
"สุดารัตน์"ปัดเอี่ยวทุจริตนมรัฐสั่งรื้อโควตาฟันอาญา5กระทรวงถกด่วน
มติครม.ให้ "กอร์ปศักดิ์" ลุยแก้ปัญหานมโรงเรียนทั้งระบบ "เจ๊หน่อย"ออกโรงโต้ปัดเอี่ยวทุจริต โยนปัญหาอยู่ที่ภาคปฏิบัติ "สุวโรช" ส่งเทียบเชิญ "เจริญ" แจงฮั้วนม 4 มี.ค. ป.ป.ช.ลั่นพร้อมรับลูกเชือดนักการเมืองเขมือบนมเด็ก
ภายหลังผลสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตโครงการจัดซื้อนมโรงเรียนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) ระบุว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) สมัยรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พัวพันการทุจริตโดยกำหนดนโยบายจำกัดบริษัทจัดซื้อนมโรงเรียนเป็นโซนนิ่ง และเสนอให้เอาผิดนั้น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ได้รับรายงานด้วยวาจาจากนายธาริต เพ็งดิษฐ์ เลขาธิการ ป.ป.ท.แล้ว แต่ยังไม่ได้รับเรื่องอย่างเป็นทางการ หากได้รับผลสอบสวนทั้งหมด จะนำส่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามระเบียบ เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวเป็นนักการเมืองและข้าราชการระดับสูง ซึ่งถือเป็นอำนาจการสอบสวนของ ป.ป.ช.
"แม้ว่าคดีดังกล่าวจะเกี่ยวพันถึงกลุ่มการเมืองที่เป็นขั้วอำนาจเก่า แต่ผมไม่มีส่วนเกี่ยวหรือสั่งการให้ ป.ป.ท.เข้าไปทำคดี แต่ ป.ป.ท.ทำตามหน้าที่ จึงยืนยันได้ว่าคดีนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง" นายพีระพันธุ์ กล่าว
ด้านนายกล้านรงค์จันทิก กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบทุจริตนมโรงเรียนว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับเรื่องจาก ป.ป.ท. ทั้งนี้เมื่อได้รับเรื่องจะดูว่าอยู่ในอำนาจการพิจารณาของป.ป.ช.หรือไม่ถ้าอยู่ในอำนาจจะรับไว้ดำเนินการทันที และตั้งคณะอนุกรรมการต่อไป
แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยถึงผลการตรวจสอบมติครม.ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อนมโรงเรียนว่า มติ ครม.วันที่ 26 พฤศจิกายน 2545 เป็นเพียงการอนุมัติหลักการเพื่อบริหารจัดการ การจัดซื้อนมโรงเรียนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และการจัดการปริมาณน้ำนมดิบในท้องตลาด และในสมัยที่นายสรอรรถ กลิ่นประทุม เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น กระทรวงมหาดไทยได้ออกระเบียบให้มีการจัดแบ่งพื้นที่จำหน่ายนม ต่อมาพบว่าการแบ่งโซนนิ่งจัดซื้อนมโรงเรียนมีปัญหาการฮั้วประมูลสมยอมราคากัน โดยที่โรงเรียนยังได้รับนมคุณภาพต่ำ ขณะที่ราคาเทียบเท่าราคากลาง
ดังนั้นที่ประชุมครม. เดือนมีนาคม 2548 จึงมีมติห้ามแบ่งพื้นที่จำหน่ายนมโรงเรียนเพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดตลาด แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่สนใจมติ ครม.ดังกล่าว และยังคงการผูกขาดตลาดจัดซื้อนมโรงเรียนอยู่ กระทั่งเดือนพฤศจิกายน 2548 กระทรวงเกษตรฯ เป็นผู้เสนอวาระเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ให้กลับไปเห็นชอบกับการแบ่งพื้นที่จำหน่ายนม ดังนั้นมติ ครม.เดือนพฤศจิกายน 2548 จึงหมิ่นเหม่ที่จะผิดกฎหมายฐานสนับสนุนให้เกิดการสมยอมราคา ต่อมาปี 2551 รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ได้ผ่าน พ.ร.บ.โคนม และใช้กฎหมายดังกล่าวจำกัดสิทธิและกำหนดโซนนิ่งการจำหน่ายนมให้แก่ อปท.ต่อไป
"กอร์ปศักดิ์" ลุยสางปัญหาทั้งระบบ
เมื่อเวลา12.35 น. วันที่ 3 มีนาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมได้หยิบยกปัญหานมขึ้นมาหารือและดูภาพรวมของปัญหา เพราะเป็นเรื่องที่ค้างคากันมา โดยในวันที่ 4 มีนาคมนี้ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี จะเชิญทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมเพื่อจัดระบบเรื่องนมใหม่ทั้งหมด เพราะปัญหานมไม่มีคุณภาพ หรือการนำเข้านมผงอาจทำให้การแก้ปัญหาไม่สัมฤทธิผลจึงต้องดูทั้งระบบ ทั้งนี้รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะกระตุ้นตลาดหรือการซื้อ โดยเฉพาะเรื่องของนมโรงเรียน แต่อาจจะมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ หรือต้องขอความร่วมมือกับท้องถิ่นบ้าง และในช่วงเย็นของวันดังกล่าวจะมีผู้แทนเกษตรกรมาพบตนที่รัฐสภา
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการรื้อสัญญาการจัดซื้อนมโรงเรียนใหม่หรือไม่ เพราะล่าสุดเลขาธิการ ป.ป.ท.ระบุว่าพบความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้ามีความผิดตามกฎหมายฮั้วประมูลก็ต้องว่ากันไป แต่ที่ต้องมาดูระบบใหม่ เพราะต้องยกเลิกการจำกัดในเรื่องที่เข้าไปซื้อขายจนส่งผลให้ได้นมที่ต่ำกว่ามาตรฐาน และเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาเรื่องน้ำนมดิบ
เมื่อถามย้ำว่าถ้ารื้อระบบใหม่จะช่วยแก้ปัญหาได้ใช่หรือไม่นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ใช่ เพราะจะทำให้การซื้อน้ำนมดิบทำได้ง่ายขึ้น และจะได้แก้ไขเรื่องคุณภาพของนมด้วย
ส่วนจะส่งผลกระทบต่อสัญญาของรัฐที่ทำไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในการประชุมวันที่ 4 มีนาคม จะไปดูรายละเอียดว่าผูกมัดไว้แค่ไหนอย่างไร
"มาร์ค" สั่ง 5 กระทรวงแก้นมฉาว
ต่อมาเวลา13.15 น. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ครม. นายกรัฐมนตรีได้สอบถามในที่ประชุมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบและนมโรงเรียน โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงพาณิชย์ ไปประชุมร่วมกัน เพื่อหาทางออกโดยเร็วที่สุด และมอบหมายให้นายกอร์ปศักดิ์เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้
แนะแก้ก.ม.เพิ่มโทษทุจริต
ด้านนายธีระชาติปางวิรุฬหรักษ์ รองประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการตรวจสอบทุจริตนมว่า พบมีการทุจริตในหลายพื้นที่ โดยพบว่าหลายบริษัทไม่มีความสามารถผลิตนม แต่กลับจ้างเอกชนให้เข้ามาผลิต เช่น ในพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา หรือสถาบันอาชีวะบางแห่งที่มีวัวแค่ 4-5 ตัว แต่กลับจ้างเอกชนมาผลิต นอกจากนี้ยังพบว่าปัจจุบันมีบริษัทผู้นำเข้านมจากต่างประเทศ 5 ราย
นายธีระชาติกล่าวอีกว่า การทำงานของ กมธ.ในการตรวจสอบเรื่องนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนเปิดเทอมเพื่อนำสรุปให้รัฐบาล นอกจากนี้ กธม.จะเสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมายและเพิ่มการลงโทษให้เพิ่มขึ้น โดยโทษจะต้องรวมไปถึงผู้ผลิตด้วย
เผยปชป.จ้องรื้อเครือข่ายนม
มีรายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยว่าสาเหตุสำคัญที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ออกมาติดตามตรวจสอบโครงการทุจริตนมโรงเรียน เนื่องจากต้องการให้มีการรื้อระบบการจัดซื้อนมโรงเรียนใหม่ ตามมติ ครม.ปี2545 และได้มีมติเพิ่มเติมเมื่อปี2548 ที่ครม.มีมติเห็นชอบให้มีการจัดซื้อนมโรงเรียนด้วยการกำหนดโซนนิ่งจากผู้ประกอบการแปรรูปนมที่มีสิทธิจำหน่ายนมในโครงการโรงเรียนจำนวน 68 รายให้ อปท.ทั่วประเทศ พร้อมทั้งแบ่งพื้นเป็น 3 โซนคือ ภาคเหนือจัดซื้อได้ 17 จังหวัดภาคตะวันตกและภาคใต้ 22 จังหวัดและภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง 37 จังหวัด
ปรากกฏว่าในเฉพาะพื้นที่ภาคใต้มีบริษัทคู่สัญญาที่ได้โควตาในการผลิตนมส่งโรงเรียนจำนวน 18 บริษัทโดยทั้ง 18 บริษัทมีความเชื่อมโยงกันทั้งหมด มีนายเจริญ ซึ่งมีความสนิทสนมกับนักการเมืองอดีตพรรคไทยรักไทย เป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการจัดสรรโควตาในโครงการนมทั้งหมด ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงต้องการเปลี่ยนบริษัทรายใหม่ จากนายเจริญให้มาอยู่ในความดูแลของคนใกล้ชิดในกับพรรคในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมทั้งต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายเจริญ
จ่อเชือดอธิการบดีม.ดังเมืองคอน
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในการติดตามตรวจสอบความปิดปกติในโครงการนมโรงเรียนในพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช ว่า นายภาณุ อุทัยรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งนายอำเภอทุกอำเภอเร่งตรวจสอบในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโครงการนมโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตหรือคุณภาพนม โดยส่งรายงานสรุปผลก่อนเที่ยงวันพฤหัสบดีนี้
เรื่องของเงิน100 ล้านที่มีการจับตามองกันนั้น ขณะนี้สรรพากรจังหวัดกำลังติดตามตรวจสอบ คาดว่าจะข้อสรุปในเร็วๆ นี้ ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรมีภาระภาษีหรือไม่ นายภาณุ กล่าว
พ.ต.ท.สมศักดิ์แววพานิช ผู้อำนวยการ ป.ป.ท. เขตพื้นที่ 8 กล่าวว่าในส่วนของ จ.นครศรีธรรมราช พบข้อมูลบ่งชี้ที่มีแนวโน้มในประเด็นของการเอื้อประโยชน์ให้แก่เอกชนค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะผู้บริหารสถานศึกษาแห่งหนึ่งให้เอกชนเข้าบริหารโรงผลิตนมของรัฐ จึงเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ส่วนเรื่องของการเสนอราคาให้แก่ อปท. พบว่าใน จ.นครศรีธรรมราช มีการเสนอราคาเพียง 1-2 รายเท่านั้นจากที่มีผู้ประกอบการสามารถเสนอได้ถึง 18 รายและใน 1-2 รายนี้มีความผิดปกติในเรื่องของการเสนอราคาอย่างเห็นได้ชัด บางแห่งไม่มีการเสนอราคาแข่งขัน ส่งผลให้ อปท.ต้องจัดซื้อด้วยวิธีพิเศษจากผู้ประกอบการรายเดียว
แหล่งข่าวจากป.ป.ท.รายหนึ่งกล่าวว่า การทำธุรกรรมซื้อขายนมกับ อปท. จะมีการทำในนามสถาบันการศึกษา และเช็คที่จ่ายออกมาจาก อปท. จ่ายในนามสถาบันการศึกษา แต่ผู้มีอำนาจเบิกจ่ายเงินเป็นชื่อของเอกชนรายหนึ่ง โดยสถาบันการศึกษามีหน้าที่ผลิตนมเท่านั้น มีรายได้จากค่าผลิตนมพาสเจอไรซ์ ถุงละ 0.12 สตางค์นมยูเอชที กล่องละ 0.15 สตางค์
"หากมองอย่างผิวเผินสถาบันการศึกษาในฐานะผู้จำหน่ายนมให้ อปท.จะมีรายได้แล้วกว่า 100 ล้านแต่ทั้งหมดกลับเป็นรายได้ของเอกชน ภาระเรื่องภาษีจึงไม่มี ถือเป็นการอำพรางผลประโยชน์ให้กับเอกชนรายดังกล่าว แหล่งข่าวจากป.ป.ท.กล่าว
"สุวโรช"เชิญ"เจริญ"แจงฮั้วนมมี.ค.
เมื่อเวลา15.00 น. วันที่ 3 มีนาคม นายสุวโรช พะลัง ส.ส.แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้เปิดเผยว่านายเจริญเป็นตัวแทนรับมอบอำนาจในการจัดหาผู้ประกอบการแปรรูปนม ในเขตพื้นที่โซน 2 ภาคตะวันตก และภาคใต้ จำนวน 22 จังหวัด ซึ่งนายเจริญได้เสนอรายชื่อผู้ประกอบการโคนมจำนวน 18 ชื่อ ให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการคัดเลือกผู้ประกอบการมาส่งให้แก่โรงเรียน ขณะเดียวกันนายเจริญยังได้ยักยอกเงินนมของสหกรณ์โคนมหนองโพ ราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) จำนวน 280 ล้านบาท
ทั้งนี้ได้ประสานกับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวกับสหกรณ์โคนมหนองโพ ในวันที่ 4 มีนาคมนี้ เวลา 09.30 น. จะมีการประชุมผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนมโรงเรียนที่รัฐสภา และได้ส่งจดหมายเชิญตัวนายเจริญมาให้ข้อมูลด้วย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ไม่แน่ใจว่านายเจริญจะมาตามจดหมายเชิญหรือไม่ แต่ในส่วนที่ตนตรวจสอบมาจะมีใครเกี่ยวข้องบ้าง พรุ่งนี้ (4 มี.ค.) จะเปิดเผยในที่ประชุม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นายสุวโรชกล่าวด้วยว่ากรมส่งเสริมสหกรณ์ควรจะเข้ามาดำเนินการเอาผิด โดยการไปแจ้งความใน 2 ข้อหา คือ ฉ้อโกง กับปลอมแปลงเอกสาร เพราะปรากฏความผิดชัดเจนแล้ว เนื่องจากนายเจริญ รู้ตัวว่าทำผิด กลัวคนอื่นจะจับได้ จึงนำเงินที่ฉ้อโกงไปจำนวน 280 ล้านบาท ไปจ่ายคืนสหกรณ์โคนมหนองโพ พร้อมกับชดเชยค่าเสียหาย ดังนั้นกรมส่งเสริมสหกรณ์ควรเร่งดำเนินการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนายเจริญ
"ชวน"จี้สอบนมบูดทั่วปท.
นายชวนหลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาทุจริตนมโรงเรียนที่พรรคได้ริเริ่มโครงการดังกล่าว ส่วนหนึ่งที่เราต้องยอมรับ พฤติกรรมการจัดซื้อจัดจ้างมีผลประโยชน์เข้าไปเกี่ยวข้องเกือบทุกเรื่อง และมีการฉวยโอกาสทุจริต ทำให้เป็นปัญหาของต้นทุนสินค้านั้น ในที่สุดต้องไปลดคุณภาพสินค้า เพื่อให้รับได้กับต้นทุนจนกลายเป็คุณภาพสินค้าที่ไปถึงเด็กแล้วมีปัญหาเหมือนกรณีนมก็เช่นกัน ดังนั้นจึงสนับสนุนให้มีการตรวจสอบทั่วประเทศ
"สุดารัตน์"ปัดเอี่ยวทุจริตนม
คุณหญิงสุดารัตน์เกยุราพันธุ์ อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์กล่าวถึงมติ ป.ป.ท. กล่าวถึงการสอบสวนการทุจริตนมโรงเรียนที่อ้างว่ามติ ครม.ปี2548 ว่า ไม่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ตนนำเรื่องนี้เข้า ครม.วันที่22 มีนาคม2548 เพราะตอนนั้นต้องดำเนินการตามมติขององค์การการค้าโลกในการนำเข้านมผงจากต่างประเทศ เพราะต้องดำเนินการตามกรอบการค้าเสรี ฉะนั้นต้องจัดโควตานมผงและน้ำนมดิบของเกษตรกรในประเทศให้ควบคู่กัน โดยต้องรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรในประเทศก่อน
"ตอนนั้นดิฉันอยากยกเลิกระบบโซนนิ่งที่ทำมาตั้งแต่ปี 2545 และปล่อยให้องค์กรส่งเสริมผู้เลี้ยงโคนมดูแลแทนแต่คณะกรรมการที่ดูแลเรื่องนี้ ซึ่งมีตัวแทนจากกระทรวงต่างๆ บอกว่า ยกเลิกระบบโซนนิ่งไม่ได้ เพราะเกษตรกรร้องเรียนมาแล้วว่า โดนผู้ค้ารายใหญ่เข้ามาแย่งตลาด จึงต้องคงระบบนี้ไว้ต่อไป" คุณหญิงสุดารัตน์ชี้แจง
อดีตรมว.เกษตรฯกล่าวอีกว่า มติ ครม.สมัยนั้นรักษาผลประโยชน์ของทุกส่วนไว้หาก ป.ป.ท.บอกว่าฝ่ายนโยบายเป็นฝ่ายผิดและทุจริตนั้นตนเสียใจและขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ด้วย พร้อมกันนี้ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า อย่าลืมว่ารัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็มีมติ ครม.วันที่8 ตุลาคม2550 ที่ดำเนินการในเรื่องนี้ต่อและเสนอเพิ่มราคานมถุงอีก29 สตางค์ด้วยฉะนั้นปัญหาเรื่องนี้น่าจะอยู่ที่การปฏิบัติ เพราะตอนนั้นเสนอไปว่า ฝ่ายจัดซื้อคือ อปท. ฝ่ายตรวจรับคือโรงเรียนนั้นๆ ฉะนั้นควรลงไปดูว่าฝ่ายปฏิบัติถูกหรือผิด
โอดอบต.ไม่มีทางเลือก
แหล่งข่าวสหกรณ์โคนมแห่งหนึ่งในจ.เชียงใหม่ กล่าวถึงขั้นตอนการฮั้วประมูลนมโรงเรียนในพื้นที่ว่า มีกลุ่มบุคคลที่เรียกว่าคนเดินนม เป็นคนจัดการทั้งหมด ตั้งแต่ประสานกับท้องถิ่น สหกรณ์ เอกชน รวมทั้งหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่รวบรวมนมจากเกษตรกร ซึ่งได้ตกลงแบ่งสัดส่วนกันไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อถึงขั้นตอนการยื่นซองประมูลคนเดินนมจะทำหน้าที่ถือซองเสนอราคาของผู้ประมูลทั้งหมดมายื่นด้วยตัวเอง
"ในพื้นที่โซนภาคเหนือเป็นที่ทราบกันดีว่า จะมีเอกชน 2-3 รายสหกรณ์โคนม 1 รายและหน่วยงานที่รวบรวมนม ร่วมประมูลโครงการนมโรงเรียนทุกครั้ง โดยจะสลับสับเปลี่ยนกันจับคู่เพื่อยื่นซองเสนอราคาแข่งขันกันตามระเบียบของการประมูลในระบบราชการ" แหล่งข่าวกล่าว
ด้านนายศุภชัย ศุภศิริ นายกสมาคม อบต.เชียงใหม่ กล่าวว่า ท้องถิ่นตกเป็นจำเลยทุกครั้งเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ในความเป็นจริงเอกชนหรือผู้ค้านมจะได้สัมปทานพื้นที่ขายนมกันเองล่วงหน้า ท้องถิ่นไม่มีสิทธิเลือก เมื่อถึงเวลาเปิดประมูลมีบริษัทไม่กี่รายเท่านั้นที่มายื่นซองเสนอราคา รัฐบาลควรยกเลิกระบบโซนนิ่งและเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นมีโอกาสคัดเลือกผู้ผลิตนมด้วยตัวเอง ซึ่งบางแห่งอาจอยู่ในแหล่งผลิตนมหรือเกษตรกรในพื้นที่ผลิตนมอยู่แล้ว
ผู้ว่าฯปัตตานีสั่งตรวจสอบนมบูด
ส่วนที่จ.ปัตตานี หลังการตรวจพบนมโรงเรียนที่โรงเรียนวัดป่าสวย หมู่ 2 ต.แม่ลานอ.แม่ลานจำนวน 35 ลังหมดอายุและบูด นายธีรเทพ ศรียะพันธ์ ผู้ว่าฯ ปัตตานี สั่งตรวจสอบพบว่านมชุดดังกล่าวผลิตโดยบริษัท สหกรณ์โคนมพัทลุง จำกัด เป็นคู่สัญญา โดยแหล่งผลิตนมมาจาก 2 จังหวัดคือ จ.ราชบุรี และพระนครศรีอยุธยา ล่าสุด จ.ปัตตานี แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคุณภาพนมโรงเรียนใน 12 อำเภอแล้ว
นร.ตากไม่มีนมดื่ม
นายประพฤทธิ์สุกใย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตาก เขต 2 กล่าวถึงกรณีหลังพบนมโรงเรียนเน่าเสียในพื้นที่จ.ตาก ว่า โรงเรียนบางแห่งต้องงดให้เด็กดื่มนม และบางโรงเรียนไม่มีนมโรงเรียนให้เด็กดื่ม เนื่องจากไม่มีผู้ประกอบการรายใดมายื่นเสนอราคาต่อ อปท. ซึ่งกำลังรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อรายงานให้กระทรวงศึกษาธิการทราบในวันที่ 6 มีนาคมนี้
ส่วนโรงเรียนแม่ปะใต้ต.แม่ปะ อ.แม่สอด พบนมเน่ากว่า 7 หมื่นกล่องนั้น นางอัมพร ศิริขวัญ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่ปะใต้ ได้รับการติดต่อจาก หจก.ควินคิงส์ เทรดดิ้ง นำนมใหม่ไปเปลี่ยนทั้งหมดแล้ว และโรงเรียนได้แจกจ่ายนมให้แก่นักเรียนตามปกติ
สั่งยกเลิกนมหลังนร.ท้องเสีย
ส่วนกรณีที่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่4 กว่า 30 คน ใน อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ท้องเสียหลังดื่มนมโรงเรียนนั้น นพ.วรัญญู สัตยวงศ์ทิพย์ ผู้ช่วยสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ผลการตรวจสอบตัวอย่างนมพบเชื้อจุลินทรีย์ 9 หมื่นโคโรนี ต่อปริมาณน้ำนม 1 มล. โดยค่ามาตรฐานน้ำนม 1 มล. จะต้องมีเชื้อจุลินทรีย์ไม่เกิน 5 หมื่นโคโรนี จึงสรุปได้ว่านมโรงเรียนเป็นสาเหตุให้เกิดอาการป่วย
นายอภิสิทธิ์ธีระภูวฤทธิ์ นายอำเภอหนองบุญมาก กล่าวว่า ขณะนี้อำเภอได้สั่งยกเลิกสัญญากับบริษัท อุดรแดรี่ฟูดส์ จำกัด เป็นการชั่วคราว เพื่องดการส่งนมโรงเรียนให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ 22 โรง จากทั้งหมด 30 โรง พร้อมจะสรรหาบริษัทส่งนมโรงเรียนใหม่เพื่อแก้ไขปัญหา
ร้องเรียนนมร.ร.เพิ่มอีก 3 ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามที่ศูนย์เสมารักษ์รับเรื่องร้องเรียน สายด่วน 1579 ของกระทรวงศึกษาธิการเปิดให้โรงเรียนต่างๆ ร้องเรียนปัญหานมโรงเรียนนั้น ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้ร้องเรียนจากทั่วประเทศ 44 ราย ส่วนใหญ่ประสบปัญหานมมีรสเปรี้ยว และนมจืดเกินไป ล่าสุดจนถึงวันที่ 3 มีนาคม มีผู้ร้องเรียนเพิ่มอีก 3 ราย ได้แก่ โรงเรียนใน จ.หนองบัวลำภู นมตกตะกอน เสียก่อนวันหมดอายุ, โรงเรียนใน จ.ชลบุรี นมรสชาติเหมือนน้ำเปล่า มีตะกอน และโรงเรียนใน จ.ชลบุรี นมไม่มีรสชาติ รวมยอดมีผู้ร้องเรียนจำนวนทั้งสิ้น 47 ราย



