ข่าว

"ผมยอมรับว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง"

"ผมยอมรับว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง"

08 พ.ย. 2552

ดูเหมือนปัญหาระหว่างพนักงานรถไฟกับฝ่ายบริหารยังหาข้อยุติไม่ได้ หลังจากมีคำสั่งไล่ออก 6 พนักงานที่ประท้วงหยุดเดินรถไฟ จนกว่าจะซ่อมแซมอุปกรณ์ชำรุดให้ใช้ได้ตามปกติก่อน

แม้ว่านายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พยายามนัดทั้งสองฝ่ายมาเจรจาร่วมกัน แต่ “โสภณ ซารัมย์” รมว.คมนาคม ยังยืนยันทุกอย่างต้องยึดหลักตามกฎหมาย

 “โสภณ” ให้สัมภาษณ์ “คม ชัด ลึก” ถึงกรณีดังกล่าวว่า ถ้าให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้เพียงแค่รถไฟเดินได้ แค่พนักงานรถไฟไม่ประท้วงคงรับไม่ได้ เพราะการประท้วงเกิดทุกยุคทุกสมัย แต่ข้อตกลงต่างๆ ที่ทำกันมาในอดีตไม่เคยมีการแก้ไขให้เป็นรูปธรรม แต่สหภาพนำข้อตกลงที่ทำไว้ไปเป็นสภาพการจ้าง จึงบอกฝ่ายบริหารการรถไฟฯ ว่าอย่าไปตกลงอะไรกับสหภาพง่ายๆ เพราะตกลงง่ายๆ ก็ทำไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่กำลังแก้ปัญหาอยู่อยากให้ทำอย่างตรงไปตรงมา ยึดระเบียบ กฎหมาย แม้ว่าจะมีใครต่อใครบอบช้ำบ้าง หรือต้องรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำก็จำเป็น

 “การเซ็นข้อตกลงแล้วไปอ้างเป็นสภาพการจ้าง รวมทั้งการพัฒนาเรื่องต่างๆ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสหภาพจนไปถึงการเลื่อนขั้นเงินเดือนตั้งแต่ระดับ 8 ลงมาต้องได้รับความเห็นชอบจากสหภาพ บางเรื่องก็ล้ำเส้นการบริหารเกินไป” รมว.คมนาคม กล่าว

 “โสภณ” กล่าวว่า การแก้ปัญหารถไฟได้มอบนโยบายให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมาย โดยบอกกับผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ให้ยึดระเบียบ กฎหมายถ้าไปแก้ระเบียบต้องรับผิดชอบเอง ถ้าตนให้นโยบายว่าทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ถ้าปฏิบัติแล้วเกิดปัญหาประชาชนเดือดร้อนตนยินดีรับผิดชอบ จึงเกิดคำถามว่าการเมืองเข้าข้างฝ่ายบริหารหรือไม่ ได้บอกไปว่าไม่เข้าข้าง และที่ผ่านมาได้ขอดูโครงสร้างการบริหารงาน พบว่าการบริหารงานไม่ได้แบ่งเป็นโครงสร้างจึงให้ไปทำโครงสร้างการบริหารมาให้ดูใหม่

 "วันนี้มีคนเรียกร้องให้ปลดผู้ว่าก็บอกไปว่าถ้าผู้ว่าผิดจริงก็ต้องปลด แต่ถ้าไม่ผิดก็ปลดไม่ได้ เหมือนพนักงานที่ถูกไล่ออกถ้ามีความผิดถึงขั้นไล่ออกก็ต้องไล่ออก แต่ถ้าเขาบอกถูกกลั่นแกล้งก็ให้อุทธรณ์มา เพราะมีช่องทางให้อุทธรณ์อยู่แล้ว หรือไปยื่นอุทธรณ์ต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปก็จะมีการสอบสวนดูจะได้รับความเป็นธรรม ทุกฝ่ายเคารพกฎระเบียบซึ่งตั้งไว้ก่อนที่ตนจะมาเป็นรัฐมนตรี ไม่มีปัญหา จุดยืนของตนคือแก้ไขปัญหาโดยยึดระเบียบกฎหมายที่มีอยู่" รมว.คมนาคม กล่าว

 “โสภณ” กล่าวว่า การไล่พนักงานรถไฟออกไม่ใช่เชือดไก่ให้ลิงดู แต่ทำแบบตรงไปตรงมา ใครทำผิดว่าไปตามผิดว่าไปตามระเบียบกฎหมายที่มีอยู่ ตนเป็นนักต่อสู้มวลชนมาก่อนเข้าใจการรวมกลุ่มเพื่อต่อรอง อดีตผมซ้ายจัดด้วยซ้ำ แต่เรียกร้องว่าอย่าล้ำเส้น และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่ไปกระทบผลประโยชน์สาธารณะที่ใหญ่มาก รัฐบาลต้องมองว่าปัญหารถไฟเป็นปัญหาใหญ่ ไม่ใช่ทำเพียงแค่รถไฟเดินได้เท่านั้น แต่เป็นตัวดึงการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศด้วย ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีใครอยากยุ่งกับปัญหาเหล่านี้ ยุ่งไปก็เปลืองตัว แต่ตนสบายมาก

 "พูดแบบไม่เกรงใจทุกวันนี้สหภาพรถไฟพยายามบอกว่าโครงสร้างมีปัญหา แต่ไม่มองว่าระบบตัวเองก็มีปัญหาด้วย ตั้งแต่คนจนถึงระเบียบ ไม่ควรไปโทษสิ่งไม่มีชีวิตที่พูดไม่ได้เพียงอย่างเดียว คนที่พูดได้ก็ไม่ยอมรับว่าคนตัวเองมีประสิทธิภาพหรือไม่ ขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานขึ้น 4 ชุด เพื่อไปทำแผนปรับโครงสร้างรถไฟ โดยจะแถลงแผนในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ เพื่อฟังกระแสจากประชาชนว่าเห็นด้วยหรือไม่ ก่อนนำเข้า ครม. ส่วน ครม.จะเห็นด้วยหรือไม่ก็เป็นเรื่องของ ครม. เพราะการแก้ไขปัญหารถไฟเกินอำนาจของกระทรวงคมนาคม ต้องเป็นเรื่องของรัฐบาล วันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นการแก้ไขปัญหาทั้งหมดของรถไฟ” รมว.คมนาคม กล่าว

  ส่วนการเสนอแผนปรับโครงสร้างจะมีเสียงไม่เห็นด้วยจากสหภาพรถไฟ “โสภณ” กล่าวว่า ไม่สนว่าแผนดังกล่าวจะขัดแย้งกับใคร ถือว่าเป็นอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่และสามารถทำได้ การแก้ปัญหาไม่ใช่หมกปัญหาไว้ให้คนอื่นแก้

 อย่างไรก็ตาม "โสภณ" ยอมรับว่า ทุกครั้งที่คิดโครงการมักมีเสียงต่อต้าน เนื่องจากต้นทุนของพรรคต่ำ เปรียบเหมือนสังคมไทยนิยมพระสมเด็จ เมื่อมีคนบอก โสภณ ซารัมย์ คนแซวเป็นซาเล้ง ความจริงแล้วรู้สึกโกรธ 

 "ผมยอมรับว่า มีคนอยู่เบื้องหลัง อำนาจวันนี้หรือแม้ประเทศมีอยู่ 2 อำนาจ คือ อำนาจนอกระบบ และอำนาจในระบบ แต่ผมสามารถบูรณาการอำนาจนอกระบบให้เป็นประโยชน์ ผมไม่ได้รับใบสั่งจากใครให้ทำความเสียหาย หรือสั่งซ้ายหันขวาหัน ผมมีหลักเกณฑ์ของผม ทำแล้วไม่ทำให้บ้านเมือง ราชการเกิดความเสียหาย เหมือนคนมองพรรคผมเทาๆ ทั้งที่ผมเหนื่อยกับการแก้ปัญหาให้อำนาจนอกระบบและในระบบ ถามว่าทำไมประชาชนจึงเห็นด้วย เพราะไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ต้องถือเป็นความสำเร็จของพวกผมเหมือนกันที่บริหารจัดการเรื่องพวกนี้ได้ ที่แล้วมาเราไปข่มขืนใจประชาชนให้เชื่อ พยายามไปชี้แจงให้ประชาชนเชื่อ แต่ตัวเองทำตัวขาดความน่าเชื่อถือ แต่วันนี้ผมเชื่อว่าประชาชนพอรู้อยู่ใครทำอะไรคิดอะไรควรให้ประชาชนตัดสิน" โสภณ กล่าวปิดท้าย

 สมถวิล เทพสวัสดิ์