ข่าว

ชู"3 H"สู่เที่ยวไทยยั่งยืน ผ่านมุมมองผช.รมต.ท่องเที่ยวฯ

ชู"3 H"สู่เที่ยวไทยยั่งยืน ผ่านมุมมองผช.รมต.ท่องเที่ยวฯ

01 มี.ค. 2562

ชู"3 H"สู่เที่ยวไทยยั่งยืน ผ่านมุมมองผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

 

             

              ฟังผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา "น.ต.วรวิทย์ เตชะสุภากูร" ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "นวัตกรรม 4.0 เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการอย่างยั่งยืน” ในงานการประชุมวิชาการระดับชาติด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ ณ ห้องคอนเวนชั่น โรงแรมอวานี อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มีหลายประเด็นที่น่าสนใจและสามารถนำมาประยุกต์สู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต

             “คม ชัด ลึก” จึงนำข้อมูลปาฐกถาบางช่วงบางตอนที่ถือเป็นไฮไลท์สำคัญโดยเฉพาะการใช้ 3 H (Hand Head และ Heart) ในการให้บริการนักท่องเที่ยวในฐานะผู้มาเยือนเมืองไทยตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและบริการ

ชู"3 H"สู่เที่ยวไทยยั่งยืน ผ่านมุมมองผช.รมต.ท่องเที่ยวฯ

ชู"3 H"สู่เที่ยวไทยยั่งยืน ผ่านมุมมองผช.รมต.ท่องเที่ยวฯ

สวัสดีครับ ผู้มีเกียรติทุกท่าน

วันนี้ต้องขออนุญาตกล่าวเหมือนทุกๆ ครั้ง รู้สึกเป็นเกียรติ รู้สึกตื่นเต้น การได้รับมอบหมายเบื้องต้นจากท่านรัฐมนตรีให้มาปาฐกถาพิเศษในงานนี้ บอกตรงๆ ไม่เคยปาฐกถาพิเศษนานขนาดนี้ ตอนแรกคิดว่ามาบรรยายให้นักศึกษาฟัง ข้อมูลก็เริ่มอัพเดทขึ้นเรื่อยๆ ว่าไม่ใช่แล้ว เริ่มมีอาจารย์ต่างๆ ที่ทำการเรียนการสอนในเรื่องของการท่องเที่ยว ถัดมาก็เริ่มมีผู้แทนชุมชนมาด้วย แล้วก็ยังมีพี่ๆ น้องๆ เพื่อนข้าราชการจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 

ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นทาง ททท. หรือว่ากรมพลศึกษา ก็มาร่วมงานในวันนี้ด้วย วันนี้ผมคงไม่ได้มากล่าวอะไรในเชิงที่เป็นสาระวิชาการมากนัก เพียงแต่ตั้งใจเหลือเกินที่จะดำเนินการตามแนวของท่านรัฐมนตรี วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ท่านบอกผมเสมอว่าเวลาทำงานให้เน้นไปในเรื่องของยึดหลัก หูใหญ่ ใจกว้าง แล้วก็แน่วแน่ 

ถามว่าทำไมต้องหูใหญ่ ท่านบอกว่าพยายามมารับฟังข้อมูล ข้อคิดเห็น หรือแม้กระทั่งองค์ความรู้ต่างๆ ที่เกิดจากการที่เราได้ไปลงพื้นที่ ได้พบปะพี่น้องประชาชน รวมทั้งชุมชน  สิ่งต่างๆ เหล่านี้ท่านถึงกำหนดให้เราว่าขอให้เราหูใหญ่ ไปฟังให้มาก การที่เราจะมาถ่ายทอดอะไรให้เขาฟัง บางทีพ่อแม่ พี่น้อง คุณตาคุณยาย อาจจะรู้มากกว่าเราด้วยซ้ำไป เพราะเขาอยู่ในองค์ความรู้ที่อยู่ในชุดความรู้จริงๆ 

อีกหลักหนึ่งก็คือใจกว้าง คือรับฟังอย่างที่ไม่มีอคติต่อการทำงาน ส่วนแน่วแน่ ก็คือขอให้เราเข้าใจว่าสิ่งที่เราได้ทำอยู่ ขอให้มั่นคงมั่นใจหน่อยว่าเราทำแล้วถูกต้อง เพราะฉะนั้นจะทำให้เราสามารถเดินหน้าต่อไปโดยที่ไม่วอกแวก เพราะฉะนั้นในวันนี้สิ่งที่ผมจะมาเล่าให้ทุกๆ ท่านฟัง ก็คงไม่ใช่เรื่องสาระวิชาการอะไรนัก แต่อยากจะมาในเชิงของการเล่าสู่กันฟังมากกว่า แล้วก็มาอัพเดทให้ท่านฟังสักนิดหนึ่งว่าขณะนี้เรื่องการท่องเที่ยวของประเทศไทย ที่ทางกระทรวงได้ร่วมมือและลงไม้ลงมือทำอยู่ ไปถึงไหน อะไรบ้าง

อีกส่วนหนึ่งคือเป็นส่วนที่อยากจะมาเล่าว่า แล้วเรามีอะไรที่จะต้องทำต่อไป ผมจึงอยากจะขอเริ่มต้นด้วยสิ่งนี้ก่อนครับ (ขอยืมปิ่นโตสักอัน) วันนี้ครับ ผมมาที่งานนี้พร้อมด้วยปิ่นโต ไม่รู้จะมีใครเล่นกับผมบ้างครับ แต่ช่วยกรุณาอนุเคราะห์ผมนิดหนึ่ง อันนี้คือปิ่นโต ไม่ต้องบอกก็คงพอจะทราบกันอยู่แล้ว แต่ผมมีคำถามว่า อ๊ะ ผมเล่าที่มาที่ไปก่อนว่าปิ่นโตนี้คือปิ่นโตอะไร เป็นปิ่นโตที่ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้จัดทำขึ้นในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ที่ผ่านมานะครับ

ถามว่าทำไมถึงทำอันนี้ ท่านทราบว่าปกติหน่วยราชการต่างๆ ในช่วงปีใหม่มักจะทำของที่ระลึก ไดอารี่ ปฏิทิน ซึ่งทำกันอยู่ทุกปี ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรี วีระศักดิ์ ท่านก็เลยแนะนำให้ฝ่ายประชาสัมพันของกระทรวงลองคิดหาจัดทำของที่ระลึกใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องทำเป็นปฏิทินและไดอารี่แล้ว สรุปมาว่า ทำเจ้านี่ครับ “ปิ่นโต” แน่นอนครับทุกท่านพอเห็นปุ๊บ ท่านคงไม่คิดว่าเป็นของประเทศอื่น ท่านคงคิดว่าเป็นของไทยแน่นอน

แต่ท่านทราบไหมครับว่ามีเหตุผลความจำเป็นอะไรอีกครับ ที่ทำให้ทางกระทรวงเลือกที่จะทำปิ่นโตนี้ออกแจกเป็นของที่ระลึกให้แก่พี่น้องประชาชน ท่านใดพอจะกรุณาตอบ เชิญเลยครับ เพราะอะไรครับ? ครั้งแรกเลยคือปิ่นโตนี่ บ่งบอกถึงความเป็นไทย แต่อีกเหตุผลหนึ่งล่ะครับ (มีเสียงคนตอบว่า เลิกใช้พลาสติกลดโลกร้อน) โอ้โห เหลือเชื่อจริงๆ นะครับ ผมนึกว่าจะตอบได้ยาก ถูกต้องเลยครับ ขอบพระคุณครับ ใช่ครับ ผมขออนุญาตลงไปมอบปิ่นโตของที่ระลึกนี้ให้ท่านอาจารย์ด้วยครับ

ตอนนี้เรากำลังลดการใช้พลาสติกครับ เราจะพยายามทำให้เกิดการ No Single Use เพราะว่าพลาสติกของเรา ท่านทราบอยู่แล้วว่าพลาสติกเนี่ย แม้ว่าจะเป็นถุงพลาสติกหรืออะไรต่างๆ เราใช้เพียง 10 นาที 20 นาที ครึ่งชั่วโมง แต่พลาสติกเหล่านั้นมีอายุอยู่ต่อไปมากกว่าชีวิตผม มากกว่าชีวิตของเราๆ หลายๆ คน อยู่กันเป็นร้อยปีเลยนะครับ

เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถลดการใช้พลาสติก ไม่ว่าจะเป็น Reuse Reduce Recycle หรือว่าจะสุดท้ายของสุดท้าย Re Think ความคิดของเราในการที่จะทำเรื่องลดการใช้พลาสติก ก็จะเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากนะครับ

ผมมีความชื่นชมอีกท่านหนึ่งคือท่านที่มาตั้งหัวข้อนี้นะครับ หัวข้อการปาฐกถาพิเศษ เพราะท่านตั้ง “นวัตกรรม 4.0 เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการอย่างยั่งยืน” ท่านตั้งมามีทั้งนวัตกรรม ซึ่งแปลว่าของใหม่ มี 4.0 เรื่องของไอที แล้วก็เป็นเรื่องของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ ท่านก็ให้คำว่ายั่งยืน เพราะฉะนั้นในส่วนที่ผมเตรียมตัวมาที่จะมาพูดให้ท่านฟัง ตะกี้ผมยังเรียนท่านอธิการว่า อย่างกับผมมาสอบวิทยานิพนธ์เลยครับ 

ผมพยายามอ่านหนังสือทำการบ้านอะไรต่างๆ มามากพอสมควร ทั้งๆ ที่ผมก็มีภารกิจในเรื่องของการเลี้ยงลูกด้วยนะครับ ลูกยังเล็กอยู่ สามขวบ กับห้าขวบ เป็นผู้ชายทั้งสองคน ก็รู้สึกว่าความหนักของหัวข้อนี้มีมากพอสมควร มาพูดวันนี้ ผมก็ได้เล่าให้ท่านรัฐมนตรีฟังเหมือนกันครับว่า หัวข้อที่จะไปเล่าให้ทุกท่านฟัง เป็นหัวข้อประมาณนี้ ท่านจึงฝากสไลด์ผมมา 2 สไลด์ เพื่อมานำเรียนทุกท่านทราบว่า เรื่องของนวัตกรรมกับเรื่องของ 4.0 

ผมพยายามก๊อบความคิดของท่านมาเพื่อเรียนให้ทุกท่านได้รับทราบ เป็นเรื่องของเทคโนโลยี เทคโนโลยีเป็นเรื่องดีมีความสำคัญมากเลยนะครับ ใน พ.ศ.นี้  พ.ศ.หน้า หรือต่อๆ ไปว่ามี 3 สิ่งที่เทคโนโลยีไปทดแทนสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ เทคโนโลยีทำได้หลายอย่างมาเลยนะครับ แต่ก็ทดแทนใน 3 สิ่งนี้ไม่ได้ ก็คืองานที่จะต้องใช้ Hand, ใช้ Head และใช้ Heart 

ท่านลองนึกสิครับว่างานอะไรที่ใช้ Hand, ใช้ Head และใช้ Heart บ้าง ท่านใดจะพอกรุณาแชร์ไอเดียให้ผมได้ ไม่ต้องห่วงครับปิ่นโตผมยังมีอีก (ขอเพิ่มอีก 2 ตัว H ได้ไหมครับ อันแรกก็คือ Harmony การมีความร่วม และอีกอันหนึ่ง Health สุขภาพ อันนี้ต้องเพิ่ม) ส่วนร่วมกับสุขภาพนะครับ โอเค ใช่ๆ ครับ เห็นด้วยครับ มีท่านใดให้ความเห็นเกี่ยวกับงานที่ใช้ Hand, ใช้ Head และใช้ Heart อะไรอีกไหมครับ 

 

   อย่างนี้ครับเวลาที่เราไปเที่ยว ระหว่างที่เราไปเจอคนกับเจอหุ่นยนต์  เราจะสัมผัสหรือเราจะมีความสุขกับการเจออะไรมากกว่ากัน หลายท่านผมเชื่อว่าน่าจะเห็นพ้องไปในทางที่ว่า ถ้าเราได้เจอคน เราได้เจอ Human Touch, Human Contact อะไรอย่างนี้ครับ เวลาเราได้เห็นการยกมือไหว้สวัสดี เราได้เห็นบริกร ที่มาเสิร์ฟอาหาร ได้เห็นมือ เห็นแววตา เห็นสีหน้า เห็นรอยยิ้ม สิ่งเหล่านี้ครับ เป็นสิ่งที่ยืนยันได้เลยครับว่า หุ่นยนต์ หรือว่าเทคโนโลยี ทำไม่ได้ 

   ส่วนงานที่ต้องใช้ Head  งานนี้มีหลากหลายมาก ทำให้ผมยากลำบากในการบรรยายมาก  เป็นงานที่ต้องใช้เกี่ยวกับความคิด จินตนาการ ท่านลองดูครับในสถานที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว สถานที่ที่เป็นตึก สถานที่ที่เป็นบ้านไม้ เรือนไม้ ท่านรู้สึกสองอย่างนี้เป็นยังไงครับ ถ้าตึกท่านอาจจะรู้สึกว่ามันค่อนข้างจะแข็ง ท่านเห็นเรือนไม้ทรงไทย ท่านรู้สึกว่ามีความอ่อนโยนมากขึ้น แต่ท่านลองดูสิครับ ถ้าเรือนไม้มีแขวนอุบะมาลัย จะทำให้เรารู้สึกนุ่มนวล ได้ทำให้จินตนาการอะไรต่างๆ มากขึ้นไปอีก นี่คืองานอีกงานหนึ่งครับที่เทคโนโลยี หรือ 4.0 ทำไม่ได้

อีกอย่างหนึ่งครับ คือ Heart งานที่ต้องใช้ Heart ยกตัวอย่างง่ายๆ อีกเหมือนกันครับ เรื่องของการที่ไปรับประทานอาหาร บริกรที่มาเสิร์ฟอาหารเรา เช่นเขาใช้คำพูดว่า เวลาเสิร์ฟปุ๊บ ท่านคะระวังร้อนนะคะ ท่านคะอาหารนี้มีความสดใหม่มาก แต่ท่านไม่สามารถที่จะทานพร้อมหรือว่าทานนมตามไปได้ เพราะมันจะขัดกัน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ครับ เป็นเรื่องของหัวใจที่เราสามารถที่จะแสดงออกซึ่งการเอาใจใส่ ใส่ใจ ได้ความห่วงใยกับนักท่องเที่ยวของเรา

กล่าวโดยสรุปการใช้ 3H กับนักท่องเที่ยวนั้นเป็นสิ่งที่เทคโนโลยี 4.0 ไม่สามารถทำได้ ดังนั้นการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยไปสู่ความยั่งยืน จึงจำเป็นอย่างยิ่งในการนำ 3H หรือ Hand Head และ Heart มาใช้กับงานบริการเพื่อสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือน