
งานช้างๆกับการช่วย"ช้าง"กลับบ้าน
หลังจากปล่อยช้างมา6 เชือกเพื่อคืนสู่บ้านเกิด แอร์โรว์จึงแถลงข่าวเตรียมปล่อยอีก 2 เชือกให้ได้กลับบ้านส่งท้ายโครงการช่วยช้างกลับบ้านที่ได้ร่วมกับมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ เพื่อสนองพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อสานปณิธานปล่อยช้างคืนสู่ป่า
ในการนี้ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ในฐานประธานโครงการมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติกล่าวว่า ต่อเนื่องจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีความสนพระทัยเรื่องเกี่ยวกับช้าง และทรงมีพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการปล่อยช้างมาล่วงหน้าแล้ว มูลนิธิจึงได้มาสานต่อในพระราชเสาวณีย์ในการช่วยช้าง ซึ่งการปล่อยช้างไม่ได้เหมือนการปล่อยนกปล่อยปลาที่ปล่อยไปแล้วก็สามารถดูแลตัวเองได้
"การปล่อยช้างเป็นโครงการที่ยุ่งยาก ต้องนำช้างมาฝึกให้คุ้นชินกับสภาพป่า การใช้ชีวิตในป่า เพราะช้างที่เรานำมาปล่อยนั้นเป็นช้างที่เราซื้อต่อมาจากช้างเร่ร่อนที่เขามาอาศัยอยู่ในเมือง การปรับวิถีชีวิตของช้างให้คืนสู่ป่าจึงเป็นเรื่องสำคัญและต้องใช้ระยะเวลาเป็นปีๆ และมีค่าใช้จ่ายที่สูง ขนาดมีคนหรือหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนงบประมาณจำนวน 1 ล้านบาท มูลนิธิยังขาดทุน แต่ทั้งนี้ก็พร้อมที่จะช่วยเหลือกัน อย่างไรก็ตาม แม้ตอนนี้โครงการคืนช้างสู่ป่าเฉลิมพระเกียรติจะมีการปล่อยช้างไปจนครบหรือมากกว่าจำนวนที่ตั้งไว้ แต่เราก็ยังทำอย่างต่อเนื่อง เพราะยังมีช้างอีกมากที่เร่ร่อนอยู่ในเมือง" ประธานโครงการฯ ให้รายละเอียด
พร้อมกับกล่าวต่อด้วยว่าที่เราเห็นช้างเชื่องๆ สวัสดีได้ ยกงวงทักทายได้นั้นต้องผ่านการฝึกการทรมานมาอย่างมากมาย ต้องโดนขอสับที่ร่างกายมาอย่างนับไม่ถ้วนเพื่อออกสร้างรายได้ให้แก่คน ช้างไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้วพอช้างเครียดเกิดอาการตกมันหรือเกิดอุบัติเหตุกับช้าง เป็นผลมาจากคนทั้งนั้น
"ช้างที่เห็นเชื่องๆ นั้นผ่านการทรมานมาอย่างมากมาย เมื่อเขาตกใจสุดขีดจากอุบัติเหตุต่างๆ และเมื่อเขาต้องการความช่วยเหลือดวงตาจะฟ้องได้อย่างดี อย่างช้างส่วนใหญ่ที่ต้องมาเดินเร่ร่อนในท้องถนน เขาก็เหมือนคนที่ได้รับสารพิษก็เป็นอันตราย ช้างมากมายที่เป็นวัณโรคและต้องป่วยตาย แต่ทุกวันนี้เราจะห่วงแพนด้ามากกว่าช้างแล้ว ขอเถอะช้างน่ะอยู่คู่บ้านคู่เมืองไทยมาอย่างช้านาน เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง เราควรเห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวของเราดีกว่า การช่วยช้างถือเป็นกุศล ถ้าเราไม่ถนอมรักษากันไว้ก็ถึงวาระสุดท้ายอย่างรู้ๆ กันว่าตอนนี้มีช้างเหลืออยู่น้อยมาก และทุกคนต้องทำกุศลด้วยความเข้าใจอย่าทำด้วยอารมณ์ หลงกุศลดีกว่าหลงตัณหา รวมทั้งการแก้ปัญหาช้างไม่ใช่การส่งช้างคืนกลับบ้านเท่านั้น แต่ปัญหาทั้งหมดทั้งมวลต้องแก้ที่คน เพราะคนเป็นผู้ที่นำช้างออกมาจากบ้านเขา" ดร.สุเมธกล่าว



