
โทรให้ชาวบ้านเลือกพร้อมโอนเงิน "พปชร." ไม่ได้ทำ
"บิ๊กตู่" สั่ง "สำนักนายกฯ" สอบ ไม่พบคนของ "พปชร." โทรถามชาวบ้าน ถ้าถูกใจ "บัตรสวัสดิการฯ" ให้เลือก พร้อมโอนเงิน โวไม่กลัว "ดีเบต" แต่ไม่ไป เสียเวลาทำงาน
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 62 เวลา 13.20 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีที่มีการเผยแพร่คลิปเสียงผ่านโซเชียลว่ามีบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โทรสอบถามชาวบ้านว่าถูกใจนโยบายสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่ ถ้าถูกใจให้เลือกพรรค พปชร. พร้อมกับมีการโอนเงินให้ด้วย ว่า
ตนให้เจ้าหน้าที่ในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีไปตรวจสอบจากพรรคการเมืองว่าเขาทำหรือไม่ สอบสวนมาก็ได้รับรายงานในชั้นต้นว่า ไม่มี ได้รับยืนยันว่า ไม่มี ไม่ได้ทำ และเขากำลังดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษอยู่ เพราะฉะนั้นใครไปให้ข้อมูลพวกนี้ออกมาทางสื่อโซเชียลก็ต้องระมัดระวัง วันนี้กฎหมายมีทุกตัว พอผิดกฎหมาย เขาดำเนินการตามกฎหมาย ตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม ก็บอกว่าไม่เป็นธรรม ช่วงนี้ต้องอิสระ มันอิสระอย่างไร ถ้ามันบิดเบือนกันไป อิสระมากๆ มันได้หรือไม่ ข่าวลวง คลิปปลอมเยอะแยะมากมาย หลายอย่างทำเทียมทั้งสิ้น หลายอันแล้ว วันก่อนก็ฟ้องไป 9 คน ที่จับมา ฝ่ายความมั่นคงเขาตามอยู่แล้ว ไม่ต้องไปสั่งการ
โวไม่กลัว “ดีเบต” แต่ไม่ไป เสียเวลาทำงาน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวก่อนตอบคำถามสื่อมวลชนภายหลังการประชุม ครม. ว่า คำถามของสื่อแต่ละคำถาม เจ็บๆ ทั้งนั้น แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรสื่อ เพราะนักข่าวก็ทำงานไป เราก็มีงานของเรา ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้เห็นหนังสือประชารัฐสร้างชาติของพรรค พปชร. แล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้เห็นแล้ว เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องจริงของ นายกฯ ทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ทราบว่ามีการแจกเฉพาะผู้สมัคร ส.ส. และสมาชิกพรรค ขณะที่พรรค พปชร. ได้เสนอชื่อตนเป็น นายกฯ ก็เป็นเรื่องของพรรค
เมื่อถามว่า ได้เตรียมตัวขึ้นเวทีดีเบตกับแคนดิเดต นายกฯ พรรคอื่นแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เตรียมตัวมานานแล้ว แต่วันนี้ไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะไปดีเบต ไม่ใช่กลัวหรือไม่กลัว แต่เมื่อดูเวทีดีเบตตอนนี้ ก็จะเห็นว่าเป็นอย่างไร เพราะส่วนใหญ่เป็นการโจมตีกัน ไม่ค่อยมีสารัตถะ เถียงกันในตอนต้น แต่เมื่อเข้าสู่นโยบาย กลับไม่มีใครสนใจอะไร เนื้อหาก็ดิ้นกับการโจมตีคนนั้นคนนี้ เล่นไปถึงการทำงานของกระทรวงต่างๆ ซึ่งไม่เรียกว่าการดีเบต
“ขอให้ไปดูในต่างประเทศ ว่าเวทีดีเบตเป็นอย่างไร ผมคงไม่ไปหรอกตอนนี้ ไม่ว่าใครจะมากระตุ้นอย่างไร ผมก็ไม่ได้โกรธ ไม่ได้กลัวด้วย ข้อสำคัญคือผมกำลังทำงานอยู่ ซึ่งจะเสียเวลา ที่ผมจะต้องไปประดิษฐ์ประดอยคำพูด ออกมาให้มันปวดหัว เพราะทำงานในระบบมันก็แย่พอแล้ว สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็เป็นข้อเท็จจริง ถ้าอยากทราบวิสัยทัศน์ของผม ในฐานะถ้าผมจะเป็น นายกฯ ต่อไป วิสัยทัศน์ของผมมีอยู่แล้วคือ มั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 วิสัยทัศน์ของผมมีเท่านี้”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับนโยบายของรัฐบาลในวันนี้ ทำแล้วทั้ง 11 ด้าน เช่นเดียวกับวาระของชาติในหลายอย่าง ก็แก้ไขปัญหาไปหมดแล้ว ที่แล้วมาก็ได้แสดงฝีมือของตนไปหมดแล้ว ถ้าถามว่าในอนาคต หากได้เป็น นายกฯ แล้วจะทำอะไรต่อ จะบอกว่า ตนได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทต่างๆ ขึ้นมา ทำกฎหมายการเงินการคลัง จัดซื้อจัดจ้าง การค้าการลงทุนและอีกหลายฉบับ ซึ่งไม่ได้แก้ไขปัญหาที่ปลายทางอย่างเดียว ทุกอย่างมีกฎหมายกำกับไว้หมดแล้ว หากไม่มีกฎหมาย แต่พูดลอยๆ แล้วจะเป็นไปได้อย่างไร ถ้ายกเลิกแล้วไม่ทำอย่างที่ตนทำก็ต้องไปดูกฎหมายกันใหม่ ดังนั้น สิ่งที่กำหนดไว้ใน 5 ปีแรก จึงถือว่าสำคัญที่สุด เราได้วางแผนแม่บทไว้อย่างชัดเจน โดยมีการทำในช่วงต่อๆ ไป แล้วแต่ว่ารัฐบาลใดจะเข้ามาบริหารงาน สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือความทั่วถึงและเท่าเทียมเป็นธรรม โดยต้องมีกรอบเหล่านี้กำหนดไว้ และเราต้องมีคำตอบไว้ให้ทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน และประชาชน ในวันข้างหน้าด้วย



