ข่าว

"เฟิร์นประดับ"พืชไร้ดอกราคาดี

"เฟิร์นประดับ"พืชไร้ดอกราคาดี

16 ก.พ. 2562

คอลัมน์ - ไม้ใบทำเงิน โดย - อุดม ฐิตวัฒนะสกุล  [email protected]

 
              พืชพรรณหลากหลายชนิดที่ใช้ปลูกประดับต่างก็มีความโดดเด่นพร้อมรูปลักษณ์เพื่อการใช้งานที่เป็นรูปแบบเฉพาะแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมหรือความต้องการที่มีอยู่อย่างยาวนานมาแล้วแบบกลมกลืนกับวิถีชีวิตในสังคมเรื่อยมา แม้พันธุ์พืชหลายๆ ชนิดจะมีการใช้งานแบบทดแทนกันได้ก็ตาม แต่ความเฉพาะในการใช้ก็ยังคงเกิดกับพืชชนิดต่างๆ ที่ต้องเหมาะสม เป็นไปตามความรู้สึกและความต้องการ ซึ่งพืชที่กล่าวถึงนี้ก็มีลักษณะเฉพาะตัวมากมาย นำมาใช้งานได้หลากหลายอย่างที่พืชอื่นอีกหลายชนิดไม่อาจแทนการใช้ได้อย่างเหมาะสมเท่ากับเฟิร์น หรือ เฟิน(fern) ที่ธรรมชาติได้สร้างไว้มาแต่โบราณยุคดึกดำบรรพ์

"เฟิร์นประดับ"พืชไร้ดอกราคาดี

"เฟิร์นประดับ"พืชไร้ดอกราคาดี "เฟิร์นประดับ"พืชไร้ดอกราคาดี "เฟิร์นประดับ"พืชไร้ดอกราคาดี

"เฟิร์นประดับ"พืชไร้ดอกราคาดี
 

            เฟิร์นเป็นกลุ่มพืชที่มีชนิดพันธุ์มากมายราว 20,000 สปีชีส์ โดยมีพัฒนาการแตกต่างไปจากพืชกลุ่มอื่นๆ แบบคล้ายคลึงและแตกต่างกันบ้าง เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้วก็ยังขาดองค์ประกอบที่ต่างไปจากพืชชั้นสูงโดยจะไม่มีดอกและเมล็ดในการขยายพันธุ์ และอวัยวะแต่ละส่วนที่ต่างกันไปโดยมีรากและส่วนที่คล้ายรากหรือที่เรียกว่า ไรซอยด์ (Rhizoid) ทำหน้าที่ดูดซับน้ำและอาหารจากที่อยู่อาศัยขึ้นไปสู่โครงสร้างเพื่อการเจริญเติบโตนั่นเอง
             เฟิร์นมีความแตกต่างกันในแต่ละกลุ่มชนิด พอที่จะจัดได้ด้วยกันถึง 7 ประเภท ได้แก่ • เฟิร์นดินที่ทนสภาพแสงมาก ขึ้นอาศัยในที่โล่งแจ้งแสงมากตลอดทั้งวัน เช่น เฟิร์นใบมะขาม • เฟิร์นดินที่อาศัยร่มเงา มักเจริญเติบโตบนพื้นดินที่มีอินทรีย์วัตถุสูงและมีสภาพแสงรำไรหรือแสงน้อยอย่างป่าดิบชื้น เช่น เฟิร์นใบองุ่น เฟิร์นกีบแรด • เฟิร์นผา เป็นกลุ่มที่เจริญเติบโตได้ดีบนก้อนหิน โขดหินหรือหน้าผาที่มีซอกร่องแตกหรือมีรูพรุนและมีความชื้น ซึ่งระบบรากจะแผ่ยึดเกาะเก็บซับความชื้นและอาหารจากแหล่งที่อยู่อาศัย เมื่อบางช่วงขาดความชุ่มชื้นก็จะพักตัวไปจนกว่าจะมีความชุ่มชื้นกลับมาอีกครั้งในช่วงถัดไป เช่น เฟิร์นปีกแมลงทับ
               • เฟิร์นภูเขา ที่มักพบในเขตป่าสมบูรณ์เขตภูเขาที่มีความชุ่มชื้นจากสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ เช่นกูดต้น หรือTree Fern • เฟิร์นเถาเลื้อย ที่มีลักษณะแตกต่างไปจากชนิดอื่นๆ โดยการเกิดตามพื้นดิน จากนั้นต้นที่ยาวเป็นเส้นจะเติบโตเลื้อยพันเกาะไปตามต้นไม้อื่นขึ้นหาแสงที่รู้จักกันดีในชื่อ ย่านลิเภา นั่นเอง • เฟิร์นน้ำ ที่ขึ้นแตกต่างจากเฟิร์นชนิดอื่นอีกรูปแบบ เกิดและโตบนผิวน้ำหรือตามสภาพน้ำขังชื้นแฉะ มักรู้จักกันในชื่อ จอกหูหนู และแหนแดง
             • เฟิร์นอิงอาศัย ที่มักพบเห็นบนต้นและกิ่งไม้มีซอกบนกิ่งหรือบนเปลือกไม้เป็นร่องและมีความชื้นพอที่สปอร์จะงอกขึ้นได้ รากจะยึดเกาะเพียงพื้นผิวเท่านั้นโดยไม่ได้เจาะไปดูดน้ำเลี้ยงจากพืชแต่ประการใด จึงไม่มีสภาพเหมือนกาฝาก ซึ่งเฟิร์นกลุ่มนี้จะขึ้นได้ดีทั้งสภาพรำไรไปถึงแสงมาก และในบางชนิดจะมีการปรับตัวให้ทนต่อสภาวะแห้งแล้งได้ดีด้วยเช่นกัน ที่เรารู้จักและพบบ่อยได้แก่ เฟิร์นข้าหลวง ชายผ้าสีดา กระแตไต่ไม้ ฉะนั้นการที่จะนำเฟิร์นมาปลูกเลี้ยง เราต้องทำความเข้าใจและใช้วัสดุปลูกพร้อมกับสร้างสภาวะแวดล้อมให้เหมาะสมกับเฟิร์นแต่ละประเภท จึงจะทำให้พืชกลุ่มนี้เจริญเติบโตได้ดี 
       "เฟิร์นประดับ"พืชไร้ดอกราคาดี

"เฟิร์นประดับ"พืชไร้ดอกราคาดี
 

        ในระบบทางการค้า พืชกลุ่มเฟิร์นนี้ยังมีการผลิตค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับปริมาณความต้องการในตลาด ไม่ว่าจะใช้เพื่อการประดับ เพื่อการตัดใบ ใช้เป็นอาหาร รวมถึงใช้ในกลุ่มงานสมุนไพรหรือกระทั่งใช้เพื่อสร้างระบบนิเวศ ถึงกระนั้นก็ยังคงมีการแยกกลุ่มชนิดเพื่อการดังกล่าวให้เหมาะสม ซึ่งในบางชนิดยังพบไม่มากหรือมีข้อจำกัดเรื่องการปลูกและขยายพันธุ์ เฟิร์นชนิดนั้นๆ ก็อาจมีราคาสูงขึ้นมาก ยิ่งเป็นชนิดที่กลายพันธุ์แปลกไปจากเดิมหรือมีลักษณะกลายด่าง และยังไม่พบเห็นในระบบการผลิตทั่วไปจนเป็นที่ต้องการด้วยแล้ว เฟิร์นดังกล่าวก็อาจมีราคาที่ยากจะเก็บหาได้ในนักเลี้ยงสมัครเล่นที่ยังขาดประสบการณ์จนต้องคอยเวลากว่าจะมีการขยายพันธุ์มาในลำดับหนึ่งก่อน เฟิร์นจึงนับเป็นพืชอีกชนิดที่น่าสนใจในการผลิตและเก็บสะสม เพื่อประโยชน์นานัปการ เพียงเบื้องต้นให้ได้รู้จัก ส่วนการปลูกเลี้ยง ดูแลและการใช้ประโยชน์ โปรดติดตามฉบับต่อไปครับ..