
ชงครม.ยุบบริษัทโคล้านตัวสิ้นปีนี้
เกษตรฯ สั่งรัฐวิสาหกิจในสังกัดแยกบัญชีเชิงพาณิชย์-เชิงสังคม พร้อมสั่งปิดบัญชีบริษัทส่งเสริมธุรกิจไทยเสนอ ครม.ภายในสิ้นปีนี้ หลังโครงการล้มเหลว เกษตรกรลักลอบขายโคโครงการโคล้านตัว พร้อมตั้งคณะกรรมการเคลียร์คดีต่อ
นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมการดำเนินงานตามแนวนโยบายผู้ถือหุ้นภาครัฐภาพรวมของรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้รัฐวิสาหกิจในสังกัดทำการแยกบัญชีเชิงพาณิชย์ และเชิงสังคมออกจากกันให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ ตามมติคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านวิสาหกิจ (กนร.) เพื่อให้ทราบถึงผลกำไรและขาดทุนของแต่ละองค์กรอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ในส่วนของวิสาหกิจที่มีปัญหาขาดทุน ที่ต้องเร่งรัดดำเนินการอย่างเร่งด่วน ประกอบด้วย องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) องค์การสะพานปลา องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) และองค์การสวนยาง
ส่วนบริษัทส่งเสริมธุรกิจไทยจำกัด (สธท.) นั้นได้เสนอคระรัฐมนตรี (ครม.) ให้ปิดบริษัทไปแล้ว ตั้งแต่ 1 เมษายนที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่ายังมีโครอการขายจำนวน 260 ตัว และยังมีปัญหาการชำระค่าเสียหายจากเกษตรกรที่ลักลอบขายโคต่ำกว่าเป้าหมาย จำนวน 4,230 ตัว ซึ่ง ครม.เห็นชอบให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2552 เพื่อให้ปิดบัญชีและยกเลิกบริษัทต่อไป แต่จนถึงขณะนี้ สธท. ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้ปิดบัญชีไปก่อน เพื่อเสนอ ครม.ปิดบริษัทภายในสิ้นปีนี้ ส่วนคดีต่างๆ ที่เหลืออยู่ให้ตั้งคณะกรรมสอบสวนให้แล้วเสร็จต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า สธท.ตั้งขึ้นในช่วงที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เงินทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท เมื่อปี 2548 โดยกว้านซื้อโคในประเทศ 5 ล้านตัวใน 5 ปี ให้เกษตรกรยืมเลี้ยง ก่อนจะรับซื้อคืนในราคาที่กำหนด คาดว่าเกษตรกรจะได้รับประโยชน์ โดยเกษตรกรที่เลี้ยงแม่โคผลิตลูกขาย จะมีรายได้เพิ่มขึ้น 33,000-44,000 บาท/ครอบครัว/ปี
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเกษตรกรไทยเลี้ยงโคไม่ถูกวิธี ทำให้โคที่รับไปมีน้ำหนักไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ บางรายแอบขายและไม่ส่งเงินคืนให้ สธท. ถือว่าเป็นโครงการที่ล้มเหลว



