
ลูกดาบชิตพาชาวบ้านแจ้งความถูกปลอมลายมือชื่อโอนที่ให้ราชภัฏเพชรบุรี
นายกฤษฎา ทองชิต ทนายความ ซึ่งเป็นบุตรชาย ด.ต.ชิต ทองชิต อดีตตำรวจทางหลวงที่ถูกสังหารเสียชีวิต ได้พา นางสมบุญ อยู่สุข อายุ 66 ปี และนางวรรณณีย์ ยิ้มเทศ อายุ 50 ปี พร้อมชาวบ้านจากหมู่บ้านโป่งสลอด ต.หนองกะปุ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี จำนวน 10 ราย
ซึ่งมีข้อพิพาทเรื่องที่ดินป่าสงวนบ้านโป่งสลอด จำนวน 1,306 ไร่ มูลค่ากว่า 6.53 ล้านบาท กับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.อภิชน เจริญผล พงส.(สบ3) บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตผู้ใหญ่บ้านคน หนึ่งกับพวกรวม 3 คน ในข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอม กรณีปลอมลายมือชื่อเจ้าของที่ดินในเอกสารโอนสิทธิหนังสือสัญญาโอนสิทธิ์ส่งมอบการครอบครองที่ดินให้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี โดยนำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ดินทั้งหมดมามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน
นายกฤษฎา กล่าวว่า ที่มาของกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 2538 ช่วงนั้นราชภัฏเพชรบุรีได้ขอพื้นที่ป่าทางกรมป่าไม้มาใช้สร้างสถานศึกษาซึ่งกรมป่าไม้ได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่ จำนวน 1,306 ไร่ได้แต่ปรากฏว่าที่ดินส่วนใหญ่นั้นทับซ้อบกับที่ทำกินชาวบ้านซึ่งอยู่ติดเขาและอ่างเก็บน้ำ จากนั้นได้มีการบุกรุกไถที่ดินและห้ามไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปทำมาหากินในที่ดังกล่าวทั้งที่เป็นที่ทำกินซึ่งตกทอดมาหลายชั่วคน
นายกฤษฎา กล่าวต่อว่า กรณีพิพาทที่เกิดขึ้นนั้นฝ่ายราชภัฏเพชรบุรีก็แจ้งความดำเนินคดีกับชาวบ้านในข้อหาบุกรุก ส่วนทางชาวบ้านก็แจ้งความกลับและมีการฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดเพชรบุรีในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ต่อมาเมื่อปี 2547 ชาวบ้านได้รวมตัวกันฟ้องศาลปกครองขอให้เพิกถอนคำสั่งของกรมป่าไม้ที่อนุญาตให้ทางราชภัฎรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างต่างๆ
นายกฤษฎา กล่าวว่า หลังจากร้องศาลปกครองไปแล้วทางศาลได้ส่งเอกสารคำคัดค้านที่ทางราชภัฏทำขึ้นมาให้กับกลุ่มชาวบ้านก็พบว่า เอกสารการโอนสิทธิส่งมอบการครอบครองที่ดินบางส่วนนั้นมีการปลอมลายมือชื่อชาวบ้านที่เป็นเจ้าของที่ดิน โดยที่ไม่ทราบเรื่องมาก่อน และบางคนอ่าน เขียนหนังสือไม่ได้ อีกทั้งไม่ได้รับคู่ฉบับของเอกสารดังกล่าวแต่อย่างใด จึงนำหลักฐานดังกล่าวมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปรามให้สอบสวนดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนสาเหตุที่ต้องเดินทางมาแจ้งความที่กองปราบปรามนั้นเนื่องจากในพื้นที่มีกลุ่มอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง และมีการข่มขู่ด้วยวาจากับชาวบ้านหลายรายจึงเกรงว่าหากไปแจ้งความกับตำรวจท้องที่แล้วจะไม่ได้รับความเป็นธรรม.



