
ค้าชายแดนช่องสะงำยังปกติคนน้อยลงเล็กน้อย
การค้าขายชายแดนไทย-กัมพูชาจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำคึกคัก คนน้อยลงกว่าปกติเล็กน้อย เหตุอยู่ช่วงฤดูฝน คาดกลางเดือน พ.ย.เป็นตันไปจะคึกคักกว่าเก่า
เมื่อเวลา 07.30 น วันที่ 8 พฤศจิกายน 2552 บรรยากาศการค้าขายชายแดนไทย-กัมพูชาที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เป็นไปอย่างคึกคักปกติ มีชาวกัมพูชาขึ้นมาจับจ่ายซื้อหาสินค้าที่ตลาดนัดฝั่งไทยนับ 1,000คน โดยเฉพาะสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค สินค้าการเกษตร พืชผักตามเทศกาลกะหล่ำปลี ผักกาด มะพร้าว ผลไม้ ปลากทะเล ปลาน้ำจืด ไก่บ้าน ยังมีอนาคตสดใส
พ.ต.ท.เศรษฐ์ ธรรมปาโล สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า การค้าขายชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นไปอย่างปกติ มีประชาชนชาวกัมพูชา - ชาวไทย ขึ้นมาจับจ่ายซื้อหาสินค้าของคนทั้ง 2 ประเทศ จำนวนปกติวันตลาดนัดวันอาทิตย์อยู่ที่ประมาณ 1,000 - 1,200 คน หากเป็นวันพฤหัสบดีจะน้อยกว่านี้เล็กน้อย ส่วนการส่งสินค้าส่งออกชาวไทยก็ยังมีเรื่องของน้ำมันเชื้อเพลิงและวัสดุการก่อสร้าง สินค้าการเกษตรแทบทุกอย่าง ยังมีการส่งออกเป็นปกติ ซึ่งที่จุดผ่านแดนช่องสะงำจุดนี้ไม่มีแนวโน้มจะมีการปิดจุดผ่านแดนแต่อย่างใด ให้ประชาชนทั้ง 2 ประเทศเกิดความมั่นใจได้
สำหรับการท่องเที่ยวที่ยังซบเซาอยู่นั้น ไม่ใช่จากสถานการณ์ความขัดแย้งแต่อย่างใด แต่อยู่ในช่วงฤดูหน้าฝน ต้องรอถึงกลางเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ถึงเป็นตัวชี้วัดว่าการท่องเที่ยวจะชัดเจนอีกครั้ง และเส้นทางหมายเลข 67 อัลลองเวง-เสียมราฐ ระยะทาง 135 กิโลเมตรนั้น เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวนครธม นครวัดสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วน่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่ม
นายเชื้อ บัก ชาวอัลลองเวง กล่าวว่า จากการที่เรียกทูตกลับประเทศ ทางชาวบ้านฝั่งกัมพูชาเองไม่มีความรู้สึกตื่นตระหนกจากสถานการณ์แต่อย่างใด เพราะถือว่าเป็นเรื่องของระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล ส่วนชาวบ้านทั้งชาวไทย -กัมพูชาเองมีการไปมาหาสู่มายาวนาน ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกัน มีการแลกเปลี่ยนสินค้าซึ่งกันและกันเพื่อปากท้องประชาชนดีกว่า ทางกัมพูชาก็ไม่การประกาศเจตนารมณ์สร้างกระแสความชาตินิยมแต่อย่างใดยังประกอบอาชีพกันเป็นปกติ



