฮาะ อ.เมือง จ.ปัตตานี พร้อมทั้งนำแพทย์ทหารออกไปช่วยเหลือรักษาผู้บาดเจ็บ ชณะเดียวกันนำเครื่องอุปภคบริโภคไปแจกจ่ายช่วยเหลือในเบื้องต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำได้ท่วม 8 อำเภอ 28ตำบล 89 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือนร้อน 2 หมื่นกว่าคน 7,852 ครัวเรือน นาข้าวจมอยู่ในน้ำ 5 พันกว่าไร่ ต้นอ้อย ประมาณ 1 พันกว่าไร่ กระชั้งปลา 80 กว่ากระชั้ง ถนนในหมู่บ้านถูกตัดขาดสัญจรไปมาไม่ได้และเสียหาย 22 สาย โดยเฉพาะอำเภอหนองจิก บ้านเสียหายจากวาตภัย 71 หลังคาเรือน ประชาชนอพยพไปอยู่บ้านญาติที่น้ำไม่ท่วม โรงเรียนปิดโยปริยาย 15 โรงเรียน
ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ นายดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะ ได้เดินทางมอบถุงยังชีพพระราชทานให้แก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดปัตตานี 6 ตำบล 11 หมู่บ้าน จำนวน 1 พัน ครอบครัว ที่หอประชุม อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี โดยมีนาย ธีรเทพ ศรียะพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมให้ความช่วยเหลือ และมีพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย เข้ารับพระราชทานถุงยังชีพ ซึ่งต่างปลาบปลื้มดีใจ ในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีต่อพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด ในยามที่ได้รับความเดือดร้อน
จังหวัดปัตตานี ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยวาตภัยและดินถล่มระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 12 อำเภอของจังหวัดปัตตานี โดยใช้เบอร์โทรศัพท์ 1784 และ Call Cemter 1881 ตลอด 24 ชั่วโมง



