ข่าว

คง ผช.ทูตทหาร3เหล่าทัพ

คง ผช.ทูตทหาร3เหล่าทัพ

09 พ.ย. 2552

หลังจากที่รัฐบาล “เรียกตัว” นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เพื่อแสดงออกถึงท่าที “ไม่ปลื้ม” กับการแต่งตั้งให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ และที่ปรึกษาส่วนตัวของ สมเด็จฮุน เซน

ล่าสุดรัฐบาลประกาศยกเลิกเกี่ยวกับพันธกรณีต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องการบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ไทย และกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อน ฉบับวันที่ 18 มิถุนายน 2544 ที่ทำไว้ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ

 “กองทัพไทย” ตื่นตัวกับสถานการณ์รอยร้าวระหว่างไทย-กัมพูชา ไม่น้อย โดยหลังจากที่ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. เรียกประชุม เหล่าบรรดา รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เสนาธิการทหาร รวมถึง พล.ท.นิพัทธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร และเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อประเมินสถานการณ์

 ท่าทีของรัฐบาลไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะเรื่องการลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งอาจจะเป็นปัจจัยทำให้เกิดปัญหาตามมาในอนาคต

 การ “ถอนทูต” กลับประเทศในช่วงที่เกิดรอยร้าวกันจะไม่เป็นผลดีกับทั้ง 2 ประเทศ ดังนั้นการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่จะเกิดขึ้นอีก 1-2 วันนี้ หลังจากที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กลับจากประเทศญี่ปุ่น จะมีการประเมินสถานการณ์ไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะมาตรการขั้นต่อไป

 การระดมหน่วยงานด้านความมั่นคง เริ่มตั้งแต่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ

 พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. และ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร.

 เบื้องต้นข้อมูลที่กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ ได้ตกลงว่า ความสัมพันธ์ทางด้านต่างๆ ที่ทำไว้กับประเทศกัมพูชาเหมือนเดิม รวมทั้งให้ “คง” ผู้ช่วยทหารของ 3 เหล่าทัพ

 แหล่งข่าวด้านความมั่นคงกล่าวว่า รอยร้าวระหว่างไทย-กัมพูชา จะไม่บานปลายจนถึงขั้นต้องปิดประเทศใส่กัน เพราะแม้ว่ารัฐบาลไทย และกัมพูชา จะมีการถอนเอกอัครราชทูตกลับประเทศก็ตาม แต่ความสัมพันธ์ทางด้านการทหารของทั้งสองประเทศยังแน่นปึ้ก

 “กองทัพที่รับผิดชอบงานความมั่นคงในการรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดน ก็จะเสนอให้รัฐบาลได้รับทราบว่า สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณด้านปราสาทพระวิหาร ยังไม่มีปัญหาอะไร ทหารทั้งสองฝ่ายเข้าใจดีต่อสถานการณ์การเมืองของทั้งสองประเทศ ประชาชนบริเวณดังกล่าวยังค้าขาย และไปมาหาสู่กับตามปกติ รวมถึงคนที่เล่นบ่อนก็ยังเข้าออกตามปกติไม่มีปัญหา” แหล่งข่าวระบุ

 คาดว่าการประชุม สมช. จะพูดคุยใน 3 มิติ ถึงข้อดีข้อเสีย รวมถึงการใช้กำลังทางทหาร ไม่มีการพัฒนาไปสู่ความรุนแรง โดยเฉพาะการปิดด่านตามแนวชายแดนจะส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองประเทศ ดังนั้นการแก้ไขปัญหาต้องให้รัฐบาลต่อรัฐบาลแก้ไขกัน เพราะสาเหตุปัจจุบันไม่ใช่คนไทยของทั้งสองประเทศไม่ถูกกัน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องตัวบุคคลเท่านั้น

 “ทั้งนี้กำหนดการเดิมจะมีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือจีบีซี ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 26-28 พฤศจิกายน ที่พัทยา จ.ชลบุรี เพื่อหารือถึงปัญหาตามแนวชายแดน และเร็วๆ นี้คือวันที่ 12-13 พฤศจิกายนนี้ จะมีการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสัมพันธไทยกับกัมพูชา บริเวณภูมิซรอล จ.ศรีสะเกษ ระหว่างกองทัพภาคที่ 2 กับกองบัญชาการภูมิภาคที่ 4 ของกัมพูชาด้วย” แหล่งข่าวระบุ

ทีมข่าวความมั่นคง